โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหารคือ ความรัก เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 07.30 น.
พิชญา สุนทรญาณกิจ

หากจะนึกถึงเชฟมากฝีมือในประเทศไทย คงมีชื่อเชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ ติดอยู่ในลิสต์ท็อป 5 ของประเทศไทยแน่นอน ด้วยรางวัลการันตี The World’s Best Female Chef 2025 ที่เพิ่งได้รับมา และไม่ใช่เพียงรางวัลเดียวของเธอ

เชฟแพม พิชญา เปิดใจเล่าถึงเรื่องราวเส้นทางชีวิตให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า เธอซึมซับเรื่องราวของอาหารมาจากมารดาผู้เป็นที่รัก เมื่อท่านมีหน้าที่ทำอาหารให้ทุกคนในบ้านทาน เธอในฐานะลูกสาวตัวน้อยต้องติดตามคุณแม่ไปตลาด และเข้าไปอยู่ในครัวกับท่านเสมอ

“คุณแม่จะคอยบอกว่าตลาดไหนมีอะไรดี อาหารจึงทำให้เรารู้สึกถึงความรักเสมอ”

เมื่อเติบโตเธอเลือกจะเรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเพื่อน ๆ แต่ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวตนของเธอ

“เราไม่เอ็นจอยกับสิ่งนี้ เลยบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าขอไปเรียนทำอาหารได้ไหม คุณแม่สนับสนุนเต็มที่ เป็นเพราะชอบทำอาหาร เราจึงไปเรียนทำอาหารช่วงเสาร์-อาทิตย์ พอได้เรียนทำอาหารจึงรู้สึกว่านี่แหละคือตัวตนของเรา เป็นสิ่งที่เราตามหามานาน เวลาที่เรียนทำอาหาร รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก หลังจากจบปริญญาตรีที่นิเทศฯ จุฬาฯ จึงบอกคุณแม่ว่าขอไปเรียนทำอาหารอย่างจริงจังที่นิวยอร์ก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรา”

เริ่มต้นเส้นทางเชฟ

การเดินทางไปนิวยอร์กในครั้งนั้น ทำให้เชฟแพม พิชญา ได้เริ่มต้นเรียนที่ CIA (The Culinary Institute of America) และทำงานกับ Jean George ร้านรางวัลสามดาวมิชลิน เธอได้ความอดทน เทคนิคต่าง ๆ ในการทำอาหารมามากมาย

“พอกลับถึงประเทศไทย แพมบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากเปิดร้านอาหาร ท่านไม่ให้ เพราะเราเพิ่งกลับมาหลังจากไม่อยู่เมืองไทยมา 3-4 ปี ยังไม่รู้ตลาด จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราเปิด The Table ที่บ้าน จากนั้นก็ปากต่อปาก คนเริ่มรู้จัก มีการจองล่วงหน้า 3-4 เดือน เวลาผ่านจึงเปิดร้าน SMOKED ขึ้น และต่อมาก็เปิดโพทงขึ้น”

โพทงไฟน์ไดนิ่ง กลางสำเพ็ง

การเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งอย่างโพทงขึ้นกลางย่านสำเพ็ง นับเป็นประวัติการณ์ที่ไม่มีใครทำมาก่อน ด้วยแนวคิดของเชฟแพม ที่อยากจะเปิดไฟน์ไดนิ่งขึ้นในย่านเก่า ไม่ใช่ย่านหรูหราอย่างที่เราเคยเห็นกันจนชินตา

“โพทงเป็นร้านอาหารที่มีทั้งความโชคดีและโชคร้ายค่ะ” เธอยิ้มแล้วบอกกับเรา ก่อนเล่าต่อว่า “ตึกนี้เป็นตึกเก่าของครอบครัวที่เคยให้คนอื่นเช่ามาก่อน เมื่อผู้เช่าออกไปในปี 2019 ตอนเราเดินเข้ามาดูตึกนี้ รู้สึกว่ามันเก๋มาก มันมีประวัติอยู่ในนั้น และเป็นประวัติของครอบครัวเรา จึงอยากทำโพทงให้เป็นร้านอาหารในฝันขึ้นที่นี่”

