“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดบวก จับตาเจรจาสหรัฐ-กรีนแลนด์-เดนมาร์ก
"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดบวก จับตาเจรจาสหรัฐ-กรีนแลนด์-เดนมาร์ก ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และสัญญาณผันผวนจากหุ้นพลังงาน-กลาโหมในยุโรป
วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 15.14 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดในแดนบวก โดยนักลงทุนจับตาการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐ กรีนแลนด์ และเดนมาร์ก ซึ่งจะหารือถึงอนาคตของเกาะกรีนแลนด์ในภูมิภาคอาร์กติก
โดยหลังเปิดตลาดไม่นาน ดัชนี Stoxx 600 ซึ่งสะท้อนภาพรวมหุ้นยุโรป ปรับขึ้น 0.3% โดยหุ้นส่วนใหญ่และตลาดหลักในภูมิภาคเคลื่อนไหวในทิศทางบวก
ความสนใจของตลาดมุ่งไปที่การประชุมระหว่าง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กับเจ้าหน้าที่จากกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันเดียวกัน โดยการเจรจาจะเน้นไปที่ท่าทีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยแสดงความต้องการเข้าควบคุมดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้หลายครั้ง ทั้งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันมาโดยตลอดว่า เกาะกรีนแลนด์ไม่ใช่สินค้าที่จะขายได้ อย่างไรก็ตามทรัมป์เคยเอ่ยถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหารเพื่อยึดครองเกาะซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรแร่
ในฝั่งข่าวบริษัท บีพี (BP) บริษัทพลังงานรายใหญ่ของโลก เตือนว่าอาจต้องบันทึกค่าเผื่อด้อยค่าทรัพย์สิน (impairment charges) มูลค่าระหว่าง 4,000–5,000 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยเกี่ยวข้องกับธุรกิจก๊าซและพลังงานคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะไม่ถูกรวมในการคำนวณกำไรหลัก นอกจากนี้ บีพียังระบุว่าผลการซื้อขายน้ำมันในไตรมาสดังกล่าวมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าไตรมาสก่อนหน้า
หุ้นบีพีที่จดทะเบียนในตลาดลอนดอนปรับลดลง 0.8% ขณะเดียวกัน Czechoslovak Group ผู้ผลิตกระสุนและยุทโธปกรณ์จากยุโรป เปิดเผยแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอัมสเตอร์ดัมภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ด้วยมูลค่าประเมินราว 30,000 ล้านยูโร โดยบริษัทคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นในยุโรป ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจุบันได้รับคำมั่นลงทุนล่วงหน้ารวม 900 ล้านยูโร จากกองทุนชั้นนำ เช่น Artisan Partners, BlackRock และ Al-Rayyan
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขยับขึ้นเล็กน้อย โดย ดัชนี Stoxx Europe Aerospace and Defense เพิ่มขึ้น 0.2% ในช่วงต้นการซื้อขาย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์ การประท้วงรุนแรงในอิหร่าน พร้อมคำเตือนจากสหรัฐว่าจะเข้าแทรกแซงหากมีการประหารผู้ชุมนุม รวมถึงผลกระทบจากการที่รัฐบาลวอชิงตันโค่นอำนาจประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.cnbc.com