อีกครั้งที่ ‘JENNIE’ ยังคงถูกด่าเรื่องความเซ็กซี่ หลังถ่ายแบบเปลือยด้านบน ปิดแค่อก ที่สะท้อนทั้งอคติต่อผู้หญิงเอเชียที่เซ็กซี่ และความไม่เข้าใจเรื่องร่างกายผู้หญิงและพลังหญิง
เป็นอีกครั้งที่เราต้องยืมประโยคดังในโลกอินเทอร์เน็ตมาพูดจริงๆ ว่า “Birthday but with เจนนี่” เพราะเกิดแต่กับศิลปินสาวคนเก่งที่ชื่อ ‘JENNIE’ อย่างปฏิเสธไม่ได้ เธอถูกชาวเน็ตด่า (อีกแล้ว) เพียงเพราะกล้าที่จะเป็นตัวเอง และกล้าขบถต่อนิยามความเป็นหญิงเอเชียที่สังคมคาดหวังว่าไม่ควรเปิดเผยเรือนร่างมากไป ด้วยการมีความสุขที่จะแต่งตัวเซ็กซี่แบบสับต่อไป ที่ล่าสุดในนิตยสาร HOMMEGIRLS VOLUME 13 เจนนี่ที่มาในลุคเปลือยท่อนบน ซึ่งปิดอกของเธอด้วยดอกคามิลเลีย สัญลักษณ์ของ CHANEL ที่เธอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงอีกชุดที่มาในลุคซีทรูเผยผิวทั้งตัว แต่ยังคงปิดจุกไว้ โดยท่ามกลางแฟนๆ ที่ชื่นชมความมั่นใจของเธออย่างล้มหลาม กลับมีอีกหลายคนเข้ามาด่า บางคนด่าถึงขนาดตั้งคำถามว่าเธอมีผลทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงเอเชียเสื่อมเสีย ทั้งที่คุณไม่ควรชี้นิ้วตัดสินใคร หรือลดทอนคุณค่าของใครตั้งแต่ต้น คุณไม่มีสิทธิ์นั้นเลย
“แม้ว่าเจนนี่จะโด่งดังในอเมริกาจากการแต่งตัวอะไรแบบนี้ แต่มันกำลังเป็นอันตรายต่อภาพลักษณ์ผู้หญิงเอเชีย” / “เธอจำเป็นต้องตระหนักถึงอิทธิพลที่เธอมีให้มากๆ นะ” / “เป็นนักร้องหรือเป็น…?” / “Women empowered ไม่จำเป็นต้องเปลือยนะ” / “จาก K-Pop star สู่คนที่เรียกร้องความสนใจด้วยการเปลือย” / “ตอนนี้เธอต้องการความสนใจด้วยการโชว์ร่างกาย แต่จริงๆ เธอไม่มีอะไรเลย” / “เป็นดาราหนังโป๊หรา??” / “น่าผิดหวัง แต่นั่นก็ชีวิตเธอ” ฯลฯ
การถ่ายแบบลง HOMMEGIRLS ครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เห็นทัศนคติของผู้คนที่ไม่ใช่เพียงแค่ถาโถมลงมาที่เธอ แต่ยังสะท้อนภาพที่ผู้คนมีต่อผู้หญิงเอเชียที่นำเสนอคาแรกเตอร์เซ็กซี่ได้มาก เพราะหากไล่อ่านคอมเมนต์ที่มีคนมาต่อว่าเจนนี่ บางคอมเมนต์ก็มีการตั้งข้อสงสัยเหมือนกันว่า หรือนี่เป็นการที่เธอกำลังถูก sexualize จากฝั่งตะวันตก? เนื่องจากภาพลักษณ์ของผู้หญิงเอเชียในสื่อรวมถึงความคิดของคนตะวันตก หลายๆ ครั้งก็ผูกโยงกับความปรารถนาเรื่องเซ็กซ์ หรือมองว่าพวกเธอเป็น sex object ที่แซ่บเผ็ดร้อน โดดเด่นเรื่องอย่างว่า ซึ่งตามมาด้วยทัศนคติเหมารวมและความคิดดูถูกบางอย่างอยู่ลึกๆ พอเป็นแบบนั้นแล้ว บางคนจึงอาจกังวลเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ดันไปโฟกัสผิดที่ผิดทาง เลือกไปต่อว่าเจนนี่ ทั้งที่ถ้าติดตามเจนนี่มานาน จะรู้ว่า เธอเป็นคนมั่นใจแบบนี้มาตั้งนานแล้ว และชอบที่จะแต่งตัวเซ็กซี่แบบนี้มาตั้งนาน ซึ่งหากนั่นเป็นตัวตนและความสุขของเธอ มันก็ไม่ควรเป็นปัญหาของใคร และเธอก็ไม่ควรถูกดูถูกเหยียดหยามใดๆ ทั้งสิ้น
จากประเด็นนี้ จึงทำให้เห็นแม้ว่าโลกเราจะเจริญมากขึ้นแล้ว แต่ตราบใดที่บางคนยังมีกรอบชัดเจนว่าผู้หญิงแต่งตัวแบบไหนที่ ‘ดี’ / ‘ไม่ดี’ นั่นหมายถึงการเปิดกว้างทางความคิดของคนบางกลุ่มยังคับแคบและไม่ได้เจริญรอยตามโลกเสมอไป และยิ่งมีหลายคนยกอาชีพดาราหนังโป๊มาเหยียดเธอมากมาย ก็ทำให้ได้เห็นเลยว่า บางคนยังมองว่าผู้หญิงที่ใช้เรือนร่างทำมาหากิน เป็นผู้หญิงที่ไม่ดี ไม่มีค่า ทั้งที่เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ทำให้ใครมีคุณค่าลดน้อยลงแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนทำงานอาชีพนี้ยังต้องเผชิญอคติอยู่อย่างมากในสังคม (แต่ก็ย้อนแย้งที่แม้ปากจะด่า แต่หลายคนก็ดูกัน)
และคำพูดที่เธอให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารนี้ก็ยิ่งทำให้เราชื่นชมเธอไม่น้อย ถึงการยืนหยัดที่จะเข้มแข็งและเป็นตัวเองท่ามกลางความเกลียดชัง เธอกล่าวว่า “I keep my mind sacred” หรือแปลคร่าวๆ ได้ว่า “ฉันจะรักษาความคิดอันศักดิ์สิทธิ์ของฉันไว้”
