โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาราสาวสุดแซ่บ ปิดฉากรัก 13 ปี แฟนหนุ่มไฮโซ เหวอ! ฝ่ายชายขอห่างกลางกองถ่าย

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 12.00 น. • The Bangkok Insight

กิ๊ฟท์ซ่า ปิยา ปิดฉากรัก 13 ปี แฟนหนุ่มไฮโซ เหวอ! ฝ่ายชายขอห่างกลางกองถ่าย รับมีเสียน้ำตาบ้าง แต่มองเป็นบทเรียน ถ้ามีโอกาสได้เจอคงไม่ต้องเคลียร์อะไรกัน

ปิดฉากรักมาราธอน 13 ปีไปแบบช็อก ๆ อีกคู่ สำหรับดารา-นักร้องชื่อดัง กิ๊ฟท์ซ่า-ปิยา พงศ์กุลภา ที่ล่าสุด (31 ส.ค.) ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก ว่าได้เลิกรากับแฟนหนุ่ม ไฮโซนัท-ณัฐพล สารสาส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผลที่มองอนาคตคนละทาง ไม่รู้ว่าเป็นการโดนเทหรือเปล่า เพราะอีกฝ่ายหายไร้การเคลียร์ใจ ยอมรับเสียดายเวลาเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องอยู่กับตัวเองให้ได้

กิ๊ฟท์ซ่า ปิยา

กิ๊ฟท์ซ่า ปิยา ปิดฉากรัก 13 ปี แฟนหนุ่มไฮโซ เผยมองอนาคตคนละทาง

“สถานะหัวใจตอนนี้โสดนะคะ ไม่มีคนคุยด้วย ไม่มีคนมาจีบ อยู่กับตัวเองค่ะ (ยิ้ม) คือมันก็ค่อนข้างที่จะกะทันหันนิดนึง ตอนนั้นเป็นช่วงโควิดด้วยก็เลยไม่ได้เจอพี่ ๆ สื่อ ได้แต่สัมภาษณ์กับสื่อหนึ่งเท่านั้น เลยไม่ได้พูดเรื่องรายละเอียด แต่เหมือนกับทางที่เรากำลังจะเดินไปข้างหน้ากับทางของเขามันคนละทางกันค่ะ เราก็เลยตัดสินใจเลิกรากัน นี่ก็จะปีนึงแล้วนะ”

“ของบางอย่างพอมันไม่ใช่ในสิ่งที่มันควรจะเป็น มันก็ต้องจบ คือเราก็เป็นแนวธรรมะเนอะ เราก็รู้สึกว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราก็รู้สึกว่าถ้าจะเดินไปข้างหน้าเราต้องเดินไปได้ด้วยตัวเอง ด้วยการตัดสินใจของเราเอง หรือถึงแม้เราจะมีคู่ก็ควรจะตัดสินใจด้วยตัวเราเองเช่นกัน ในเมื่อทางมันแยกกันไปเป็นคนละทางไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร เราก็เริ่มต้นจากตัวเองใหม่”

“คือด้วยความที่เรามีคุณพ่อคุณแม่ที่ปลูกฝังเรามาตลอดว่าอยากให้มีครอบครัว สร้างครอบครัวที่มั่นคง เราก็จะมีมุมมองในทางนั้น แต่กับทางเขาอาจจะมองกันคนละทาง ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่ทางไม่ดีนะ เพราะแต่ละคนมันก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไป แต่เราโดนปลูกฝังมาว่าจะต้องสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องของอาชีพ ฐานะการเงิน หรือว่าครอบครัว”

“เวลามันเป็นสิ่งที่ให้เราได้รับบทเรียนมากกว่า เราเรียนรู้อะไรจากเวลา เรียนรู้อะไรจากข้อผิดพลาดในชีวิตเรา เรียนรู้เพื่อที่จะไม่ทำผิดซ้ำ ถ้าสมมติอนาคตมีสิ่งที่เราคิดแล้วว่าอนาคตอาจจะทำให้เราเดินพลาด เราก็จะรู้แล้วว่าเราจะเดินกับมันยังไง เพราะในทางข้างหน้ามันจะมีปัญหาอุปสรรคมาเรื่อยๆ แหละ เพียงแต่เราจะมีวิธีการแก้ที่ดีกว่าเดิมได้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา”

“ถามว่าจบกันด้วยดีไหม ยังไม่ได้คุยกันเลยค่ะ กิ๊ฟท์มองว่าความเงียบก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดนะคะ (ยิ้ม) เอาจริง ๆ ตอนแรกก็สงสัย แต่ด้วยความที่เราโตขึ้นแล้ว เราจะไม่มีการที่จะมาง้องแง้ง วอแว งั้นเราก็มีดีลกันแบบโต ๆ บางทีคนเราอาจจะมีวิธีการเผชิญหน้าปัญหาที่แตกต่างกัน วิธีการเผชิญหน้าของกิ๊ฟท์คือกิ๊ฟท์เป็นคนชัดเจน แต่หลายๆ คนเวลาที่เขาเผชิญปัญหาเขาอาจจะมีทางเลือกของเขาที่แตกต่างจากเรา”

“ไม่มีสัญญาณมาก่อนเลย คือวันนั้นเราถ่ายละครวันสุดท้าย แต่ช่วงโควิดเราก็ไปอยู่ที่ภูเก็ต แต่พอมาตรการการถ่ายละครมันดีขึ้น เราก็บินมาถ่ายละครที่กรุงเทพฯ และวันนั้นเป็นวันถ่ายละครวันสุดท้ายเรื่องกองป่วนฯ ซิทคอมของพี่เติ้ลนี่แหละ เราก็โทร. ไปว่าจะขึ้นมากรุงเทพฯ หรือจะให้เราลงไปภูเก็ต เพราะวันนี้ถ่ายละครวันสุดท้าย เขาก็บอกว่าเราก็น่าจะห่าง ๆ กันหน่อยแล้วกันนะ เราก็งงว่าคืออะไร”

