โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะสังเวียน ราชดำเนิน จากอดีตสู่ก้าวย่างปีที่ 80 ยกระดับสู่เวิลด์คลาส

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 04.07 น.

เจาะสังเวียน ราชดำเนิน จากอดีตสู่ก้าวย่างปีที่ 80 ยกระดับสู่เวิลด์คลาส

ท่ามกลางสถานที่สำคัญและทรงคุณค่าบนถนนราชดำเนิน อาคารหลังหนึ่งเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าไปพร้อมๆ กับความคึกคักของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกที่ต้องการสัมผัสเนื้อแท้แห่งความเป็นไทยผ่านกีฬาการต่อสู้ที่นานาชาติรู้จักกันในชื่อ “มวยไทย” นั่นคือ “สนามมวยเวทีราชดำเนิน” ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ในปี 2568 และภายใต้การผนึกกำลังระหว่างกรรมการบริหารกับ บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (Global Sport Ventures) หรือ GSV โดยมี “แบงค์” เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ เป็นผู้กุมบังเหียนทิศทางและยกระดับเวทีมวยแห่งนี้ให้ก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์มากขึ้น

สนามมวยเวทีราชดำเนิน ผ่านการรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ให้มีความเป็นสากล เพื่อให้เป็น “สปอร์ต เอนเทอร์เมนต์” สำหรับคนทุกเพศทุกวัย มีเสน่ห์ดึงดูดเหมือน “เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น” (Madison Square Garden) อันโด่งดังของสหรัฐฯ ซึ่งใช้เป็นสังเวียนของมวยสากลอาชีพระดับโลก รวมทั้งยังมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างระบบ Ecosystem ให้กับวงการมวยไทย เป็นการยกระดับชีวิตของผู้ทำงานอยู่ในวัฎจักรนี้ในทุกๆ มิติและให้มวยไทยมีความยั่งยืนในระยะยาว

แม้ว่าจะวางตัวเองให้ สนามมวยเวทีราชดำเนิน ให้พัฒนาเป็น เวิลด์ คลาส คอมแบต สเตเดียม (World Class Combat Stadium) อย่างไรก็ตามแต่ก็ยังรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ยังคงความงดงามและคลาสสิกตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ออกแบบอย่างสากลจากปลายปากกาสถาปนิกอิตาเลียน ผู้เสกสรรค์รูปลักษณ์ของสนามมวยเวทีราชดำเนินที่ยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้เป็นสถาปนิกชาวอิตาลี ซึ่งได้ชื่อว่าสร้างผลงานระดับโลกไว้มากมาย

ในยุคนั้นสถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นที่นิยมของคนไทย นับแต่ราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีอาคารหลายแห่งที่เป็นฝีมือชาวอิตาเบียน อาทิ อาคารศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม สถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิก ออกแบบก่อสร้างโดย โยคิม กราสซี่ (Joachim Grassi) ช่วงปี พ.ศ.2425-2427 อาคารธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของวังบางขุนพรหมและวังเทวะเวสม์ ตำหนักใหญ่สร้างตามสไตล์บาร็อก โดย มาริโอ ทามาคโน จิตรกรรมฝาผนังเป็นผลงานของคาร์โล ริโกลี

ส่วน สนามมวยเวทีราชดำเนิน นั้น เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2484 ดูแลการก่อสร้างโดยบริษัทสัญชาติอิตาเลียน ชื่อ อิมเพรส อิตาเลียน ออลเอสเตโร-โอเรียนเต (Imprese Italiane All’Estero-Oriente) ซึ่งชนะประมูลการก่อสร้างพร้อมการออกแบบ ไปด้วยราคา 258,900 บาท แต่ต้องหยุดไประหว่าง สงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากการขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง

ต่อมาจึงได้ว่าจ้าง บริษัท คริสเตียนี่ แอนด์ นีลเซ่น (Christiani & Nielsen) บริษัทก่อสร้างชั้นนำจากเดนมาร์กเข้ามารับช่วงต่อ รวมถึงจัดสร้างหลังคาคลุมสนามมวย ซึ่งเป็นจุดเด่นอีกประการของเวทีราชดำเนิน นั่นคือเป็นหลังคาคอนกรีต เป็นความทันสมัยที่สุดแห่งยุค 2490 เฉพาะส่วนหลังคาคอนกรีต ใช้เวลาก่อสร้างไม่นานนักคือเพียงประมาณ 4 เดือนก็แล้วเสร็จ ปัจจุบันโครงสร้างนี้ยังคงแข็งแรง คลุมแดดคลุมฝนให้กับสนามมวย นักมวย นักดนตรีและผู้ชมอย่างอดทนและมุ่งมั่น

