โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สุดจัด! หนุ่มเหงียนลดน้ำหนักจาก 170 เหลือ 95 กก. ในปีเดียว

อีจัน

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 05.16 น. • อีจัน

มีใครให้มากกว่านี้อีกไหม?

วานนี้ (24 ก.พ. 68) สื่อต่างประเทศ ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดทึ่งของ“เหงียน เซิน ตุง” หนุ่มเวียดนามวัย 37 ปี ที่เปลี่ยนร่างเป็นคนละคน ซึ่งเขาเคยมีน้ำหนักสูงถึง 170 กก. แต่สุดท้ายกลับเหลือเพียง 75 กก.ภายในปีเดียวเท่านั้น เขาทำได้อย่างไร?

รายงานระบุว่า เมื่อปี 2020 “เหงียน เซิน ตุง” ได้กลับมาประเทศเวียดนามอีกครั้ง หลังจากออกไปศึกษาแพทย์แผนตะวันออกในประเทศจีนเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้แผนการและโครงการต่าง ๆ ของเขาไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ

ขอบคุณภาพ : SOHA

ซึ่งในช่วงเวลานั้นเอง เขาได้เริ่มมีนิสัยกินขนมหวานเป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีวิถีชีวิตนอนดึกและนอนตอนกลางวัน ส่งผลให้น้ำหนักตัวของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม้ว่า “เหงียน เซิน ตุง” จะมีความสูงถึง 183 ซม. แต่ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกว่า 170 กก. ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยได้ง่าย และเวียนหัวอยู่เสมอ ก่อนที่ต่อมาเขาจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เขาเป็นโรคเบาหวาน , ความดันโลหิตสูง , ไขมันพอกตับ , โรคข้อเสื่อม และความผิดปกติของการเผาผลาญ

และด้วยมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเขาอ่อนแอลง และเจ็บป่วยได้ง่าย ใบบางครั้งอาการป่วยของเขารุนแรงมาก จนพ่อแม่ต้องคอยเฝ้าดูแลเขาทั้งคืน เพราะกลัวว่าลูกชายจะหยุดหายใจ ด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ลง ขี้หลงขี้ลืม ความจำก็เสื่อมลง กระดูกสันหลังเสื่อม และมีไขมันในช่องท้องสูง ทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปได้อย่างยากลำบาก แค่หายใจก็รู้สึกเหนื่อยแล้วเหงียน เซิน ตุง กล่าว

ขอบคุณภาพ : SOHA

หลังจากเทศกาลตรุษจีนปี 2023 “เหงียน เซิน ตุง” รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเสื่อมลงอย่างรุนแรง และเมื่อเห็นว่าพ่อแม่ตัวเอง แก่ตัวลง เขาจึงตัดสินใจลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจัง

ในช่วงเริ่มต้น ด้วยร่างกายของเขามีน้ำหนักมาก ไม่สามารถว่ายน้ำได้ ทำได้เพียงเดินใต้น้ำหรือจับขอบสระ ปั่นจักรยานในน้ำ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว จากนั้นเขาจึงฝึกว่ายน้ำท่าผีเสื้อและท่ากบเพื่อเผาผลาญน้ำหนักให้เร็วขึ้น

และด้วยการออกกำลังกายในน้ำนี้เอง ทำให้เซิน ตุง รู้สึกผ่อนคลาย และสบายตัว นอกจากนี้ เขายังทำการคาร์ดิโอ ออกแรงต้าน และยกน้ำหนัก เพื่อเร่งเผาผลาญไขมันอย่างรวดเร็ว โดยเซินตุงจะออกกำลังกาย วันละ 4-5 ชม. แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา เช้า-บ่าย พร้อมตั้งเป้าหมายเผาผลาญไขมัน 1,400 กิโลแคลอรีต่อการฝึก 1 ครั้ง

รายงานระบุว่า เขามักจะรู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย เนื่องจากร่างกายหนัก เท้ามีเหงื่อออกทำให้ระคายเคือง และมีฝีหนองใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ เขามีภาวะโรคหัวใจ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงต้องติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจของเขาอย่างใกล้ชิด

ภาพประกอบ

ในด้านโภชนาการ เขาจะหลีกเลี่ยงการรับประทานขนม เพื่อหลีกเลี่ยงระดับอินซูลินที่พุ่งสูง โดยเลือกอาหารที่มีน้ำตาลในระดับปานกลางถึงต่ำ พร้อมเน้นโปรตีน สตรอเบอร์รี่ , มันเทศ , แครอท , ถั่วลิสง และโยเกิร์ต ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือดมากนัก

การรับประทานอาหารของเขา ถูกแบ่งออกเป็น 6 มื้อเล็ก ๆ ต่อวัน ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต ผัก และไม่ปรุงรส และด้านการทำอาหารจะเน้นการนึ่ง ต้ม หรือซอสไร้น้ำมัน นอกจากนี้ เขายังรับประทานกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ และช่วยในการใช้พลังงาน

หลังจากเริ่มรู้สึกมีแรงมากขึ้น เซินตุง ได้เริ่มเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ และพยายามเพิ่มระดับความยากขึ้น เพื่อท้าทายตัวเอง เมื่อเขาลดน้ำหนักลงเหลือ 105 กก. เขาจึงลงสมัครเข้าร่วมวิ่งมาราธอน 21 กม. และวิ่งเทรล 35 กม.

ขอบคุณภาพ : SOHA

และในที่สุดความพยายามมานานกว่า 1 ปีก็สำเร็จ “เหงียน เซิน ตุง” สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม จากน้ำหนักเดิม 170 กิโลกรัม ปัจจุบันเขายังคงรักษาน้ำหนักไว้ที่ 95 กิโลกรัม สำหรับเขานั้น การลดน้ำหนักถือเป็นการรักตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างมีวินัย

หลังจากสิ้นสุดคอร์สลดน้ำหนัก “เหงียน เซิน ตุน” ได้ตัดสินใจที่จะมาเป็นแพทย์ในศูนย์ที่เคยช่วยเหลือเขาในการลดน้ำหนักนี้ ด้วยความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาก่อนหน้านี้

ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริง ๆ ขอแค่มีวินัย และโฟกัสอย่างแน่วแน่ คุณก็สามารถทำได้..

ขอบคุณข้อมูล : SOHA
https://soha.vn/ngu-cung-so-tat-tho-chang-trai-len-nui-giam-75kg-trong-12-thang-198250224140855434.htm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...