“แล้วมันเหมือนฉากละครเลย น้องในกองมาเคาะกระจกบอกว่าพี่กิ๊ฟท์เข้าซีน เขาก็บอกให้เราไปทำงานก่อน เราก็โอเค เดี๋ยวค่อยคุยกันแล้วก็วางไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอีกเลย (หัวเราะ) พอเงียบเราก็ตัดสินใจเองเลย เราเป็นคนตัดสินใจเอง ฝากเพื่อนเขาไปบอก เขาก็ไม่ได้มีฟีดแบ็กอะไรกลับมา”

“เหมือนเราเป็นคนเดินออกมา เพราะเขาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ คือเราก็ไม่ได้มีอะไร เราไม่ได้จะทำอะไร ไม่ได้ไปไหน คือไม่ได้มีใครทำอะไรผิด เพียงแต่มันถึงจุดที่มันเป็นทางแยก คือยุคโควิดมันพิสูจน์อะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคมและความสัมพันธ์ระหว่างแฟน ระหว่างคนรัก ระหว่างเพื่อน หรือแม้กระทั่งระหว่างคนในครอบครัว กิ๊ฟท์ถึงบอกว่ามันเป็นจุดที่เปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะให้เราเดินไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญหรือเปล่า”

“ถ้าได้เจอกันคงไม่เคลียร์ค่ะ เพราะมันผ่านมาแล้ว ในส่วนตัวกิ๊ฟท์รู้สึกว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว มันผ่านไปแล้ว เราก็ให้มันผ่านไป เราใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เราสร้างเขตของปัจจุบันให้ดีเพื่ออนาคตเราที่ดี เพราะฉะนั้นอะไรที่ผ่านมาแล้วกิ๊ฟท์มองว่ามันเป็นบทเรียน เหมือนประสบการณ์ที่เราจะเก็บไว้ใช้ได้ในหลาย ๆ อย่างในชีวิต”

“คนอาจจะมองว่าการที่เรามีชีวิตคู่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ท้ายที่สุดมันจะเป็นประสบการณ์ที่จะสอนเราในการเจอคนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการทำงาน คู่ครอง หรือครอบครัว มันจะทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อีกหน่อยในอนาคตเราจะสามารถที่จะดีลกับคนอื่นแบบไหนได้”

“ยอมรับว่ามีเสียน้ำตาบ้าง แต่ก็ร้องไม่นาน กิ๊ฟท์ใช้เวลาอยู่ประมาณเดือนหนึ่ง เพราะเราก็ไม่ได้อายุน้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะต้องดีลกับสิ่งที่เราเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนี้หรือเรื่องอะไรแบบผู้ใหญ่ คืออย่าเสียเวลาเกินไป เรารู้สึกยังไงไม่มีใครมาช่วยเราได้ เราคนเดียวที่จะช่วยตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้”

“นี่คือสิ่งที่กิ๊ฟท์เรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ยิ่งเราเศร้านานแค่ไหน มันจะยิ่งทำให้เราลุกขึ้นได้ช้า เสียเวลา เราก็เดินไปข้างหน้าได้ช้า เหมือนเราสร้างเหตุที่มันฝังใจไว้ ถ้าเราไม่รีบเคลียร์ให้มันออกไป ความฝังใจนั้นมันก็จะอยู่กับเรายาวเลย และอนาคตของเราจะเป็นยังไง ในเมื่อ 13 ปีนั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้ไปแล้ว”

“ตอนนี้กิ๊ฟท์รู้สึกว่าจริง ๆ แล้วมันอาจจะเป็นทางออกที่ดีแล้วก็ได้ คือไม่ว่าการแสดงออกหรือการแก้ปัญหาจะเป็นแบบไหน กิ๊ฟท์ยอมรับในตรงนั้นเลย เพราะสุดท้ายคนที่ต้องดีลกับชีวิตเราคือตัวเราเอง”

“จริง ๆ เศร้าอยู่เดือนหนึ่ง ใช้เวลา 3 เดือนในการตั้งหลัก พอใจเราเข้มแข็งขึ้นเราก็รู้สึกว่าเราต้องเดินไปข้างหน้าแล้วล่ะ เพื่อความมั่นคงในชีวิตเราที่เราตั้งใจไว้ ถามว่ากลัวหรือเข็ดความรักมั้ย ก็ต้องมีกลัวนะ เราเป็นมนุษย์เนอะ แต่มันไม่ใช่กลัวแบบนั้น คือเรารู้ว่าถ้าเรามีแฟนเราจะเป็นคนทุ่มเทเต็มร้อย เราจริงจังและจริงใจมาก ถ้าสมมติตอนนี้เรามาโฟกัสที่ตัวเอง โฟกัสที่การงานที่มั่นคงของเรา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ คือกิ๊ฟท์แพลนว่าเล่นละครอีกกี่ปีแล้วจะเทิร์นเป็นเบื้องหลัง วางแผนชีวิตไว้หมดแล้วก็เลยไม่อยากให้คนอื่นเข้ามา รบกวนสมาธิมากกว่า”

ขอบคุณคลิปจาก NEWSPLUS , ภาพจาก IG : @giftzapyya

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...