ราคาน้ำมันดิบ พุ่งต่อเนื่องวันที่ 5 หลังสหรัฐจ่อเก็บภาษีนำเข้า 25% ประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา
"ราคาน้ำมันดิบ" พุ่งต่อเนื่องวันที่ 5 หลังสหรัฐจ่อเก็บภาษีนำเข้า 25% ประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา กังวลซัพพลายโลกตึงตัว
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 15.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันในวันอังคาร ท่ามกลางความกังวลว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกอาจตึงตัวมากขึ้น หลังจากสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา
*สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 27 เซนต์ มาอยู่ที่ 73.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 07.49 GMT ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ มาอยู่ที่ 69.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดปรับขึ้นมากกว่า 1% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับประเทศที่นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลัก โดยจีนถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา และจีนเองก็อยู่ภายใต้การเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐอยู่แล้ว
นักวิเคราะห์จาก ING ระบุในบันทึกว่า "มาตรการของสหรัฐครั้งนี้ อาจทำให้สมดุลของตลาดน้ำมันโลกตึงตัวในระดับที่ชัดเจน" ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามท่าทีของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งมีกำหนดเริ่มใช้วันที่ 2 เมษายน โดยมีสัญญาณว่าอาจเป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเจาะจงมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
ซึโยชิ อูเอโนะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก NLI Research Institute กล่าวว่า “นักลงทุนกังวลว่าการเก็บภาษีในหลายรูปแบบของทรัมป์ อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงและลดความต้องการใช้น้ำมัน แต่ในขณะเดียวกันการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาและอิหร่านในลักษณะรุนแรงขึ้นก็อาจจำกัดอุปทานได้เช่นกัน ซึ่งทำให้สถานการณ์มีความผันผวนสูง” พร้อมเสริมว่า “เราคาดว่า WTI จะทรงตัวอยู่ราว 70 ดอลลาร์ตลอดปีนี้ และอาจขยับขึ้นในฤดูขับขี่ช่วงฤดูร้อนของสหรัฐ และประเทศอื่น ๆ”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐได้ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ยังขยายเวลาให้บริษัท Chevron ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐดำเนินธุรกิจในเวเนซุเอลาต่อไปได้จนถึงวันที่ 27 พฤษภาคมทั้งนี้นักวิเคราะห์จาก ANZ ประเมินว่าหากเชฟรอนต้องถอนตัวจริง อาจทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงถึง 200,000 บาร์เรลต่อวัน
ขณะเดียวกันทรัมป์ยังกล่าวถึงการเตรียมออกมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ในเร็ว ๆ นี้ แม้จะระบุว่าภาษีที่ประกาศไว้เดิมในวันที่ 2 เมษายน อาจไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า และบางประเทศอาจได้รับการยกเว้น ซึ่งวอลล์สตรีทมองว่าเป็นสัญญาณผ่อนคลายที่ทำให้ตลาดการเงินคลายความกังวลลงบางส่วน
อีกด้านหนึ่งกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งประกอบด้วยประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรวมถึงรัสเซีย มีแนวโน้มจะเดินหน้าปรับเพิ่มกำลังการผลิตเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนพฤษภาคม จากข้อมูลของแหล่งข่าววงใน 4 ราย โดยมีเป้าหมายกดดันให้สมาชิกบางประเทศที่ผลิตเกินโควตาลดกำลังการผลิตลง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน
อ้างอิง : reuters.com