โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย มีอาฟเตอร์ช็อก เปิดซื้อขายพรุ่งนี้ 31 มี.ค. นักวิเคราะห์คาดทำนิวโลว์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 10.53 น.

ตลาดหุ้นไทย เปิดซื้อขายพรุ่งนี้ 31 มี.ค. นักวิเคราะห์เปิดสถิติกลับมาเทรดวันแรกหลังแผ่นดินไหว SET Index ติดลบกว่า 2.2% ทำนิวโลว์ภายในสัปดาห์แรก ก่อนฟื้นตัวในช่วงถัดมา

วันที่ 30 มี.ค.2568บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา คาดผลกระทบเบื้องต้นต่อตลาดหุ้น ดังนี้

ภาพรวม:

ประเมินว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยรวมมีจำกัด แต่บางกลุ่มอุตสาหกรรมอาจได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ:

• อสังหาริมทรัพย์: ความกังวลเรื่องโครงสร้างอาคารและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม บริษัทที่มีสัดส่วนคอนโดสูง เช่น ANAN, NOBLE, ORI อาจได้รับผลกระทบ ขณะที่บริษัทที่มีสัดส่วนแนวราบ เช่น LH, SIRI อาจได้ประโยชน์จากอุปสงค์แนวราบที่เพิ่มขึ้น

• ท่องเที่ยว: ความกังวลด้านความปลอดภัยอาจกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว แม้ระยะสั้นอาจยังไม่เห็นการ cancel booking อย่างมีนัย

• ประกันภัย: ค่าสินไหมทดแทนอาจเพิ่มขึ้น

• ค้าปลีก-ขนส่ง: ห้างสรรพสินค้า (CPN ) และระบบขนส่งสาธารณะ (BTS, MRT) อาจหยุดให้บริการชั่วคราวในบางพื้นที่ แต่คาดว่าผลกระทบจะเป็นระยะสั้น และมีประกันคุ้มครอง

กลุ่มที่อาจได้ผลกระทบเชิงบวก:

• วัสดุก่อสร้าง: ความต้องการวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น เช่น ปูน SCCC ,กระเบื้อง DCC

• ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง: ความต้องการซ่อมแซมบ้านและเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เช่น HMPRO (ลูกค้าในกทม./ปริมณฑล ~40%), GLOBAL (ลูกค้าในภาคเหนือ ~20–25%)

มุมมองต่อดัชนีหุ้น (SET Index):

จากข้อมูลเหตุการณ์ภัยพิบัติและก่อการร้ายในอดีต เช่น

• เหตุระเบิดศาลพระพรหม (ส.ค. 2015)

• เหตุระเบิด 8 จุดในกทม. (ธ.ค. 2006)

• สึนามิ (ธ.ค. 2004)

SET Index ปรับตัวลงเฉลี่ย -2.2% ในวันแรกที่ตลาดเปิด และทำจุดต่ำสุดภายในสัปดาห์แรก ก่อนเริ่มฟื้นตัวในช่วงถัดมา

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้บล.บัวหลวง ประเมินว่าอาจคล้ายกับเหตุการณ์สึนามิในปี 2004 โดยคาดว่าดัชนีอาจปรับตัวลงในช่วง 1–3 วันแรก ก่อนมีแนวโน้มฟื้นตัวตามปัจจัยพื้นฐาน

ด้าน บล.พาย เปิดเผยว่าจากการศึกษาผลกระทบภัยธรรมชาติ (แผ่นดินไหว) ในอดีตของประเทศไทยผ่านเหตุการณ์ สึนามิในช่วงปลายปี 2547 พบว่าหลังจากเปิดทำการตลาด หุ้นไทย ปรับลง 2.2% และใช้ระยะเวลาเพียง 4 วันทำการกลับมา ณ ระดับก่อนเกิดสึนามิ

ในช่วงเวลาดังกล่าวพบว่าหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกจะได้แก่กลุ่ม Defensive (BDMS) กลุ่มก่อสร้าง (SCC) กลุ่มส่งออก (TU) แต่หุ้นที่ Underperform ได้แก่โรงแรม (MINT -5%) กลุ่มธนาคาร (BBL -3.7% KBANK -3%)

