โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ แบบไหนถูกกว่า

Wealth Me Up

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2566 เวลา 08.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line | Youtube | Instagram

‘ดอกเบี้ยแบบคงที่vs ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก’ แบบไหนถูกกว่า?

มาดูวิธีเปรียบเทียบกัน…เปรียบเทียบเป็น ประหยัดเงินได้!

รู้จักประเภทของอัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนใหญ่มีอยู่สองประเภท คืออัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุสัญญาหรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง กับอีกแบบคือ อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มักไปอิงกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารนั้นๆ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงไม่แน่นอน

การคำนวณอัตราดอกเบี้ย

สำหรับวิธีคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อมีอยู่2 วิธี คือวิธีคิดแบบลดต้นลดดอก(Effective Rate) โดยจะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงค้าง อธิบายง่ายๆ คือ เงินค่างวดที่ผ่อนชำระเข้าไป จะถูกนำไปหักค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยก่อน แล้วจึงนำที่เหลือไปหักเงินต้น เมื่อเงินต้นซึ่งเป็นฐานในการคำนวณดอกเบี้ยลดลง ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงด้วย มักใช้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ ธปท. กำกับดูแล

อีกวิธีคือคิดแบบเงินต้นคงที่(Flat Rate) จะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นทั้งก้อนแล้วนำดอกเบี้ยที่คำนวณได้มารวมกับเงินต้น จากนั้นนำมาหารเฉลี่ยเพื่อให้ผ่อนชำระเท่ากันทุกงวดวิธีคำนวณแบบนี้มักจะพบในการเช่าซื้อรถยนต์

เปรียบเทียบดอกเบี้ยของ2 วิธีอย่างไรว่าอันไหนถูกกว่า

หากต้องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของวิธีEffective Rate กับFlat Rate จึงต้องปรับให้ฐานคิดเท่ากันก่อน ซึ่งผู้ให้บริการที่คิดแบบFlat Rate ไว้ ก็มักจะบอกอัตราดอกเบี้ยที่คิดแบบEffective Rate กำกับไว้ด้วย แต่หากไม่ได้ให้ไว้ เราสามารถแปลงFlat Rate เป็นEffective Rate คร่าวๆ ได้ โดยนำอัตราดอกเบี้ยของFlat Rate คูณด้วย1.8

ธนาคาร A: ดอกเบี้ย = 14% ต่อปี (Effective Rate)

ธนาคาร B: ดอกเบี้ย = 8.5% ต่อปี (Flat Rate)

ธนาคาร C: ดอกเบี้ย = 0.74% ต่อเดือน (Flat Rate)

ตัวอย่างที่1: สมมติว่าธนาคารA และB กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ แต่มีวิธีคิดดอกเบี้ยแตกต่างกัน ดังนั้น เวลาจะเปรียบเทียบ เราต้องแปลงวิธีคิดดอกเบี้ยของธนาคารB จากFlat Rate เป็นEffective Rate ก่อน โดยเอา8.5 x 1.8 = 15.3% ต่อปี โดยประมาณ แล้วจึงค่อยเทียบกับธนาคารA โดยสามารถสรุปได้ว่า ดอกเบี้ยของธนาคารA (14% ต่อปี) ต่ำกว่าธนาคารB (15.3% ต่อปี)

ตัวอย่างที่2: ธนาคารC อัตราดอกเบี้ย0.74% ต่อเดือน คิดดอกเบี้ยด้วยวิธีFlat Rate ให้นำ0.74 x 12 = 8.88% ต่อปี แล้วจึงนำไปคูณกับ1.8 จะได้อัตราดอกเบี้ยแบบEffective Rate 8.88 x 1.8 = 15.98% ต่อปี โดยประมาณ จึงสามารถสรุปได้ว่า ดอกเบี้ยของธนาคารA (14% ต่อปี) ต่ำกว่า ธนาคารC (15.98% ต่อปี)

แม้จะเป็นการแปลงข้อมูลคร่าวๆ แต่ก็ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบเพื่อเลือกกู้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สามารถใช้ตัวช่วยคือ“โปรแกรมเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์” ที่ได้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อพื้นฐานของผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติมาไว้ในที่เดียว เช่น อัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้ เงื่อนไขการกู้ สามารถลองเข้าใช้ได้ที่เว็บไซต์www.1213.or.th เลือก“โปรแกรมเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์“

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...