‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ แบบไหนถูกกว่า
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Facebook| Line | Youtube | Instagram
‘ดอกเบี้ยแบบคงที่vs ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก’ แบบไหนถูกกว่า?
มาดูวิธีเปรียบเทียบกัน…เปรียบเทียบเป็น ประหยัดเงินได้!
รู้จักประเภทของอัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนใหญ่มีอยู่สองประเภท คืออัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุสัญญาหรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง กับอีกแบบคือ อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มักไปอิงกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารนั้นๆ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงไม่แน่นอน
การคำนวณอัตราดอกเบี้ย
สำหรับวิธีคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อมีอยู่2 วิธี คือวิธีคิดแบบลดต้นลดดอก(Effective Rate) โดยจะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงค้าง อธิบายง่ายๆ คือ เงินค่างวดที่ผ่อนชำระเข้าไป จะถูกนำไปหักค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยก่อน แล้วจึงนำที่เหลือไปหักเงินต้น เมื่อเงินต้นซึ่งเป็นฐานในการคำนวณดอกเบี้ยลดลง ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงด้วย มักใช้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ ธปท. กำกับดูแล
อีกวิธีคือคิดแบบเงินต้นคงที่(Flat Rate) จะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นทั้งก้อนแล้วนำดอกเบี้ยที่คำนวณได้มารวมกับเงินต้น จากนั้นนำมาหารเฉลี่ยเพื่อให้ผ่อนชำระเท่ากันทุกงวดวิธีคำนวณแบบนี้มักจะพบในการเช่าซื้อรถยนต์
เปรียบเทียบดอกเบี้ยของ2 วิธีอย่างไรว่าอันไหนถูกกว่า
หากต้องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของวิธีEffective Rate กับFlat Rate จึงต้องปรับให้ฐานคิดเท่ากันก่อน ซึ่งผู้ให้บริการที่คิดแบบFlat Rate ไว้ ก็มักจะบอกอัตราดอกเบี้ยที่คิดแบบEffective Rate กำกับไว้ด้วย แต่หากไม่ได้ให้ไว้ เราสามารถแปลงFlat Rate เป็นEffective Rate คร่าวๆ ได้ โดยนำอัตราดอกเบี้ยของFlat Rate คูณด้วย1.8
ธนาคาร A: ดอกเบี้ย = 14% ต่อปี (Effective Rate)
ธนาคาร B: ดอกเบี้ย = 8.5% ต่อปี (Flat Rate)
ธนาคาร C: ดอกเบี้ย = 0.74% ต่อเดือน (Flat Rate)
ตัวอย่างที่1: สมมติว่าธนาคารA และB กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ แต่มีวิธีคิดดอกเบี้ยแตกต่างกัน ดังนั้น เวลาจะเปรียบเทียบ เราต้องแปลงวิธีคิดดอกเบี้ยของธนาคารB จากFlat Rate เป็นEffective Rate ก่อน โดยเอา8.5 x 1.8 = 15.3% ต่อปี โดยประมาณ แล้วจึงค่อยเทียบกับธนาคารA โดยสามารถสรุปได้ว่า ดอกเบี้ยของธนาคารA (14% ต่อปี) ต่ำกว่าธนาคารB (15.3% ต่อปี)
ตัวอย่างที่2: ธนาคารC อัตราดอกเบี้ย0.74% ต่อเดือน คิดดอกเบี้ยด้วยวิธีFlat Rate ให้นำ0.74 x 12 = 8.88% ต่อปี แล้วจึงนำไปคูณกับ1.8 จะได้อัตราดอกเบี้ยแบบEffective Rate 8.88 x 1.8 = 15.98% ต่อปี โดยประมาณ จึงสามารถสรุปได้ว่า ดอกเบี้ยของธนาคารA (14% ต่อปี) ต่ำกว่า ธนาคารC (15.98% ต่อปี)
แม้จะเป็นการแปลงข้อมูลคร่าวๆ แต่ก็ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบเพื่อเลือกกู้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สามารถใช้ตัวช่วยคือ“โปรแกรมเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์” ที่ได้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อพื้นฐานของผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติมาไว้ในที่เดียว เช่น อัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้ เงื่อนไขการกู้ สามารถลองเข้าใช้ได้ที่เว็บไซต์www.1213.or.th เลือก“โปรแกรมเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์“