วิวาทะ พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ 6 มี.ค. 2568 VS พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ 7 มี.ค. 2568
The Structure
อัพเดต 08 มี.ค. 2568 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • The Structureสืบเนื่องจากการเสนอแนะให้เกษตรกรหันไปปลูกกล้วยส่งออกไปญี่ปุ่นของ พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งกล่าวเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2568 ว่า
“พี่น้องเกษตรกรเป็นพี่น้องกลุ่มประชาชนที่สำคัญที่เราอยากจะต้องดูแล เราเองขอให้มั่นใจว่าเรายังไง ต้องทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตอนช่วงระยะสั้นราคามีราคาที่ไม่ดีเราก็เข้าใจ แก้ไข
โดยระยะยาวนี่ ทำอย่างไร ? โจทย์ก็คือทำยังไงที่เขามีรายได้ที่มากขึ้น ในกระทรวงพาณิชย์เองเราก็พยายามจะหาพืชอื่น เพื่อที่จะเขาสามารถสร้างรายได้ อย่างผมไปญี่ปุ่น เราก็ได้รู้ว่าญี่ปุ่นต้องการกล้วยล้านตันต่อปี เรามี 8,000 ตัน เราส่งแค่ 2,000 ตันเอง โควต้า 8,000 ตัน เราเองทำยังไง
ถ้าเกิดเรามาเร่งให้ชาวนาหรือเกษตรกรไทยปลูกกล้วยส่งญี่ปุ่นดีมั้ย เพราะผมคำนวณแล้ว เอ่อ ให้ทางกระทรวงพาณิชย์คำนวณนะครับว่าผลตอบแทนต่อไร่ของกล้วยแสนกว่าบาทต่อไร่
เราก็ได้มีการให้นำทูตพาณิชย์ญี่ปุ่นมาจากญี่ปุ่นมาเลย ของไทย-ญี่ปุ่น แล้วก็นำผู้นำข้าวจากญี่ปุ่นมาเลย มาทดลองปลูกในแปลงที่จังหวัดนครราชสีมา ตอนนี้ลงไปแล้ว 150,000 ตัน เพื่อที่จะทดสอบดูว่า ให้ประชาชนได้เห็นว่าเขาได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าจริงๆ เพื่อจะปรับเปลี่ยนให้เขามาปลูกพืชที่มีรายได้สูงขึ้น เพื่อเขาจะได้มีรายได้ที่ยั่งยืน”
แต่ต่อมาได้เกิดกระแสวิจารณ์พิชัยอย่างหนัก ทำให้ในวันที่ 7 มี.ค. 2668 พิชัยออกมากล่าวว่านั่นเป็นเพียงการเสนอทางเลือกให้แก่เกษตรกรเท่านั้น อีกทั้งกล้วยนั้นถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในตลาดต่างประเทศ แต่ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายให้เปลี่ยนจากการปลูกข้าวไปปลูกกล้วยทั้งหมด
“ไม่ได้เปลี่ยนจากปลูกข้าวเป็นปลูกกล้วย แต่หมายถึงว่าที่ไหน บริเวณไหน ปลูกกล้วยได้แล้วได้ราคาสูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ก็ปลูก ไม่ได้ว่าให้เปลี่ยนอย่างนั้น แค่คิดก็ผิดแล้ว เพียงให้เป็นทางเลือกกับเกษตรกรที่จะปลูก”พิชัยกล่าว และยืนยันว่าข้าวยังคงเป็นพืชหลักของประเทศไทย และรัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชาวนามีรายได้ที่มั่นคง