โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยจะเป็นฮับ AI แห่งอาเซียน บอร์ด AI แห่งชาติ ถกนัดแรก อัดงบปั้นคน ดันลงทุน พลิกโฉมอุตสาหกรรมหลัก

Thairath Money

อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 10.55 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีมติเห็นชอบกรอบการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ระยะ 2 ปี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลักด้าน AI และมีระบบนิเวศที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้กำหนดแนวทางในการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนากำลังคนด้าน AI ทั้ง AI User ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรในสาย IT และ Non IT รวมไม่น้อยกว่า 1 แสนคน โดยตั้งเป้าหมายที่จะต้องมีการสร้างความรู้ให้แก่บุคลากรที่เป็น AI User ไม่น้อยกว่า 10,000,000 คน AI Professional ไม่น้อยกว่า 90,000 คน และ AI Developer ทั้งวิศวกรและนักวิจัย ไม่น้อยกว่า 50,000 คน ภายในเวลา 2 ปี

นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์ Data Center ระบบประมวลผล GPU และการพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์เปิด ทั้ง Open-source และ National LLM เพื่อให้คนสามารถเข้าถึง AI ได้มากยิ่งขึ้น

รวมถึงการสร้างคลังข้อมูลกลาง (National Data Bank) ที่จะรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา AI ในสาขาต่าง ๆ ในส่วนข้อมูลภาครัฐ จะส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐปรับตัวให้เป็นระบบดิจิทัลทั้งหมดภายในปี 2569 โดยคาดว่าการลงทุนด้านโครงสร้างเหล่านี้จะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนของรัฐบาลและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศประกอบกัน

สำหรับ การส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในงานธุรกิจและอุตสาหกรรมนั้น จะมุ่งเน้นสาขาที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมเป็นหลัก เช่น การสาธารณสุข การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งการประยุกต์ใช้ AI จะส่งผลให้การแพทย์ของไทยมีประสิทธิภาพและยกระดับขึ้นเป็นศูนย์กลางของการรักษาพยาบาลในอาเซียนได้

พร้อมกับยกระดับการท่องเที่ยวทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่าย อีกทั้งการใช้ AI ด้านการเกษตรจะทำให้การเพาะปลูกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลผลิตที่สูงขึ้น และสามารถทำงานด้านการพาณิชย์และตลาดอย่างตรงเป้าอีกด้วย ซึ่งคาดว่าการสนับสนุนการประยุกต์ใช้ AI ในด้านต่าง ๆ จะส่งผลดีต่อบริการสาธารณสุข อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกันด้านผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในฐานะกรรมการ ได้เปิดเผยเช่นเดียวกันว่า depa พร้อมสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พร้อมเสนอความเห็นต่อที่ประชุมว่า ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนในดิจิทัลสตาร์ทอัพ โดยเน้นในกลุ่มที่พัฒนาให้เกิด AI as a Service

นอกจากนี้ depa มีแผนที่จะบูรณาการการทำงานกับภาคเอกชนอย่าง Meta Facebook และ Oracle ในการสร้างกำลังคน AI ควบคู่ไปกับการมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะสำหรับองค์กรธุรกิจที่ส่งพนักงานฝึกอบรมในหลักสูตรดิจิทัลที่ depa และเครือข่ายพันธมิตรให้การรับรอง

โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 250% นอกจากนี้ยังสามารถหักค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 150% ของเงินเดือน 12 เดือนแรกของผู้จบการศึกษาด้านดิจิทัล สำหรับประชาชนทั่วไป depa จะช่วยแบ่งเบาภาระภาษี โดยประชาชนสามารถนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดิจิทัลมาหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568 ได้ 100%

ทั้งนี้เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้ AI รัฐบาลจะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศเพื่อบูรณาการการทำงานด้าน AI ในแต่ละสาขาร่วมกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบต่อไป

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยจะเป็นฮับ AI แห่งอาเซียน บอร์ด AI แห่งชาติ ถกนัดแรก อัดงบปั้นคน ดันลงทุน พลิกโฉมอุตสาหกรรมหลัก

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...