ซีอีโอ Cryptomind มอง BTC ถึง 150K เป็นไปได้ในระยะยาว ชี้ปัจจุบันตลาดยังไม่แน่นอน
ซีอีโอ Cryptomind มอง BTC ถึง 150K เป็นไปได้ในระยะยาว ชี้ปัจจุบันตลาดยังไม่แน่นอน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 68 15:54 น.
ซีอีโอ Cryptomind มองระยะยาว BTC ถึง $150K แต่ปัจจุบันยังต้องระวังความไม่แน่นอนจากทรัมป์ ด้าน Ethreum ยังขาดปัจจัยหนุน อาจต้องรอ SEC อนุมัติให้ Staking ETH ETF ได้ก่อน
นายสัญชัย ปอปลี หรือผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอของบริษัท Cryptomind Group Holdings และ ซีอีโอ Cryptomind Advisoryให้สัมภาษณ์สดที่เพจ ติดเล่า เรื่องลงทุน เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์ Bitcoin และ Ethereum
ภาพรวมตลาดคริปโทฯ เริ่มฟื้นตัวขึ้น แม้ก่อนหน้านี้องค์ประกอบรวมของตลาดจะได้รับความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจมหภาคโดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าจากนโยบายที่แข็งกร้าวของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์
สำหรับ บิตคอยน์ จะเห็นได้ว่าราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 94,000 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ซึ่งการปรับตัวขึ้นในครั้งนี้มีโอกาส เป็นไปได้ ที่จะไปถึง 150,000 ดอลลาร์ ในระยะยาว
อย่างไรก็ตามหากมองแบบมุมที่ Realistic มากๆ ตอนนี้เป็นจุดสำคัญของบิตคอยน์ที่กำลังอยู่ระหว่างการเลือกข้าง
ราคาตอนนี้ 93,000 ดอลลาร์ ถ้าบวกไปอีก 20,000 ดอลลาร์จะไปที่ high เดิม แล้วก็ลดไปอีก 20,000 ดอลลาร์ ก็จะกลับไปประมาณ high เก่าของไซเคิลที่แล้ว คือมันอยู่ในช่วงระหว่างกลางว่ามันจะเอาทิศทางไหนกันแน่ นายสัญชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม อยากให้นักลงทุนพิจารณาที่ปัจจัยในภาพรวม โดยเฉพาะเรื่อง นโยบายต่างๆ ของ ทรัมป์ ที่มีความไม่แน่นอนสูง อย่างในช่วงสงครามการค้า ก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อราคาบิตคอยน์ กระทั่งฉุดราคาดิ่งลงต่ำสุดที่ 74,500 ดอลลาร์
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลดีต่อราคาบิตคอยน์คือ นักลงทุนสถาบัน โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF ปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวแล้ว เม็ดเงินเริ่มไหลกลับ ซึ่งจะเห็นได้จาก SosoValue ที่โชว์ข้อมูลรายวันว่ามีเงินไหลกลับมากขึ้น เฉพาะวันที่ 21 เม.ย.วันเดียวมียอดไหลเข้าสุทธิถึง 381 ล้านดอลลาร์จากก่อนหน้าที่ยอดเงินสุทธิไหลออกรายวันต่อเนื่อง
ด้านราคา Ethereum เริ่มเห็นการฟื้นตัวเช่นกัน แต่ในมุมมองนายสัญชัย ต่อ Ethereum มองเพียงว่า เป็นเหรียญที่พอมีโอกาสทำกำไรได้ แต่จะให้พุ่งแรงกว่าบิตคอยน์คง ยาก
โดยให้เหตุผลว่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาบิตคอยน์ จะเห็นได้ว่าราคาบิตคอยน์มีการปรับตัวขึ้นมาก แต่กลับกัน ราคา ETH ยังเพิ่มขึ้นอยู่ในกรอบ 4,000 ดอลลาร์ เท่านั้น
ซึ่งปัจจัยก็มาจากการที่ Ethereum ไม่มีโปรโตคอลใหม่ๆ ในวัฎจักรปัจจุบัน แตกต่างจากปี 2021 ที่ช่วงนั้น มีทั้ง DeFi และ NFT
ด้วยคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Ethereum Killer หลายตัวเริ่มออกนวัตกรรมใหม่ เช่น Solana ที่นำกระแสของเหรียญมีมกลับมา โดยการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อเหรียญมีม อย่าง Pump.fun
นอกจากนี้ บล็อกเชนเลเยอร์-2 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็เป็นทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกมากขึ้นก็ถือเป็นอีกปัจจัยที่กด ETH เอาไว้
ขณะเดียวกันปัญหาภายใน Ethereum Foundation ก็ยังไม่คลี่คลาย โดย Foundation ยังคงเทขาย ETH อยู่เรื่อยๆ รวมถึงการเข้าถึงผู้นำ Foundation ก็เข้าถึงได้ยาก
สำหรับตัวเร่งของ Ethereum นายสัญชัย มองว่า ในปัจจุบันนักลงทุนถือ ETH อย่างเดียวอาจไม่ได้มีแรงดึงดูดด้านผลตอบแทน แต่ถ้าเป็นกองทุน ETF ที่สามารถเปิดทางให้นำ ETH ไป stake ได้ และจะให้ผลตอบแทนคล้ายๆ กับเงินปันผล น่าจะเพิ่มแรงดึงดูดให้กับ Ethereum ได้ ซึ่งขณะนี้เอกชนกำลังยื่นขอ ETH ETF ในส่วนของการ staking
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเครือข่าย Ethereum ยังเป็นเครือข่ายที่มีความมั่นคงสูงกว่าเครือข่ายอีกๆ จึงยังเป็นตัวเลือกแรกของบริษัทใหญ่ๆ ในการทำ tokenization
ที่มา: ติดเล่าเรื่องลงทุน
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย พิชชาพร กิติยานุภาพ เรียบเรียง โดย พิชชาพร กิติยานุภาพ
อีเมล์. pitchaporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