โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สงขลา อดีตนักโทษโตในคุกตั้งแต่อายุ 19 ร่ำไห้ตำรวจพากลับบ้านไปหาพ่อในรอบ 30 ปี

77kaoded

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 21.42 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 13.15 น. • 77Kaoded

หลั่งน้ำตาร่ำให้อดีตนักโทษแทบจะโตมาในคุกทั้งชีวิต เคยติดทั้งเรือนจำสุราษฎร์เรือนจำสงขลาและเรือนจำเขาบิน ติดคุกตั้งแต่อายุ 19 เมื่อปี 37 พ้นโทษออกมาเมื่อปี 65 ล่าสุดถูกจับคดีเสพยาชีวิตเปลี่ยนทันที รู้ว่ายังมีน้องชายและพ่อที่รออยู่ส่วนน้องสาวจากไปแล้ว จบคดีเดินมาหาตำรวจช่วยพาส่งกลับบ้านที่่สุราษฎร์ธานีหลังจากมา 30 ปี ได้ยินเสียงพ่อทางมือถือครั้งแรกร้องให้โฮพ่อบอกคิดถึง สัญญาและสาบานจะเลิกยาเสพติดกลับตัวกลับใจเป็นคนดีและกลับไปอยู่กับพ่อที่บ้าน

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68ที่ผ่านมา ที่ตำรวจชุดปราบปราบยาเสพติดสภ.หาดใหญ่เข้าจับกุม นายสมพร แซ่อุ่ย อายุ 49 ปี หรือกุ้ง ซึ่งมั่วสุมเสพยาเสพติดกับกลุ่มเพื่อนภายในบ้านหลังหนึ่ง ย่านถนนสวัสดิรังสรรค์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

แต่ว่าเมื่อตำรวจสอบถามว่ามีญาติพี่น้องหรือไม่เพื่อจะแจ้งให้ทราบว่าถูกจับ แต่นายสมพร บอกว่า ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเพราะไม่ได้กลับบ้านที่จ.สุราษฎร์ธานีมา 30 ปีแล้วเพราะว่าใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในคุกตั้งแต่ปี 37 เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 65 เรียกว่าโตมาในคุกก็ว่าได้

ตำรวจจึงช่วยค้นหาญาติในทะเบียนราษฎร์จนทราบว่ายังมีน้องชายกับพ่อที่ยังอยู่ส่วนน้องสาวเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่อายุ 27 ปี

ทันทีที่รู้ว่าน้องสาวเสียชีวิตถึงกับก้มหน้าร้องไห้ ตำรวจจึงค้นหาเบอร์น้องชายชื่อปูจนเจอและโทรวิดีโอคอลให้พี่น้องได้เห็นหน้าและคุยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ซึ่งนายสมพร หลังน้ำตาร่ำไ ห้เมื่อน้องชายบอกว่าพ่อยังถามหาตลอดและเป็นห่วงเสมอ และนายสมพร สัญญาว่าหลังจากจบคดีที่ถูกจับก็จะกลับตัวกลับใจและกลับบ้านไปอยู่กับพ่อที่จ.สุราษฎร์ธานี

ล่าสุดในวันนี้(18ก.พ.68)นายสมพร หรือฉายากุ้งใต้ราว ได้รับอิสระอีกครั้งหลังจากที่ถูกจับกุมคดียาเสพติดเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาโดยศาลสั่งปรับ 4,000 บาท แต่ว่าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ก็เลยถูกคุมตัวไปขังแทนค่าปรับที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลาแทน

ทันทีที่ได้รับอิสระ ก็ได้เดินทางมาหาตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดหรือชุดตะวัน ที่สภ.หาดใหญ่ เพราะว่าทางชุดตะวันบอกว่าถ้าพ้นโทษออกมาก็ให้มาหาพี่ๆ ตำรวจชุดนี้เพื่อช่วยพากลับบ้าน

โดยมี ด.ต.สนธยา ขุนทองปาน หรือว่าจ่าเอี้ยง ช่วยโทรไปหาพ่อ เมื่อ นายสมพร ได้ยินเสียงพ่อครั้งแรกในรอบ 30 ปีถึงกับก้มหน้าร่ำไห้โฮออกมาทันทีและได้คุยกับพ่อเป็นครั้งแรกทั้งน้ำด้วยความดีใจและบอกว่าอยากกลับบ้าน พ่อก็ถามว่าอยู่ที่ไหนและดีใจคิดถึงเสมอและจะไปรอรับ