ขณะที่กรณีศึกษาของญี่ปุ่นพบว่าในช่วงปี 2554 ญี่ปุ่นได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นตึกถล่มราว 1.2 แสนตึกและความเสียหายรวม 9.8 แสนหลังคาเรือนสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจราว 3.5 แสนล้านบาท

สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นพบว่าใน 1 สัปดาห์ปรับลง 16% โดยกลุ่มที่รับผลกระทบได้แก่อสังหา ค้าปลีก สายการบิน ขณะที่กลุ่มก่อสร้าง Outperform และใช้ระยะเวลากว่า 21 เดือนในการกลับมาจุดเดิมก่อนเกิดเหตุการณ์

สำหรับรอบที่ 2 เกิดในช่วงต้นปี 2567 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเขย่าจังหวัดอิชิคาระวะทำให้ถนนหลายสายเกิดรอยแตกร้าว อาคารบ้านเรือนถล่ม แต่อย่างไรก็ตามกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลงราว 2.6% และใช้ระยะเวลาเพียง 2 วันทำการกลับขึ้นไปก่อนระดับเดิม โดยสรุปก็คือผลกระทบต่อตลาดหุ้นจะมากหรือน้อยขึ้นกับความแรงต่อเศรษฐกิจ

กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยผลกระทบจากแผ่นดินไหวยังค่อนข้างจำกัดต่ออาคารสิ่งปลูกสร้างอย่างน้อยก็ยังไม่ได้เห็นอาคารสิ่งปลูกสร้างในกรุงเทพพังทลายลงมาก อาจมีบ้างเช่นสำนักการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แต่ส่วนที่เหลือยังค่อนข้างปกติ แต่คอนโดต่างๆเผชิญกับปัญหารอยแตกร้าวและเสียความเชื่อมั่นจากผู้อาศัย ซึ่งจะกระทบกับอุปสงค์ในอนาคต โดยเฉพาะอสังหาฯที่มีคอนโดเป็นส่วนประกอบเยอะอย่าง (ORI)

จากข้อมูลพบว่ามูลค่าเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 18 ล้านล้านบาท โดยที่ตลาดอสังหามูลค่าอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท ก็อาจพอคำนวนคร่าวๆได้ว่าคิดเป็น 6% ของ GDP หากพิจารณาในเบื้องต้นก็อาจสร้าง Downside ต่อเศรษฐกิจมิได้มากนัก

แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มท่องเที่ยวก็มองเป็นจิตวิทยาเชิงลบและมีผลต่อเศรษฐกิจไทย ด้วยเดิมทีความน่าสนใจของประเทศไทยถูกลดเสน่ห์ลงไปบ้างสะท้อนผ่านการมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่น้อยลง YTD ขยายตัวเพียง 3% จากปีก่อน 15% และนักท่องเที่ยวจีนกลับเดินทางไปญี่ปุ่นมากกว่าระดับก่อน COVID-19 สวนทางกับไทยที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19 เมื่อประกอบกับแผ่นดินไหวอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการมาท่องเที่ยวไทย

อย่างไรก็ตามหากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมิได้เกิดขึ้นอีกเราก็เชื่อว่าจะกระทบกับการท่องเที่ยวระยะสั้น แต่การจะเติบโตข้างหน้าเป็นอีกปัจจัย

ดังนั้นการลงทุนกลุ่มได้ประโยชน์อาจมองไปที่ ค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับซ่อมแซมบ้าน (HMPRO GLOBAL DOHOME) ปูน (SCCC) รวมไปถึงกลุ่มที่ผลกระทบจำกัดอย่างโรงพยาบาล (BDMS) สื่อสาร (ADVANC TRUE) และควรระมัดระวังในหุ้นอสังหา (ผลกระทบหนักสุด) และล่าสุดกระทรวงการคลังได้เตรียมออกมาตรการมารองรับและยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...