“ช่วงปี 2020 โควิดมาเป็นช่วงที่ลำบากมาก เราจึงตัดสินใจกับแฟนว่าจะลงทุนต่อหรือจะหยุด เรามีความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะไปต่อกับตึกนี้ ปัจจุบันเงินลงไปไม่ได้สูญเปล่า เพราะว่าตึกนี้เป็นตึกที่บ้านเราเอง จึงเริ่มรีโนเวตตึกนี้ใหม่ เราพยายามจะเก็บสิ่งเก่า ๆ ที่มีเสน่ห์ของตึกเอาไว้ อะไรที่เก่าจะไม่ทําให้มันใหม่ จะทำให้สะอาด สิ่งใหม่ที่เรานำเข้ามาก็ปล่อยให้มันใหม่ เกิดเป็นความแตกต่างที่ลงตัว อยากให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาทานอาหารที่บ้าน ไม่อยากให้เกร็งเพราะเป็นไฟน์ไดนิ่ง อยากให้ลูกค้ามีความสุข ไม่ได้ผ่านรสชาติอาหารเท่านั้น แต่ผ่านด้วยประสบการณ์”

ความคุ้มค่าของผู้บริโภค

“แพมเชื่อว่าร้านที่จะประสบความสำเร็จต้องอยู่ได้ยาว 5 ปีขึ้นไป สิ่งที่จะทำให้เราอยู่ได้อย่างยาวคือความจริงใจ ยังไงวงการอาหารไทยก็จะเติบโตไปเรื่อย ๆ คนเราต้องกินข้าว หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผู้บริโภคจะมีทางเลือกเยอะขึ้น สิ่งที่จะสำคัญคือความคุ้มค่า”

“ถ้าเรามอบความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคได้จะยั่งยืน ความคุ้มค่าของกลุ่มผู้บริโภคแต่ละกลุ่มก็ไม่เหมือนกัน ตอนนี้เป็นตอนที่ผู้บริโภคได้เปรียบที่สุด เพราะเมื่อมีคนเข้ามาในธุรกิจในการทำอาหารเยอะขึ้น ผู้บริโภคก็มีตัวเลือกมากขึ้น ต้องสู้ด้วยราคา สู้ด้วยออปชั่นต่าง ๆ คนที่ได้กำไรที่สุดคือผู้บริโภค สุดท้ายแล้วการแข่งขันในตลาดผู้บริหารต้องมีคนที่แพ้ชนะ สิ่งที่ร้านที่รอดคือร้านที่ให้ความคุ้มค่ากับลูกค้าได้”

“โควิดทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องปรับตัวตลอดเวลา ยืดหยุ่น ยืดหยุ่นในทางธุรกิจ สิ่งที่จะทำให้เรายืดหยุ่นได้เร็วที่สุดคือรู้ตัวเลขให้เราเร็วที่สุด สินค้าราคาขึ้น เราปรับทันไหม”

ข้าวมันไก่ = เชฟแพม

“ให้เปรียบตัวเองเป็นอาหาร เมนูที่ดูเป็นแพมคงเป็นข้าวมันไก่” เธอบอกกับเราพร้อมเล่าถึงตัวเองว่า “เพราะว่าเราเป็นคนใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก ๆ ความเรียบง่ายของข้าวมันไก่ จึงทําให้ทุกสิ่งสําคัญสุด การเลือกชนิดไก่ ชนิดข้าว ข้าว ซุป ทุกอย่างสําคัญหมด เหมือนชีวิตของแพมที่ทุกอย่างตั้งใจและอยากจะทำให้มันดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในด้านการงาน ด้านการเป็นภรรยา การเป็นแม่ เป็นลูก เราตั้งใจในทุก ๆ ส่วน”

“รางวัลทุกรางวัลที่ได้รับในชีวิตเป็นเหมือนน้ำมันในการทำงานของเรา ของชีวิต ทุกสายงานมีวันที่เราเหนื่อย รางวัลพวกนี้ทำให้มีกําลังใจ ทำให้รู้สึกว่าคนยอมรับเราในสิ่งที่เราทํา ทําให้เราอยากจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ แพมเชื่อว่าทีมเราก็ภูมิใจในสิ่งที่เขาทำเช่นกัน”

ก่อนจะปิดท้ายถึงความรัก และความฝันต่อไปในชีวิตเธอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องขอบคุณพี่ต่อ บุญปิติ สุนทรญาณกิจ เพราะเขาเป็นคนดูแล จัดการทุก ๆ อย่างในร้านให้เรา เขาเป็นอีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ถ้าไม่มีคนดูแลเรื่องพวกนี้ ต่อให้เชฟเก่งแค่ไหนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ

“หากถามว่าตอนนี้แพมประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง เรายังต้องไปต่อ ที่สำคัญต้องไปต่อแบบต้องบาลานซ์ชีวิตให้ได้ ต้องมีเวลาให้ทั้งงานและครอบครัว ในอนาคตแพมยังอยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวที่ทรงวาด ชื่อเหวินลี่ เพราะเป็นชื่อจีนของคุณแม่ และอยากเปิดพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าถึงประวัติของโซนเมืองเก่าของกรุงเทพฯ หวังว่าอาจจะทำได้สักวันค่ะ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาหารคือ ความรัก เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...