โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แกะรอยโจรชิงทองย่านลำลูกกา ตร.ล่า 4 วัน จนมุมเพราะกล้องวงจรปิด!

อีจัน

อัพเดต 08 ก.พ. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2568 เวลา 04.46 น. • อีจัน

จนมุมเพราะกล้องวงจรปิดและนำทองรูปพรรณ ใส่กล่องส่งพัสดุกับบริษัทเอกชนไปส่งให้กับภรรยา ที่ภาคใต้ เบื้องหลังแกะรอย 4 วันรวบหนุ่มวัย 38 ปี ชิงทองน้ำหนักรวมกว่า 100 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

จากกรณีเหตุคนร้ายเป็นชาย ตำหนิรูปพรรณสัณฐานสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ก่อเหตุชิงทองในร้านทองกลางห้างดัง ย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้ทองรูปพรรณ 113 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ก่อนเดินออกจากห้างแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยเหตุเกิดเวลาประมาณ 11.50 น. ของวันที่ 3 ก.พ.2568

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ข่าวทั่วไป

ปิดเกม! โจรชิงทองหนัก 150 บาทย่านลำลูกกา หลังล่าตัว 4 วัน

2 ชั่วโมงก่อนหน้า8 ก.พ. 2025

ลักวิ่งชิงปล้น

เร่งล่า! โจรชิงทองคำกว่า 100 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท กลางห้างดัง ย่านลำลูกกา

3 กุมภาพันธ์ 25687 ก.พ. 2025

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผช.ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 , พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ รรท.ผบก.ป. ,

พ.ต.อ.นัฏพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สภ.ลำลูกกา , พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สสภ.1 พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 และ กองปราบปราม ร่วมประชุมคลี่คลายคดี

ชุดสืบสวนแต่ละทีมได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่การก่อเหตุของคนร้าย และเส้นทางคนร้ายขับขี่ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ ยี่ห้อโชกัน จากที่เกิดเหตุและทุกเส้นทางหลบหนี โดยทุกคลิปวิดีโอนำรวบรวมมาวิเคราะห์สังเกตพบว่า คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์หายไป ระหว่างทางจากคลอง 5 มายัง คลอง 6

วันที่ 4 ก พ. ชุดสืบสวนช่วยกันวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด สังเกตเห็นชายแต่งกายคล้ายคนร้าย ขึ้นรถยนต์แท็กซี่คันหนึ่ง ห่างจากบริเวณคลอง 6 ไม่ไกลมากนัก จึงตรวจสอบพบว่า คนขับแท็กซี่ ไปส่งผู้โดยสาร ย่านดินแดง กรุงเทพฯ ชุดสืบสวนจึงเดินเท้าหาข้อมูลตามห้องพักเช่ารายวัน

ขณะเดียวกันชุดสืบสวนบางทีม ค้นหารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขับขี่หลบหนี ว่าหายไปตรงไหน?? กระทั่งพบว่า คนร้ายนำรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทิ้งลงไปในคลองหก จึงนำขึ้นมาเพื่อตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์ และหมายเลขตัวถังที่คอบังคับเลี้ยว พบว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง มีภูมิลำเนา จ.สงขลา

ขณะเดียวกันชุดสืบสวนที่ติดตามหาตัวคนร้าย โดยเริ่มไล่กล้องวงจรปิดจากห้องเช่ารายวันแห่งหนึ่ง ย่านดินแดง ที่คนร้ายเข้ามาพัก กระทั่งไปถึงพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบว่า ช่วงเย็นของวันที่ 3 ก.พ. คนร้ายเข้าไปที่บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเดินออกมา

ชุดสืบสวน ประสานงานกับบริษัทเอกชนดังกล่าว ทราบว่า ชายคนดังกล่าวเข้ามาฝากกล่องพัสดุโดยใช้บริการนำฝากแบบธรรมดา โดยส่งไปยังปลายทางถึง ผู้หญิงคนหนึ่ง มีภูมิลำเนา จ.สงขลา น้ำหนักรวมกล่องพัสดุ 1 กิโลกรัม

ตรวจสอบชื่อผู้ฝากส่งพัสดุ คือนายฐาปนัส !!

