โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ก่อนเรียนจบ! “ยื่นภาษี” คืออะไร แล้วทำไมต้องเสียภาษีด้วย?

Dek-D.com

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2566 เวลา 10.41 น. • DEK-D.com
รู้ก่อนเรียนจบ! “ยื่นภาษี” คืออะไร แล้วทำไมต้องเสียภาษีด้วย?

สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D.comเมื่อพูดถึงเรื่อง‘ภาษี’ แล้ว น้องๆ อาจมองว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เรายังเรียนไม่จบไม่ต้องรีบร้อนเรียนรู้ก็ได้ ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ต้องหยุดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เพราะภาษีเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม แน่นอนว่าน้องๆ คงจะมีข้อสงสัยกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือนเท่าไหร่ต้องยื่นภาษี, ถ้าไม่ยื่นภาษีจะโดนโทษอะไรมั้ย หรือต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่ บทความนี้จะพาน้องๆ ชาว Dek-D.com ทุกคน ไปไขข้อสงสัยพร้อมๆ กันค่ะ ถ้าพร้อมก็ลุยเลย!

รู้ก่อนเรียนจบ! “ยื่นภาษี” คืออะไร แล้วทำไมต้องเสียภาษีด้วย?

ทำความรู้จัก ประเภทของ ‘ภาษี’ มีอะไรบ้าง?

ภาษีคือ เงินหรือทรัพย์สินที่รัฐบาล หรือสถาบันที่ปฏิบัติหน้าที่เทียบเท่า เรียกเก็บจากประชาชนที่มี่รายได้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อนำมาใช้ในการบริหารประเทศให้เจริญก้าวหน้า โดยภาษีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ภาษีทางตรง คือ ภาษีที่รัฐเรียกเก็บโดยตรงจากผู้ที่มีรายได้ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องรับภาระไว้เองทั้งหมด จะให้คนอื่นเสียแทนไม่ได้ ต้องจ่ายเองเท่านั้นได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน, ภาษีบำรุงท้องที่, ภาษีมรดก และภาษีทรัพย์สินต่าง ๆ

  • ภาษีทางอ้อมคือ ภาษีที่รัฐเรียกเก็บรวมไปกับการซื้อสินค้าหรือบริการผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีสามารถผลักภาระไปให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีสรรพามิต, ภาษีธุรกิจเฉพาะ, ภาษีศุลกากร, ภาษีทางการค้า และค่าธรรมเนียมอากรต่าง ๆ

ยื่นภาษี VS เสียภาษี ต่างกันยังไง?

ยื่นภาษีคือ การยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อแจ้งรายละเอียดเงินได้และค่าลดหย่อนของเราให้กรมสรรพากรทราบ ส่วนการ เสียภาษีคือ ขั้นตอนหลังจากการยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว โดยระบบจะคำนวณให้ว่าเงินได้สุทธิของเราเกินเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ถ้าเกินเราก็จะต้องเสียภาษีนั่นเองค่ะ

เคยสงสัยกันมั้ย ทำไมเราถึงต้องยื่นและเสียภาษี?

เนื่องจากเป็นข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งระบุไว้ว่า ผู้ที่มีรายได้ทุกคนต้องยื่นภาษี พูดง่ายๆ ก็คือ เหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย รวมถึงผู้ที่ประกอบอาชีพสร้างรายได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น YouTuber, ฟรีแลนซ์, ขายของออนไลน์, เขียนนิยาย, ขาย E-Book ฯลฯ และถึงแม้ว่าเงินได้สุทธิจะไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีก็ต้องยื่นเหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานการยื่นทำธุรกรรมต่างๆในอนาคตได้ เช่น ใครที่มีแพลนต้องการซื้อบ้าน ซื้อรถ การยื่นภาษีก็ช่วยให้การกู้ยืมสินเชื่อผ่านได้ง่ายขึ้น รวมถึงเป็นการยื่นข้อมูลที่มีประโยชน์ให้กับทางภาครัฐ เพื่อทำการเก็บสถิติผู้ที่มีรายได้ของประเทศ และนำเงินภาษีที่เราจ่ายไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ อีกด้วย