โดยทางตำรวจชุดตะวันได้ดูแลอย่างดีเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำพาไปเก็บสัมภาระส่วนตัวและจ่าเอี้ยงก็พาไปส่งที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร หาดใหญ่ใน ซื้อตั๋วโดยสารให้และให้เงินติดกระเป๋าอีก 500 บาท

โดย นายสมพร หรือฉายาที่เรียกกันในคุกว่า”กุ้ง ใต้ราว”ถึงกับร่ำให้ก้มลงกราบจ่าเอี้ยงที่ช่วยพากลับบ้านและสัญญาพร้อมสาบานว่าจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีจะไม่ยุ่งเลิกยาเสพติดและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกแล้ว และยกมือไหว้เดินขึ้นรถมินิบัสหาดใหญ่-สุราษฎร์ธานี โบกมือลาจ่าเอี้ยงเป็นครั้งสุดท้าย

โดยโทรนัดกับพ่อให้ไปรับที่สถานีตลาดเกษตร1 ที่บ้านดอนสุราษฎร์ธานี โดยออกเดินทางในช่วงบ่าย 3 โมง และคาดว่าจะถึงสุราษฎร์ธานีตอน 2 ทุ่ม

นายสมพร หรือกุ้ง ได้เล่าถึงประวัติตัวเองในช่วง 30 ปี ที่ผ่านมาให้ทีมข่าวฟังว่าแทบจะโตมาในคุกก็ว่าได้ เริ่มจากอายุ 19 ปี ตอนนั้นเกเรมากก่อเหตุลักทรัพย์และถูกจับกุมเมื่อปี 37 เพราะก่อคดีลักทรัพย์ถึง 20 คดี ถูกศาลพิพากษาจำคุก 33 ปี 4 เดือน

ครั้งแรกติดคุกที่เรือนจำสุราษฎร์ธานี แต่อยู่ในคุกก็ทำยังแหกกฏ ก็เลยถูกส่งตัวมาอยู่ที่เรือนจำจ.สงขลาเมื่อปี 43 แต่ว่าก็ยังประพฤติตัวไม่ดีจากนักโทษชั้นดีถูกลดชั้นมาอยู่ในกลุ่มนักโทษชั้นต่ำสุดไม่ได้รับการลดหย่อนโทษ

ด้วยความที่ร้ายสุดท้ายเมื่อปี 62 ก็ถูกย้ายไปอยู่เรือนจำกลางเขาบิน จนกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 65 ส่วนฉายา”กุ้งใต้ราว”เป็นฉายาที่ได้มาจากคุก เพราะตอนติดคุกมักจะไปรวมหัวแอบกันไปหลบมุมอยู่ใต้ราวผ้า

เมื่อพ้นโทษจึงเดินทางมาอยู่ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และมีแฟนอยู่กินด้วยกันราว 3 ปีก็ต้องเลิกรากันไป

และตัวเองก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาถูกชุดตะวันจับกุมตอนที่กำลังมีการมั่วสุมเสพยาก็เลยโดนไปด้วย

และโชคดีที่ในวันนี้ถูกตำรวจชุดตะวันจับกุมเพราะเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้งจากที่คิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสกลับบ้านเพราะไม่รู้จะกลับไปหาใคร

แต่เมื่อตำรวจชุดตะวันได้ติดต่อจนได้คุยกับน้อง แม้ว่าน้องสาวจะไม่อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็รู้ว่ายังมีน้องชายและพ่อที่ยังรออยู่และเป็นห่วงเสมอ

จึงตัดสินใจกลับตัวกลับใจว่าถ้าจบคดีนี้จะกลับบ้านไปอยู่กับพ่อ เมื่อพ้นโทษออกมาในวันนี้จึงตัดสินใจเดินทางมาหาตำรวจชุดตะวันทันทีโดยไม่กลับไปอยู่ที่เดิมอีกต่อไปแล้ว

และหากมีโอกาสชีวิตเข้าที่เข้าทางก็จะกลับมาหาดใหญ่เมื่อเยี่ยมตำรวจชุดตะวันอีกครั้งเพื่อขอบคุณที่ได้มอบโอกาศและชีวิตใหม่ให้กับตน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...