โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จีนหาทางรับมือ AI กระทบจ้างงาน เร่งเสริมศักยภาพทุนมนุษย์

Xinhua

อัพเดต 14 มกราคม 2569 เวลา 1.40 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานทำงานที่โรงงานของอีฟอร์ต อินเทลลิเจนท์ โรบอต ในเมืองอู๋หู มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน วันที่ 21 พ.ย. 2025)

ปักกิ่ง, 13 ม.ค. (ซินหัว) — ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างแชตบอตจนถึงยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติกำลังปรับโฉมรูปแบบการทำงานในจีน โดยเพิ่มพูนประสิทธิภาพและขีดเส้นแบ่งขอบเขตอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกระตุ้นความกังวล “แย่งงาน” จนเกิดแรงกดดันต่อคนงานระดับต่างๆ ตั้งแต่พนักงานสายการประกอบจนถึงนักออกแบบและนักแปล

บรรดานักเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่าปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่ไม่ได้ถึงขั้นเป็นจุดจบของคนทำงาน ทว่าเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายคลึงกับคลื่นการปฏิวัติเทคโนโลยีก่อนหน้านี้ ซึ่งจะปรับโครงสร้างตลาดแรงงานด้วยการก่อให้เกิดอาชีพและรูปแบบการทำงานใหม่ๆ

ด้านกลุ่มผู้กำหนดนโยบายของจีนกำลังกำกับทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อลดผลกระทบต่อการจ้างงาน พร้อมยกระดับการลงทุนด้านทุนมนุษย์ เพื่อสร้างแรงงานที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอันรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้แย่งงาน

เหล่านักวิเคราะห์มองว่าความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีแย่งงานไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกการก้าวกระโดดใหญ่ของแวดวงเทคโนโลยี ตั้งแต่เครื่องจักรไอน้ำจนถึงเครื่องจักรกล ล้วนก่อให้เกิดความหวั่นวิตกคล้ายกัน

อู๋เจี๋ย นักวิเคราะห์จากคลังสมองดีอาร์ซีเน็ต (DRCnet) ระบุว่าแม้ตำแหน่งงานดั้งเดิมบางส่วนกำลังค่อยๆ เลือนหายไป แต่ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเพิ่มผลิตภาพและพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ สร้างโอกาสใหม่ และปรับเปลี่ยนคำนิยามการจ้างงานในอนาคต

เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 คณะรัฐมนตรีจีนออกแนวปฏิบัติของแผนริเริ่ม “เอไอ พลัส” (AI Plus) ซึ่งเรียกร้องให้ขยายการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างงานใหม่และยกระดับงานเดิม พร้อมจัดสรรทรัพยากรนวัตกรรมไปยังภาคส่วนที่มีศักยภาพการจ้างงานสูง

รายงานจากการประชุมเศรษฐกิจโลก (WEF) คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการประมวลผลข้อมูลจะสร้างงานราว 11 ล้านอัตราทั่วโลกภายในปี 2030 ซึ่งมากกว่าตำแหน่งงานที่มีแนวโน้มหายไปราว 9 ล้านอัตรา โดยกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในจีนแล้ว

ติงจวง นักวิจัยจากสถาบันการเงินศึกษาฉงหยาง มหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน ระบุว่าอุตสาหกรรมหลักด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนกำลังจะมีขนาดใหญ่ 6 แสนล้านหยวน (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) และความต้องการบุคลากรกำลังพุ่งสูง หลังจากเกิดความก้าวหน้าของโมเดลภาษาขนาดใหญ่และอัลกอริทึมจนถึงการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการผลิต บริการ และชีวเทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมของจีนได้รับรองอาชีพใหม่ 72 อาชีพในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาชีพใหม่มากกว่า 20 อาชีพเกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์โดยตรง และอาชีพใหม่แต่ละอาชีพมีแนวโน้มสร้างงาน 3-5 แสนอัตราในระยะแรก

ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน บริษัทต่างๆ สร้างตำแหน่งงานที่ผสมผสานประสบการณ์การทำงานเข้ากับทักษะดิจิทัล ไม่ใช่เอาระบบอัตโนมัติมาทดแทนคนขับ โดยผู้ให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับกำลังจ้างผู้ควบคุมความปลอดภัยบนท้องถนน ผู้ทดสอบยานยนต์ และวิศวกรอัลกอริทึมการจ่ายงาน ซึ่งหลายตำแหน่งให้ความสำคัญกับอดีตคนขับแท็กซี่ รถบัส หรือคนขับรถรับส่งผู้โดยสาร สะท้อนการฝึกทักษะใหม่มากกว่าโละแรงงานดั้งเดิม

