โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ลงทะเบียนใหม่ 5 ก.ย. เช็กขั้นตอน เอกสารสำคัญ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ย 2565 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2565 เวลา 08.25 น.

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 เปิดลงทะเบียนรอบใหม่วันที่ 5 กันยายนนี้ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเช็กขั้นตอน จุดลงทะเบียน และเอกสารที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการลงทะเบียนได้ที่นี่

กระทรวงการคลังเปิดลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ วงเงิน 5,336.8304 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยมีรายละเอียดที่สำคัญสำหรับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565

  • สัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ต้องไม่เป็น ภิกษุ/สามเณร/นักพรต/นักบวช/ผู้ต้องขัง/ผู้ถูกกักกัน/ผู้ต้องกักขัง/บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ/ข้าราชการ/พนักงานราชการ/พนักงาน/ลูกจ้าง/เจ้าหน้าที่/ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐ/ผู้รับบำเหน็จรายเดือน/ผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ/ข้าราชการการเมือง/ส.ส./ส.ว.
  • บุคคล รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท และครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท
  • ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ (บุคคล : ทรัพย์สินทางการเงินต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท และครอบครัว : ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยต่อคนต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท)
  • ไม่มีวงเงินกู้ หรือมีวงเงินกู้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์ (วงเงินกู้บ้าน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.5 ล้านบาท, วงเงินกู้รถ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ล้านบาท)
  • ต้องไม่มีบัตรเครดิต
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว

  • ห้องชุด น้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 ตารางเมตร
  • ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่น ที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรน้อยกว่าหรือเท่า 1 ไร่ และในกรณีที่ใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ไร่
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน) ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25 ตารางวา, ใช้อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ไร่

โดยจะต้องมีขนาดพื้นที่รวมกันทั้งหมด

  • เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ไร่
  • ไม่ใช่เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ไร่

กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว

  • ห้องชุด

  • กรณีเป็นเจ้าของแยกจากกัน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 ตารางเมตรต่อคน

  • กรณีเป็นเจ้าของร่วมกัน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 ตารางเมตร

  • ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย

  • ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ไร่

  • ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ไร่

  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน)

1.บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว

  • กรณีเป็นเจ้าของแยกจากกัน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25 ตารางวาต่อคน
  • กรณีเป็นเจ้าของร่วมกัน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25 ตารางวา

2.ใช้อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดิน

  • เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ไร่
  • หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ไร่

ทั้งนี้ จะต้องมีขนาดพื้นที่รวมกันทั้งหมด

  • เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ไร่
  • ไม่ใช่เพื่อการเกษตร น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ไร่

หมายเหตุ – การตรวจสอบสิทธิของผู้ลงทะเบียน ขั้นตอนแรกจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ (เกณฑ์บุคคล) หากผู้ลงทะเบียนผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์บุคคลโดยมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ครอบครัว (ถ้ามี) ในขั้นตอนต่อไป

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 เมื่อไร ?

เปิดลงทะเบียนวันแรกวันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2565 ถึงวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565

ระยะเวลาการใช้จ่าย

คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ช่วงมกราคม 2566

ลงทะเบียนใหม่ทุกคน

การลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ในครั้งนี้ จะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน และผู้ที่ไม่เคยมีบัตร จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน โดยสามารถใช้บัตรประชาชนในการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ

ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่ไหนบ้าง ?

หน่วยงานรับลงทะเบียน 7 หน่วยงาน

  • สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • สาขาธนาคารออมสิน
  • สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ
  • สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ
  • ภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต
  • ศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา
  • กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว

ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยรับลงทะเบียน

  • แบบฟอร์มลงทะเบียน

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)

  • กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว

ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยรับลงทะเบียน

  • แบบฟอร์มลงทะเบียน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (คู่สมรส) พร้อมลงลายมือชื่อ
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (บุตร) หรือสำเนาสูติบัตร พร้อมลงลายมือชื่อกรณีที่คู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยรับลงทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3. ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง

สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาลงทะเบียนแทนได้ โดยใช้เอกสาร ดังนี้

  • แบบฟอร์มลงทะเบียน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (คู่สมรส) พร้อมลงลายมือชื่อ
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (บุตร) หรือสำเนาสูติบัตร พร้อมลงลายมือชื่อเอกสารสำหรับการมอบอำนาจ
  • หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์โครงการ)
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ได้รับมอบอำนาจ)
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี)
  • ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทางออนไลน์

  • ลงทะเบียนผ่านทาง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  • หรือ https://welfare.mof.go.th

  • กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว

  • ไม่ต้องยื่นเอกสารที่หน่วยรับลงทะเบียน กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์เท่านั้น

    • ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนต้องแสดงข้อความ “กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว”
  • กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว

ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยรับลงทะเบียน (เลือกหน่วยรับลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์)

  • แบบฟอร์มลงทะเบียน
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (คู่สมรส) พร้อมลงลายมือชื่อ
    • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (บุตร) หรือสำเนาสูติบัตร พร้อมลงลายมือชื่อกรณีที่คู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยรับลงทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

ทั้งนี้ เมื่อลงทะเบียนตามขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์แล้วระบบจะแสดงข้อความว่า

“กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว” ขอให้ผู้ลงทะเบียนเข้ามาตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์อีกครั้ง โดยกดปุ่ม “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” ซึ่งจะทราบผลการลงทะเบียนในวันศุกร์ของสัปดาห์ถัดไป

ดาวโหลดเอกสารโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ล่าสุด

ผู้ถือบัตรที่จะได้รับเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป) ประกอบด้วย

• วงเงินซื้อสินค้า 200 บาท/เดือน ในกลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท
• วงเงินซื้อสินค้า 300 บาท/เดือน ในกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท
• วงเงินซื้อสินค้าตามมาตรการเพิ่มกำลังซื้อ เดือนละ 200 บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม 2565
• ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2565
• ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/เดือน ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท/เดือน ค่าโดยสารรถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) และ ขสมก. 500 บาทต่อเดือน

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพเพิ่มเติม ทุกวันที่ 15 ของเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2565 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

• ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 100 บาท
• ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 50 บาท

เงินส่วนนี้สามารถใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอปถุงเงินประชารัฐ ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น หรือร้านค้าประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสามารถถอนเป็นเงินสดได้ที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาของธนาคารกรุงไทย

ผู้ถือบัตรที่จะได้รับเงินทุกวันที่ 18 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้) ประกอบด้วย

• เงินคืนค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือน/เดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน) หรือใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน
• เงินคืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือน/เดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาท/เดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรเป็นผู้ชำระเอง)

ผู้ถือบัตรที่จะได้รับเงินทุกวันที่ 22 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้) ประกอบด้วย

• เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ) โดยจะได้รับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563-กันยายน 2565

“ผู้มีสิทธิสามารถติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางได้จากช่องทางต่าง ๆ ของกรมบัญชีกลาง เช่น Facebook YouTube Instagram Twitter และ CGD Application หรือโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0-2109-2345 และ Call Center กรมบัญชีกลาง 0-2270- 6400 ในวัน เวลาราชการ”

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...