โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คดีคนชั้น14” 43วัน ระทึกจบ “ทักษิณ”

INN News

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • INN News

ยังหายใจหายคอต่อไปได้อีก1 เดือน สำหรับ “ทักษิณ ชินวัตร” “พ่อนายกอิ๊งค์”รวมถึงบรรดาผู้เกี่ยวข้อง กับกระบวนการ “คนชั้น14”ไล่เรียงตั้งแต่ รมว.ยุติธรรม ,อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปจนถึง “ผอ.โรงพยาบาลตำรวจ” แพทย์ที่รักษา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่วันนี้(30เม.ย.)แม้ “ศาลฏีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะยกคำร้อง“นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์”ที่ร้องให้ให้เพิกถอนคำสั่งศาล เหตุ ผู้ร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลยคือ “ทักษิณ”ในคดี รวมถึงยกคำร้อง ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาล แต่ศาลก็ยังจะทำการไต่สวนคดีนี้ ว่า โจทก์และจำเลยคืออัยการและ “ทักษิณ”แจ้งต่อตามว่าข้อเท็จจริง ตามที่กล่าวอ้างในคำร้อง หรือไม่ อย่างไร

โดยให้ สำเนาคำร้องให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาของศาลว่าการ
ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลย เป็นไปตามหมายจำคุก เมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่อย่างไร ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคคีอาญา
ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยให้ผู้คนข้างต้น ต้องแจ้งให้ศาลทราบ พร้อมกับแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งศาล พร้อมนัดไต่สวนวันที่ 13มิ.ย.68

เรียกว่าแม้ดูเหมือน”ทักษิณ”จะได้“ต่อเวลา”ทันตั้งตัวไปอีก 43วัน ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวน ของ “ศาลฎีกาการเมือง”แต่ยังต้องลุ้นระทึกต่อไปว่า หากข้อมูลพยานหลักฐานปรากฏว่า
กระบวนการที่ผ่านมาหลังศาลมีคำตัดสินจำคุก “ทักษิณ”แล้ว ฝ่ายเกี่ยวข้องตั้งแต่ราชทัณฑ์ ยังไม่มีการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ศาลก็ย่อมออกหมายครั้งต่อไปได้ตามคำพิพากษา
ที่อาจนำไปสู่การที่นอกจาก ที่ผู้เกี่ยวข้องในขั้นตอนกระบวนการในเรือนจำ ไปจนถึงโรงพยาบาลตำรวจ ต้องถูกเอาผิดเอาโทษแล้ว ตัว“ทักษิณ”ย่อมได้รับผลในการที่จะต้องกลับไปรับโทษตามกระบวนการ

โดยศาลจะไต่สวนว่ากระบวนการบังคับโทษหรือการติดคุกของนายทักษิณ ติดคุกจริงหรือไม่และ การที่ให้ ผบ.เรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ย่อมโยงไปถึงการไต่สวนว่า “ทักษิณ” ป่วยจริงหรือไม่

ที่ปรากฎการณ์จากศาลวันนี้ ถูกหลายฝ่ายทางการเมืองประเมินไปถึงห้วงเวลาทางการเมือง กับสถานการณ์ ของ “รัฐบาลอิ๊งค์”ที่เข้าโซนเดือนพฤษภาคม ที่เริ่มปรากฏร่องรอยกระเพื่อมทั้ง การบ้าน และการเมือง กับทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งภายในรัฐบาล ระหว่าง เพื่อไทย ภูมิใจไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ “นายกอิ๊งค์” แม้จะมี “ตัวช่วย”อย่าง “คุณพ่อ”ก็ยังไม่สามารถปั่นงานออกมาได้ถนัดตั้งแต่นโยบายเรือธง “ดิจิทัลวอเล็ต”

ที่อุตสาห์แปลงร่างเป็น “การแจกเงิน” หรือปมล่าสุดกับ “กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์พ่วงกาสิโน” ที่ “ลูกชายครูใหญ่เนวิน”แห่ง “ภูมิใจไทย”ประกาศกลางสภา ไม่เอาด้วย ที่ล่าสุด”หัวหน้าหนู” อยากให้ “นายกฯอิ๊งค์”ถาม “พรรคร่วมรัฐบาล”ให้ยืนยันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง

กระทั่งมาถึงสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจซ้อนจาก “ภาษีทรัมป์”ที่ไทยโดนไป 36% ที่กำลังมะรุมมะตุ้ม โยงกับปัญหา “โหมดความมั่นคง”ปม อุยกูร์ และ ปมคดี112“อ.พอล”จนมีการเลื่อนการเจรจา

อันเป็นจังหวะเดียวกันที่เดือนนี้ กำลังเข้าโซนที่ องค์กรระดับโลกด้านเศรษฐกิจอย่างธนาคารโลก, IMF มูดีส์ รวมถึงหน่วยงานในไทย เริ่มทะยอยมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ประเมินตัวเลขGDPประเทศต่างๆ อันเป็นการส่งสัญญาน“อันตราย”ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก ในไตรมาส3และ4 อันเป็นที่มาของกระแสกดดันการปรับครม.ทีมเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่ง การจี้ให้มีการเปลี่ยนตัว “นายกอิ๊งค์”.ที่ขนาดมี “คุณพ่อ”คอยช่วยยังได้แค่นี้

และหากหลังจากนี้ “ทักษิณ”ได้รับผลจากคดี “คนชั้น14”ก็ยิ่งจะกลายเป็นการนับถอยหลัง ไปสู่“จุดเปลี่ยนแปลงการเมือง”ที่ส่งผลกระทบกับรัฐบาลเพื่อไทย.

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...