โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : TACC รับอานิสงส์มูลค่าตลาดเครื่องดื่ม ประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ปีนี้โตกว่า 3% หวังมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายเติบโต

Share2Trade

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 08.13 น. • Share2Trade

กสิกรไทย คาดการณ์ปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศมีมูลค่ารวม 2.29 แสนล้านบาท เติบโต 3.3% จากปี 2567 กระตุ้นยอดขายของ บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้โต Double Digit ทะลุ 2,000 ล้านบาท

TACC_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศไทยจะมีมูลค่ารวม 2.29 แสนล้านบาท เติบโต 3.3% จากปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และการเติบโตของการท่องเที่ยว โดยกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามองคือ กลุ่มน้ำอัดลมและน้ำดื่มบรรจุขวด ที่คาดว่าจะเติบโต 2.6% และ 4.8% ตามลำดับ

ซึ่งแม้จะมีการชะลอตัวลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 55% ของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด ขณะที่การเติบโตของการท่องเที่ยวส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะขยายตัวอยู่ที่ 8% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2566

มุมมองด้านการท่องเที่ยว สอดคล้องกับการคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ที่ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยบวกกับภาคเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงส์ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นต้น

ขณะที่ภาวะการค้าระหว่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง มีมูลค่าส่งออกรวมเพิ่มขึ้น 14% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 17.2% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) ขยายตัว 17.1%

การเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม กระตุ้นยอดขายสินค้าของ บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) โดยนายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร TACC เปิดเผย แผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในปี 2568 ซึ่งจะเน้นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ผ่านนวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ ให้กับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่

และยังเน้นการสร้างกลุ่มธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่าด้านความเป็นอยู่ที่ดีให้มีคุณภาพ เพื่อความยั่งยืนสู่ทุกด้าน (Compounding Well Being Quality Value) โดยตั้งเป้าหมายรายได้โต Double Digit ทะลุ 2,000 ล้านบาท จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มธุรกิจ B2B (7-Eleven) ในปีนี้ บริษัทฯมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า Core Menu และ New Menu รวมทั้งออกสินค้าใหม่ร่วมกับ CPALL ในฐานะ Key Strategic Partner ไม่ว่าเป็นเครื่องดื่มเย็นในโถกด (Jet Spray) และเครื่องดื่ม Non-Coffee Menu ใน All Cafe ล่าสุดได้เปิดตัวเครื่องดื่มรสชาติใหม่ตามฤดูกาล "น้ำผึ้งมะนาว" (Honey Lime) เพื่อต้อนรับอากาศร้อนช่วงซัมเมอร์ ลงในกลุ่มเครื่องดื่มเย็นในโถกด 7-Eleven พร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม - 30 เมษายน 2568 นี้ หรือสั่งง่ายๆ ผ่าน #7DELIVERY อีกหนึ่งช่องทางความสะดวกสบาย

ขณะที่ 7-Eleven ต่างประเทศ (ประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) มีการเติบโตตามการขยายสาขา โดยในส่วนของประเทศกัมพูชา มีการร่วมพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มใหม่ๆ ในกลุ่ม Counter drink เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค

ส่วนกลุ่มธุรกิจ B2C (Own Brands) บริษัทฯพร้อมพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Cafe Business และการเพิ่มลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

นอกจากนี้ TACC ยังคงมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่มาจากการ M&A , JV เพื่อเป็น New S-Curve ต่อยอดกับธุรกิจเดิม และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...