แต่เดิมผังอาคารสนามมวยราชดำเนินมีลักษณะเป็นรูปวงกลม ส่วนที่เป็นทางเข้าหลักของอาคารยื่นออกมาด้านหน้าเพื่อรองรับผู้ที่เข้ามาชมการชกมวย เชื่อมต่อกับอาคารด้านข้างที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งเป็นส่วนของสำนักงานสนามมวย

การวางผังอาคารบริเวณสนามมวยเป็นวงกลม มีอัฒจันทร์ล้อมรอบเวทีมวยที่อยู่ตรงกลาง เวทีมวยเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ตำแหน่งที่นั่งมีทั้งชั้นล่างสุดซึ่งอยู่ชั้นเดียวกับเวทีมวย

จากรูปแบบแผนผังอาคารที่หันหน้าเข้าหาจุดสนใจ ซึ่งอยู่กึ่งกลางเพียงจุดเดียว ทำให้สายตาของผู้เข้าชมมองไปยังจุดเดียวกัน ด้วยการลดหลั่นของที่นั่งในแต่ละชั้นทำให้ไม่มีการบังสายตาถึงแม้เวทีจะไม่ได้สูงมากนัก ทำให้ผู้ชมทุกคนได้รับประสบการณ์เดียวกัน

ด้านหน้าอาคารสนามมวยราชดำเนินมีการจัดวางองค์ประกอบอย่างเรียบง่าย มีเสาซึ่งเป็นองค์ประกอบทางตั้งถูกจัดวางเป็นจังหวะ 3 ช่วงเสา สลับกับผนังสี่เหลี่ยม ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วพบว่ามีความคล้ายคลึงกับอาคารในยุคเดียวกัน เช่น อาคารสนามกีฬาศุภชลาศัย โรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย

ด้านหน้าอาคารถูกแบ่งเป็น 5 ช่วง ช่วงริมสุดของทั้งสองฝั่งมีการประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนสูง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรูปประดับที่ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและประติมากรรมนูนสูงที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ประติมากรรมมีเนื้อหาที่แตกต่างกัน โดยรูปปั้นนูนสูงที่ประดับอยู่หน้าอาคารสนามมวยราชดำเนินนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้แบบไทยสมัยโบราณ

แม้ว่าจะผ่านกาลเวลายาวนานย่างเข้าสู่ปีที่ 80 ความเป็นสมัยใหม่ของสนามมวยราชดำเนินจึงดำรงอย่างเด่นชัด รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้ใช้ใช้สถาปัตยกรรมประเภทสนามกีฬาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสะท้อนสภาวะความเป็นสมัยใหม่ของชาติ นอกจากรูปลักษณ์ของอาคารแล้ว กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในสนามกีฬาก็ถูกบังคับจากการวางผังที่แบ่งแยกสัดส่วนชัดเจน

และในวาระย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ของสนามมวยเวทีราชดำเนินก็ได้สร้างมิติใหม่ให้สมกับเป็นสนามมวยที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดในโลกนั่นก็คืน ราชดำเนิน อิมเมอร์ ซีฟ มวยไทย (Rajadamnern Immersive Muay Thai) หรือการแสดงแสง สี เสียง อันตระการตาบนโดมคอนกรีตเหนือเวทีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในศึก RWS presents RAJADAMNERN 80

ทั้งนี้เป็นการลงทุนกว่า 100 ล้านบาทที่ดูเหมือนจะคุ้มค่า เหมือนยกระดับให้สนามมวยเวทีราชดำเนินกลายเป็นสนามมวยระดับเวิลด์คลาสได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถือเป็นการหลอมรวมระหว่างมวยไทยอันเป็นเอกลักษณ์กับสีสันอันโดดเด่น สถาปัตยกรรมที่มีความเฉพาะตัวของเวทีมวยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดได้อย่างกลมกลืนลงตัวที่สุด

และนับแต่นี้เป็นไปผู้มาเยือนที่เข้ามาชมการแข่งขันมวยไทยว่าจะเป็นคนไทย หรือแฟนมวยจากทั่วโลกจะได้รับอรรถรสมวยไทยที่เวทีราชดำเนินอย่างอิ่มเอิบ และเป็นความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะสังเวียน ราชดำเนิน จากอดีตสู่ก้าวย่างปีที่ 80 ยกระดับสู่เวิลด์คลาส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...