โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ล้านนาไม่โดดเดี่ยว ความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจใต้เงาจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ต.ค. 2565 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2565 เวลา 12.48 น.

สมฤทธิ์ ลือชัย และสมชาย แซ่จิว ชี้ล้านนาไม่ได้โดดเดี่ยวแต่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับจีน ในเสวนา “ล้านนาใต้เงามังกร” สำนักพิมพ์มติชน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27

วันที่ 15 ตุลาคม ภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 27 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์สำนักพิมพ์มติชนเปิดเวทีเสวนา หัวข้อ “ล้านนาใต้เงามังกร” เชิญสมฤทธิ์ ลือชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอุษาคเนย์ และสมชาย แซ่จิว กูรูผู้รอบรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีน ร่วมบรรยายพร้อมแนะนำหนังสือ “ล้านนาสวามิภักดิ์ ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับล้านนา” ที่เขียนโดย โจวปี้เฝิง

สมฤทธิ์ ลือชัย กล่าวว่า จีนเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ทางการทูตกับล้านนาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน ที่เริ่มยึดมาตั้งแต่อาณาจักรน่านเจ้า (หนานโจว) ตาลีฟู (ต้าลี่) ยูนนาน จนกระทั่งยึดพุกามและแผ่อิทธิพลมาถึงล้านนาได้ใน พ.ศ. 1835 ซึ่งคืออาณาจักรโยนกในลุ่มน้ำกก ณ เวลานั้น ก่อนที่พญามังรายจะสร้างเชียงใหม่เพียง 4 ปี

คนล้านนาเรียกคนจีนว่าพวกฮ่อ ซึ่งมาจากคำว่าหุย ที่อยู่ทางมณฑลกานซู่ มีผิวขาว แต่เป็นชาวมุสลิม โดยอาศัยอยู่ทางยูนนานเป็นจำนวนมากและทำมาค้าขายกับล้านนา ชาวล้านนาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็น ฮ่อ และกลายเป็นเรียกคนจีนทุกกลุ่มว่าฮ่อในเวลาต่อมา

ความน่าสนใจคือในเอกสารจีนบันทึกว่าราชวงศ์หยวนไม่สามารถตีล้านนาได้ในสมัยพญามังราย ซึ่งน่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้กลับไม่ถูกพูดถึงในเอกสารของฝั่งล้านนา ทั้ง ๆ ที่ต้านทานการรุกรานได้หลายครั้งหลายคราซึ่งควรเขียนหรือบันทึกไว้เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร

หากเราเชื่อเรื่องเอกสารจีนที่บันทึกเรื่องดังกล่าวว่าเป็นความจริง มันอาจทำให้เราต้องกลับไปศึกษาเรื่องล้านนากันใหม่ว่าเหตุใดล้านนาจึงต้านทานราชวงศ์หยวนได้ สมฤทธิ์ ลือชัย กล่าว

สมชาย แซ่จิว เสริมถึงยุทธศาสตร์การปกครองของราชวงศ์หยวน (มองโกล) ว่า มองโกลใช้วิธีรุกและยึดดินแดนต่าง ๆ เพื่อให้เข้ามาสวามิภักดิ์ ซึ่งต่างจากราชวงศ์จีนยุคก่อนหน้าที่เห็นว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ดินแดนต่าง ๆ จึงต้องเข้ามาส่งบรรณาการเอง (จิ้มก้อง) ดังนั้น กว่าที่ราชวงศ์หยวนจะใช้วิธีทางการทูตกับล้านนาก็มาถึงกษัตริย์องค์ที่ 4 ของราชวงศ์แล้ว ซึ่งกลับไปใช้วิธีการแผ่บารมีและระบบบรรณาการ ครั้งแรกที่ล้านนาส่งบรรณาการกับราชวงศ์หยวนจึงเกิดขึ้นในสมัยนี้ และตรงกับสมัยของพญาไชยสงคราม บุตรของพญามังราย ในเอกสารจีนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีปฏิสัมพันธ์กับล้านนาในสมัยนี้ และปรากฏชื่อเจ้าน้ำท่วมบุตรของพญาไชยสงครามอยู่ด้วย

ที่สำคัญคือการจะส่งบรรณาการไปให้จีนได้นั้นต้องถูกรับรองว่าเป็นกษัตริย์ การดำรงสถานะกษัตริย์ของล้านนาจึงต้องถูกรับรองจากจีน เช่นเดียวกับอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มิเช่นนั้นจะทำการค้าขายกับจีนไม่ได้ ดังนั้นการต่อสู้แย่งชิงหรือการรักษาอำนาจทางการเมืองในราชวงศ์ของล้านนาเองจึงต้องอิงกับจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ พระเจ้าติโลกราชที่ต้านทานการรุกรานของเวียดนามได้ ทางจีนแผ่นดินใหญ่เห็นว่าทำผลงานเป็นที่ประจักษ์จึงมอบรางวัลให้อย่างงามและแต่งตั้งเป็นท้าวล้านนา หรือ “คิง ออฟ ล้านนา”

สมชาย ยังกล่าวอีกว่า ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือ การให้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการส่งบรรณาการไปยังเมืองจีน ที่คนส่วนมากจะนึกถึงภาพเรือสำเภา แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีเส้นทางทางบกด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ไปยังกรุงปักกิ่งเป็นเวลานานถึง 2 ปีกว่า รวมคณะเดินทางร่วม 100 คน แต่มีทูตเพียง 7-8 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือคือพ่อค้าที่นำสินค้าไปค้าขาย การจิ้มก้องจึงเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับล้านนาอย่างมหาศาล ซึ่งส่วนมากล้วนเป็นของที่หาซื้อมาจากอยุธยาและดินแดนในบริเวณใกล้เคียง

ราชวงศ์หยวนมีอำนาจอยู่เพียง 97 ปี และล้านนาส่งบรรณาการไปทั้งหมด 9 ครั้ง เฉลี่ยแล้ว 10 ปีต่อครั้ง ซึ่งยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้เป็นเพราะการเมืองภายในของหยวนเองด้วยที่ไม่ได้มีเสถียรภาพมากนัก รัฐที่ห่างไกลอย่างล้านนาจึงไม่ต้องส่งบรรณาการบ่อย อย่างไรก็ตามการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับจีนก็นำมาทั้งอำนาจและกำไรต่อล้านนาอย่างมหาศาล

สมฤทธิ์ ลือชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า หนังสือ “ล้านนาสวามิภักดิ์ ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับล้านนา” ทำให้เราได้สืบสวนสอบสวนล้านนาและจีนได้เป็นอย่างดีเมื่ออ่านควบคู่ไปกับการตรวจสอบเอกสารทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ และจุดประกายว่าล้านนาไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวแต่มีปฏิสัมพันธ์กับจีนอย่างลึกซึ่ง และยังเป็นการขยายพรมแดนความรู้ประวัติศาสตร์ล้านนาออกไปอย่างกว้างขวางอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...