ข้อมูลของนายฐาปนัส ถูกตรวจสอบทันที พบว่ามีประวัติเคยถูกดำเนินคดีวิ่งราวทรัพย์ 3 คดี พื้นที่ สภ.เมืองสงขลา และตำหนิรูปพรรณของนายฐาปนัส คล้ายกับภาพจากกล้องวงจรปิด คือบุคคลเดียวกันที่ก่อเหตุ และชุดสืบสวนกำลังติดตาม

ข้อมูลของบริษัทขนส่งเอกชน พบว่า พัสดุที่นายฐาปนัส จะถึงผู้รับปลายทั้งช่วงก่อนเที่ยงของวันที่ 6 ก.พ. ชุดสืบสวน จึงประสานข้อมูลการสืบสวนกับชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สงขลา ให้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณบ้านพักของผู้รับพัสดุ

ขณะเดียวกันชุดสืบสวนที่ติดตามคนร้าย คือนายฐาปนัส ยังคงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 6 ก.พ. พบว่าหลังจากนายฐาปนัส ออกจากบริษัทขนส่งเอกชน ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ก็เดินทางต่อไปยังห้องเช่ารายวันแห่งหนึ่ง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยพักระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.พ. ระหว่างพักเก็บตัวเงียบอยู่ภายในห้อง

มีเพียงครั้งเดียวที่ออกจากห้องไปที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่ง เพื่อตัดผมเป็นทรงสกิลเฮด ยากต่อการจดจำ!!

ขณะเดียวกันช่วงสายของวันที่ 6 ก.พ. ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว. สงขลา พบว่าไรเดอร์ส่งพัสดุให้กับปลายทางเรียบร้อยโดยมี ผู้หญิงอายุประมาณ 19 ปี รับกล่องพัสดุแทน คือลูกเลี้ยงของนายฐาปนัส

ต่อมาภรรยาของนายฐาปนัส ได้กลับมาที่บ้านพัก พบกับชุดสืบสวนจึงนำกล่องพัสดุออกมาเปิดพบว่า ภายในกล่องพัสดุ คือทองรูปพรรณ จำนวน 52 เส้น น้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท ชุดสืบสวนจึงเชิญตัวภรรยาของนายฐาปนัส มาซักถาม

ต่อมาชุดสืบสวนที่อยู่ระหว่างการติดตามนายฐาปนัส ทราบว่าช่วงสายของวันที่ 6 ก.พ. นายฐาปนัส ออกจากห้องเช่ารายวัน ย่านศาลายา ไปขึ้นรถโดยสารเดินทางไปยัง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จึงชุดสืบสวนจึงเร่งติดตามไปโดยไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พื้นที่ อ.อู่ทอง พบว่านายฐาปนัส เข้าไปที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง จำนำทองรูปพรรณ น้ำหนัก 45.60 กรัม ได้เงิน 110,000 บาท

ต่อมาชุดสืบสวน ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด ช่วงสายพบว่านายฐาปนัส ขึ้นรถยนต์ตู้โดยสาร ต้นทาง จ.สุพรรณบุรี ปลายทาง ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางแค กรุงเทพฯ จึงประสานชุดสืบสวนบางส่วนที่อยู่ใกล้เคียงไปที่ห้างดังกล่าว

กระทั่งพบเห็นนายฐาปนัส นั่งสูบบุหรี่ อยู่หน้าห้าง แต่นายฐาปนัส พยายามวิ่งหลบหนี แต่ก็ถูกควบคุมตัวอย่างทุลักทุเล

การซักถามนายฐาปนัส รับว่า ขับขี่รถจักรยานยนต์ ของญาติ มาจาก จ.สงขลา ใช้เวลาเดินทาง 3 วัน แต่มีหนี้สินจากการพนัน จึงเห็นว่าร้านทองในห้างดังกล่าวมีพนักงานแต่ผู้หญิง จึงไปดูลาดเลา 2 – 3 ครั้ง ก่อนก่อเหตุ จากนั้นนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งในคลอง แล้วติดต่อเพื่อนอีก 2 คน นัดแบ่งทองรูปพรรณที่ชิงทรัพย์มาได้ จากนั้นตั้งใจหลบหนีไปเรื่อย ๆ หากไม่ถูกจับจะหนีไปที่ท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...