กองทุน Thai ESGX เปิดขายวันนี้วันแรก (2 พ.ค.) ลดหย่อนภาษีปี 68 ได้สูงสุด 1.4 ล้านบาท
กองทุน Thai ESGX เริ่มเปิดขายแล้ววันนี้ 2 พ.ค. 68-30 มิ.ย. 68 พร้อมเปิดให้ผู้ที่ถือกองทุน LTF เดิมสามารถสับเปลี่ยนมาเป็นกองทุน Thai ESGX ภายในวันที่ 13 พ.ค.- 30 มิ.ย.68 รวมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในปี 2568 ได้สูงสุดถึง 1,400,000 บาท
วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เป็นวันแรกที่เปิดให้มีการซื้อกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ หรือ Thailand ESG Extra Fund (Thai ESGX) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกหรือกิจการในประเทศที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์เดียวกับ Thai ESG โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%
โดยจะต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ทั้งนี้แบ่งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุน/สับเปลี่ยนจาก LTF โดยแบ่งออกเป็น 2 วงเงิน ได้แก่ วงเงินลงทุนใหม่ และวงเงินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF
สำหรับเงื่อนไข Thai ESGX รายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษี Thai ESGX แบ่งออกเป็น 2 วงเงินใหม่ โดยไม่รวมคำนวณกับกองทุน Thai ESG เดิม, RMF และกลุ่มลดหย่อนเกษียณอื่นๆ ได้แก่
วงเงินลดหย่อนที่ 1 - "เงินใหม่“ - ลงทุนใน Thai ESGX ด้วยเงินลงทุนใหม่ วงเงินไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (เฉพาะปี 2568) โดยสามาถเริ่มซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568
วงเงินลดหย่อนที่ 2 – "สับเปลี่ยนจาก LTF" - เป็นการให้สิทธิสำหรับผู้ลงทุนที่ถือครอง LTF เดิมในการลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท โดยต้องสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ที่ถือครองในทุก บลจ. ไปยัง Thai ESGX ภายในวันที่ 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568
ระยะการถือครอง Thai ESGX : ถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน) นับจากวันที่มีคำสั่งซื้อ หรือ สับเปลี่ยน ระยะเวลาลงทุนและสับเปลี่ยนเข้า Thai ESGX : ภายใน 2 เดือน คือ พฤษภาคม – มิถุนายน 2568
หมายเหตุ: สำหรับวงเงินลดหย่อนที่ 2 ผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนจาก LTF เดิมที่มีอยู่ ณ 11 มีนาคม 2568 ในทุกกองทุน ทุก บลจ. ไปยัง Thai ESGX ทั้งหมด หากสับเปลี่ยนไม่ครบจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินนี้ได้ ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ทั้งนี้ วงเงินลดหย่อนที่ 2 (สับเปลี่ยนจาก LTF ไปยัง Thai ESGX) ได้ดังนี้
- ต้องใช้สิทธิสับเปลี่ยน LTF ที่ถือครอง ณ 11 มีนาคม 2568 ทั้งหมดไป Thai ESGX ภายใน 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568
- ต้องสับเปลี่ยนให้ครบ "ทุกหน่วยลงทุน ทุกกองทุน และทุก บลจ." หากไม่ครบจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินลดหย่อนที่ 2 ได้
หมายเหตุ: หากผู้ลงทุนมีการสับเปลี่ยน หรือ ขายบางส่วนของหน่วยลงทุน LTF ไปหลังวันที่ 11 มีนาคม 2568 จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 ได้
ดังนั้น หากต้องการใช้สิทธิวงเงินลดหย่อนที่ 2 ผู้ลงทุนต้องคงกองทุน LTF ในทุกกองทุน ทุก บลจ. ที่มี ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 ไว้จนกว่าจะถึงช่วงระยะเวลาที่สับเปลี่ยน Thai ESGX
นอกจากนั้น หากมี LTF เดิมอยู่เกิน 500,000 บาท สามารถขายออกบางส่วนเพื่อใช้สิทธิวงเงินลดหย่อนที่ 2 ไม่ได้ หากมีการขายหรือสับเปลี่ยน LTF หลัง 11 มีนาคม 2567 จะทำให้ไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 แต่หากมีการขายหรือสับเปลี่ยน LTF บางส่วนไปก่อนภายใน 11 มีนาคม 2568 ยังคงสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 ได้