รู้หรือไม่? การยื่นภาษีและเสียภาษี ไม่ได้เกี่ยวกับอายุนะ

น้องๆ หลายคนคงคิดว่าต้องยื่นภาษีหรือเสียภาษีก็ต่อเมื่อเรียนจบและมีงานทำแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเรื่องของภาษีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอายุเลยค่ะ แต่การยื่นและเสียภาษีเกี่ยวข้องกับรายได้ที่เราได้รับในแต่ละปีต่างหาก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ และต่อให้รายได้จะมากหรือน้อยทุกคนต่างก็ต้องยื่นภาษีด้วยกันทั้งนั้น ส่วนการเสียภาษีก็ขึ้นอยู่กับว่าเงินได้สุทธิอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่

ทำความเข้าใจ ‘เงินได้ กับ เงินได้สุทธิ’ คืออะไร?

ก่อนอื่นพี่แป้งอยากให้น้องๆ ทุกคนทำความรู้จัก และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 2 อย่างนี้ก่อนค่ะ

  • เงินได้คือ รายได้ทั้งหมดที่ได้รับตลอดทั้งปี (12 เดือน) เช่น เงินเดือน โบนัส เงินปันผลต่างๆ เป็นต้น
  • เงินได้สุทธิคือ เงินได้ตลอดทั้งปีที่หักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วิธีคำนวณหาเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

ตัวอย่าง : นายเด็กดี เป็นพนักงานประจำมีรายได้ทั้งปีรวมกัน 300,000 บาท หักค่าใช้ 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และมีรายการลดหย่อนภาษีส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท และไม่มีกองทุนหรือประกันอื่น ๆ

เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน - ค่าประกันสังคม

300,000 - 100,000 - 60,000 - 9,000 = 131,000 บาท

เท่ากับว่า นายเด็กดีจะมีเงินได้สุทธิ 131,000 บาทต่อปี หลังจากนั้นก็นำจำนวนเงินได้สุทธิดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดูว่าต้องเสียภาษีเท่าไหร่

จะรู้ได้ยังไงว่า ต้องเสียภาษีหรือไม่?

ตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้ในการคำนวณภาษีกำหนดว่า บุคคลที่มีเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ต้องยื่นภาษีแต่ไม่ต้องเสียภาษี นั่นหมายความว่า บุคคลที่มีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,001 บาทขึ้นไปต้องเสียภาษี แล้วต้องเสียภาษีเท่าไหร่ล่ะ? ตารางนี้มีคำตอบค่ะ

เงินได้สุทธิ (บาท)

อัตราภาษี

1 - 150,000

ได้รับการยกเว้น

150,001 - 300,000

5%

300,001 - 500,000

10%

500,001 - 750,000

15%

750,001 - 1,000,000

20%

1,000,001 - 2,000,000

25%

2,000,001 - 5,000,000

30%

5,000,001 ขึ้นไป

35%

จากตัวอย่างที่ผ่านมา นายเด็กดีมีเงินได้สุทธิอยู่ 131,000 บาท หมายความว่า เขาไม่ต้องเสียภาษีแต่ถ้าสมมตินายเด็กดีมีเงินได้สุทธิอยู่ที่ 160,000 บาท เขาต้องเสียภาษี 5% นั่นเองค่ะ

มีรายได้ แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องทำยังไง?

สำหรับน้องๆ ที่มีรายได้จากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ทำงานพาร์ทไทม์, ขายของออนไลน์, อินฟลูเอนเซอร์ ฯลฯ แต่ยังอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ กฎหมายกำหนดให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีหน้าที่ยื่นภาษีและเสียภาษีแทนได้ค่ะ แต่จะต้องยื่นภาษีภายในช่วงเวลาที่กำหนด

กำหนดการยื่นภาษี ดูให้ดีระวังพลาด!