หนึ่งในการเปลี่ยนผ่านข้างต้นเกิดขึ้นกับ “จางเฉา” อดีตผู้จัดการฝ่ายเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นผู้ควบคุมความปลอดภัยจากระยะไกลให้รถแท็กซี่ไร้คนขับในกรุงปักกิ่ง เขาจะเฝ้าติดตามยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติแบบเรียลไทม์และแทรกแซงระบบหากจำเป็น เช่น เปลี่ยนเส้นทางการเดินรถกรณีมีถนนปิดการสัญจร โดยตำแหน่งงานดังกล่าวต้องการความเข้าใจระบบยานยนต์และซอฟต์แวร์อย่างมาก รวมถึงสมาธิและความอดทน

หวังเฮ่า นักวิจัยจากศูนย์การพัฒนาอุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งประเทศจีน กล่าวว่างานโรงงานในอดีตคือทำงานประกอบ เชื่อม และซ่อมแซม แต่ปัจจุบันแรงงานกำลังเปลี่ยนจากการถือประแจมาเป็นการบริหารระบบ กลายเป็นผู้ทดสอบและผู้ควบคุมยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ

การลงทุนในมนุษย์

เมื่อปัญญาประดิษฐ์นำไปสู่การปรับโครงสร้างทักษะ การแบ่งงาน และรูปแบบการทำงานอย่างลึกซึ้ง รัฐบาลจีนจึงเร่งปรับตัวผ่านการฝึกทักษะใหม่ การยกระดับการศึกษา และการลงทุนด้านทุนมนุษย์ โดยโครงการยกระดับทักษะทั่วประเทศจนถึงปี 2027 จะจัดการฝึกอบรมแบบมีเงินอุดหนุนแก่ประชาชนมากกว่า 30 ล้านคน โรงเรียนระดับต่างๆ นับตั้งแต่ประถมจะมีการเรียนการสอนปัญญาประดิษฐ์ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจความเชื่อมโยงของเทคโนโลยีกับสังคม

คำว่า “การลงทุนในทุนมนุษย์” ปรากฏอยู่ในเอกสารทางการจีนบ่อยครั้ง ทั้งรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนประจำปี 2025 เอกสารการวางแผนพัฒนาระยะยาว และการประชุมเศรษฐกิจระดับสูงเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งกำหนดพันธกิจสำคัญสำหรับปี 2026

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด ยามเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กลายเป็นสินทรัพย์ทางการแข่งขันหลัก ช่วยให้จีนเปลี่ยนจากการเติบโตที่พึ่งพาแรงงานอย่างเข้มข้นไปสู่การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยความอัจฉริยะและความคิดสร้างสรรค์

หลิวหมิงซี นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และการพัฒนา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ระบุว่าท่ามกลางสังคมผู้สูงอายุ การยกระดับทุนมนุษย์จะช่วยให้จีนเปลี่ยนจากการพึ่งพาผลประโยชน์จากโครงสร้างประชากรไปสู่การพึ่งพาผลประโยชน์จากความสามารถ

แม้มีความคืบหน้า แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่ายังมีงานต้องทำอีกมาก ทั้งการปรับหลักสูตรมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การฝึกทักษะแรงงานช่วงกลางอาชีพ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากระบบอัตโนมัติ ซึ่งต้องการกรอบนโยบายที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

กงผีหมิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจมหภาคแห่งชาติจีน เรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านแบบมุ่งเป้าสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ว่างงาน เงินอุดหนุนการฝึกทักษะใหม่ และแรงจูงใจในการกลับเข้าสู่การทำงาน เพื่อย่นระยะเวลาการกลับมามีงานทำ

หลี่เทา อาจารย์มหาวิทยาลัยครูปักกิ่ง ระบุว่าจีนควรสร้างโครงการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลหลายระดับและบูรณาการแนวคิด “ฝึกอบรมปัญญาประดิษฐ์สำหรับทุกคน” และการเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้าสู่กำลังแรงงาน เพื่อช่วยให้แรงงานปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่เกิดจากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...