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการมองว่าการส่งต่อภาพของพลังหญิงไม่จำเป็นต้องโป๊ นั่นหมายถึงยังไม่เข้าใจคำว่าพลังหญิงใช่หรือไม่? ในเมื่อการส่งต่อพลังหญิงจริงๆ มันน่าจะเป็นการโอบรับทุกความแตกต่างของผู้หญิง เพื่อนำไปสู่การให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมถึงการช่วยซัพพอร์ตกันในทุกความเป็นหญิงเสียมากกว่า กลับกันหากมองอีกด้าน เจนนี่อาจกำลังทำให้ผู้หญิงอีกหลายคนลุกขึ้นมามั่นใจในการแต่งตัว โดยไม่ต้องแคร์ ‘คนอื่น’ ตราบใดที่เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะการเดือดร้อนทางสายตาของคนอื่น นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเก็บเอามาให้คุณค่าหรือลดทอนคุณค่าของตัวเอง
ต้องบอกว่าจริงๆ เจนนี่ถูกวิจารณ์มาตั้งแต่ยังเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเต็มตัวอยู่เรื่อยๆ แต่พอเธอก้าวขาเข้ามาเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวภายใต้ค่ายของตัวเอง เธอก็ตั้งใจที่จะเป็นตัวเองอย่างเต็มที่และย้ำว่า Ruby อัลบั้มแรกนี้ “ฉันต้องการให้เป็นบางสิ่งที่เป็นตัวแทนของฉันจริงๆ ไม่ใช่แค่ส่วนที่ถูกขัดเกลามาแล้ว ไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณเห็นๆ มาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ฉันกำลังนำเสนอ ‘ตัวเอง’ เป็นครั้งแรกด้วยด้านที่แท้จริงและซื่อตรงของฉัน” เธอพูดไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างแสดงคอนเสิร์ต The Ruby Experience ณ Peacock Theater ลอสแองเจลิส ซึ่งหนึ่งสิ่งที่เราทุกคนได้เห็นคือเธอยึดมั่นใน ‘สิทธิ์ในเนื้อตัวร่างกาย’ ผ่านการแต่งตัวบนเวทีคอนเสิร์ตที่เลือกใส่ทั้งชุดบอดี้สูทสั้นจู๋ผ้าบางสีขาวแหวกอกลึกถึงท้องอย่างมั่นใจ จนโดนด่าหนักว่าโป๊เกินงาม หรือจะอีกชุดที่ใส่บราสีดำขึ้นร้องเพลง ก็โดนด่าไม่น้อย
“ฉันกำลังเปิดม่านการแสดงเพื่อแสดงตัวตนของฉันอย่างแท้จริง ครั้งนี้มันเป็นเวทีของฉันจริงๆ…เมื่อย้อนกลับไปในชีวิต ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำการแสดงมาก่อนก็จริง แต่ฉันจะค้นพบความเป็นฉันจริงๆ ได้ไหม ถ้าฉันไม่ได้อยู่บนเวที? นี่เป็นคำถามที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันมาก” เจนนี่กล่าวกับ HOMMEGIRLS
ดังนั้น เธอจะยังเป็นเธอต่อไป ไม่ว่าใครหลายคนจะไม่ชอบ แต่การที่เธอยังคงชอบตัวเองในเวอร์ชันที่ได้เป็นตัวเองจริงๆ นั่นเป็นสิ่งที่วิเศษและเป็นการส่งต่อพลังหญิงที่งดงามมากๆ แล้ว ส่วนใครอยากอ่านความตั้งใจในอัลบั้มนี้ของเธอ และสารที่ซ่อนอยู่ในเพลงต่างๆ เราเคยเขียนไว้แล้ว ย้อนอ่านได้เลยที่ https://mirrorthailand.com/culture/music/102209
อ้างอิง:
https://www.instagram.com/p/DIKfO-Xtdpk/
https://www.instagram.com/p/DIKpAX1N0re/?img_index=1
https://www.instagram.com/p/DIMGuO6gcRz/?img_index=2
https://www.instagram.com/p/DIQajEFRYbJ/?img_index=1
https://www.koreaboo.com/news/blackpink-jennie-topless-photoshoot-criticism/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- อีกครั้งที่ ‘JENNIE’ ยังคงถูกด่าเรื่องความเซ็กซี่ หลังถ่ายแบบเปลือยด้านบน ปิดแค่อก ที่สะท้อนทั้งอคติต่อผู้หญิงเอเชียที่เซ็กซี่ และความไม่เข้าใจเรื่องร่างกายผู้หญิงและพลังหญิง
- หลากเฉดสีหลายทางเลือกของผู้หญิงจาก The White Lotus SS3
- รักเก่า รักใหม่ มิตรภาพ การเติบโต ส่วนผสมอันกลมกล่อมใน I said I love you first อัลบั้มที่สร้างด้วยหัวใจของ Selena Gomez ที่มีคนรักอย่าง Benny Blanco เป็นโปรดิวเซอร์
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com