โดยการใช้วงเงินลดหย่อนที่ 2 สูงสุด 500,000 บาท ต้องใช้สิทธิทยอยลดหย่อน โดยปีแรกสูงสุด 300,000 บาท และทยอยลดหย่อนในปีที่ 2-5 สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยจะเป็นการหารเฉลี่ยต่อปีสูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท
ทั้งนี้ กรณีมีสับเปลี่ยน LTF ไปยัง Thai ESGX ด้วยจำนวนเงินไม่ถึง 500,000 บาท จะเป็นการใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มก่อนในแต่ละปี แล้วค่อยลดหย่อนในส่วนที่เหลือ
ตัวอย่าง : สับเปลี่ยน LTF ไปยัง Thai ESGX ด้วยยอดเงิน 420,000 บาท - ปีที่ 1 (2568): 300,000 บาท - ปีที่ 2-5 (2569-2572): เฉลี่ยต่อปี ปีละ 30,000 บาท/ปี
สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในปี 2568 คือ 1,400,000 บาท = RMF สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท + Thai ESG เดิม สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท + Thai ESGX วงเงินที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท + Thai ESGX วงเงินที่ 2 ไม่เกิน 300,000 บาท
ทั้งนี้ RMF ต้องนำไปรวมกับกลุ่มลดหย่อนเกษียณอื่นๆ และลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท, Thai ESG ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท, Thai ESGX วงเงินลดหย่อนที่ 1 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และ Thai ESGX วงเงินลดหย่อนที่ 2 สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (สำหรับปี 2568)
ซึ่งบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) พร้อมเสนอขายThai ESGX รวม 37 กองทุน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 และรองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจาก LTF ได้ภายในวันที่ 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568
โดยสามารถดูข้อมูลการถือครองกองทุน LTF ทั้งหมดของตนเองได้ในที่เดียว เพื่อตรวจสอบและพิจารณาตัดสินใจสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF เป็นThai ESGX เพื่อสิทธิลดหย่อนทางภาษี ได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th/ltf
ที่มา : สำนักงาน ก.ล.ต.
กองทุน Thai ESGX คืออะไร ลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีดีไหม
สามารถเลือกลงทุนกองทุน Thai ESGX จากบลจ.ต่าง ๆ ได้ดังนี้
- บลจ.กสิกรไทย เปิดตัว 2 กองทุนใหม่Thai ESGX ต้นพ.ค.นี้ ลงทุนหุ้นไทยปันผลสูง
- MFC เปิดตัว 4 กองทุน “Thai ESGX” ขาย IPO 2–8 พ.ค.
- บลจ.เกียรตินาคินภัทร เปิดตัวกองทุน KKP BL THAI ESGX รับโอกาสสร้างผลตอบแทนจากหุ้น-ตราสารหนี้ไทยกลุ่มยั่งยืน
- บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิด 4 กองทุนใหม่ Thai ESGX พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่ม
- บลจ. แอสเซท พลัส เปิดตัว 2 กองทุน ThaiESGX จองซื้อ 2–8 พ.ค. นี้
- “อเบอร์ดีน” เปิดตัวกองทุน ThaiESGX ชูปรับพอร์ตลงทุนเหมาะทุกสภาวะตลาด
- บลจ.กรุงศรี มอง หุ้นไทย มีปัจจัยหนุน พร้อมเปิดตัว 3 กองทุน Thai ESGX
- บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เสนอขาย IPO กองทุน LHTHAIESGX 2-8 พ.ค.
- บลจ.อีสท์สปริง ส่ง Thai ESGX กองผสม-กองหุ้นไทยปันผลดี IPO 2-8 พ.ค.
- บลจ.บัวหลวง ส่ง 3 กองทุน Thai ESGX เสนอขายครั้งแรก 2–8 พฤษภาคม
- บลจ.ทิสโก้ ส่ง 2 กองทุน ThaiESGX เปิดจองซื้อ 2-8 พ.ค.นี้
- บลจ.ยูโอบี เปิดขาย 2 กองทุน TESGX รองรับเงินลงทุนใหม่ - LTF เดิม
- บลจ.วรรณ ส่ง 2 กองทุน THAIESGX รองรับเงินลงทุนใหม่-สับเปลี่ยน LTF