โดยปกติแล้วจะมีการยื่นภาษีประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม ของทุกปีสำหรับใครที่ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรจะมีการขยายเวลายื่นภาษีไปอีก 8 วัน ซึ่งหมายความว่า สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 8 เมษายน ของทุกปีนั่นเองค่ะ ยกเว้นในกรณีที่มีรายได้ต้องยื่นภาษีครึ่งปีก็จะต้องทำการยื่นภาษีภายในเดือนกันยายนของทุกปีด้วย

ประเภทเงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง?

เนื่องจากแต่ละคนประกอบอาชีพและมีเงินได้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมทางกฎหมายได้มีการแบ่งลักษณะเงินได้ออกเป็นกลุ่มๆ ตามความเหมาะสม เพื่อกำหนดวิธีคำนวณภาษีให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

  • เงินได้ประเภทที่ 1เช่น เงินเดือน, โบนัส, โอที, เบี้ยขยัน
  • เงินได้ประเภทที่ 2เช่น ค่าคอมมิชชั่น, ค่ารีวิวสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย
  • เงินได้ประเภทที่ 3เช่น ค่าลิขสิทธิ์, ค่ากู๊ดวิล, ค่าตอบแทนทรัพย์สินทางปัญญา
  • เงินได้ประเภทที่ 4เช่น ดอกเบี้ยต่างๆ, เงินปันผล, Cryptocurrency
  • เงินได้ประเภทที่ 5เช่น ค่าเช่าทรัพย์สินทุกประเภท
  • เงินได้ประเภทที่ 6เช่น ค่าวิชาชีพอิสระ ได้แก่ การประกอบโรคศิลปะ, นักกฎหมาย, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี และช่างประณีตศิลป์
  • เงินได้ประเภทที่ 7เช่น ค่ารับเหมาก่อสร้าง ทั้งค่าแรงและค่าของ
  • เงินได้ประเภทที่ 8เช่น ขายของออนไลน์, ขายอสังหาริมทรัพย์, ร้านอาหาร

จากเงินได้ 8 ประเภทที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ น้องๆ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร ได้เลยยย

เอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อยื่นภาษี

  • ใบทวิ 50 (ออกโดยบริษัทที่เราทำงานอยู่)
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทที่จ่ายเงิน/ โบนัส/ ค่าคอมมิชชั่น
  • เอกสารลดหย่อน เช่น ดอกเบี้ยบ้าน เบี้ยประกัน ใบเสร็จซื้อสินค้า

ยื่นภาษีที่ไหนได้บ้าง?

เราสามารถยื่นภาษีได้ 3 ช่องทาง ดังนี้

  • สำนักสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง
  • ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ไปยัง “กองบริหารการคลังและรายได้ กรมสรรพากร”
  • ยื่นทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://efiling.rd.go.th/rd-cms/ของกรมสรรพากร

ถ้าไม่ยื่นภาษีจะมีโทษหรือเปล่า?

การจ่ายเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ถือเป็นบทลงโทษเกี่ยวกับภาษีอากรอย่างหนึ่งค่ะ และอาจมีโทษทางอาญาด้วย แล้วแต่ความผิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรงขั้นไหน ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กรณี ดังนี้

  • กรณีไม่จ่ายภาษีภายในกำหนดเวลาต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1.5 % ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย นับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันจ่ายภาษี
  • กรณีไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการ หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้แต่จ่ายภาษีไม่ครบนอกจากจะต้องรับผิดจ่ายเงินเพิ่มแล้ว ยังจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 - 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย (แล้วแต่กรณี)
  • กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภายในกำหนดต้องระวางโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท
  • กรณีจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จ หรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน - 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 - 200,000 บาท
  • กรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านกันมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าน้องๆ หลายคนคงได้คำตอบคลายความสงสัยกันไปไม่มากก็น้อย ดังนั้น หากตอนนี้น้องๆ คนไหนที่มีรายได้อยู่ก็อย่าลืมยื่นและเสียภาษีให้ครบถ้วนกันด้วยนะคะ และถึงแม้ว่ารายได้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีก็ยื่นไปก่อนค่ะ เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...