โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อดังออสซี่ตีข่าว ‘หมอเหรียญทอง’ แฉทำคนลี้ภัย แต่ตัวเองเล็งเกษียณในเพิร์ท

VoiceTV

อัพเดต 06 ธ.ค. 2565 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2565 เวลา 15.10 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

The Sydney Morning Herald เปิดสกู๊ปของเขาโดยระบุว่า ผู้นิยมศาลเตี้ยชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีผู้ติดตามคอยขู่ฆ่าและขู่ข่มขืนผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และครอบครัวของผู้ลี้ภัย ทำการขับไล่ผู้เห็นต่างให้ต้องลี้ภัย ซึ่งในเนื้อความมีการระบุถึงชื่อเหรียญทองที่ออกมาเปิดเผยว่า เขาจะเดินทางมาใช้ชีวิตบั้นปลายในออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดี เหยื่อและนักเคลื่อนไหวกำลังยื่นคำร้องต่อรัฐบาลออสเตรเลียให้ปฏิเสธไม่ให้เหรียญทองสามารถใช้ชีวิตวัยเกษียณในเมืองเพิร์ท โดยอ้างว่าเหรียญทองไม่เหมาะสมและเหมาะควรที่จะเดินทางมาใช้ชีวิตในออสเตรเลีย กลุ่มผู้ร้องเรียนกล่าวว่า เหรียญทองมีส่วนร่วมและสนับสนุนด้วยการใช้คำพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง และสนับสนุนการไล่ล่าผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ “ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นอย่างไร”

The Sydney Morning Herald เล่าถึงประวัติของเหรียญทองว่า เขาเป็นแพทย์และอดีตนพลใหญ่ในกองทัพไทย ซึ่งบริหารโรงพยาบาลของครอบครัวในกรุงเทพฯ และเป็นผู้ก่อตั้ง “องค์กรเก็บขยะ” ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการรัฐประหารในเดือน พ.ค. 2557 เพื่อมุ่งเป้าไปไล่ล่าผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้ เหรียญทองใช้เฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก เพื่อเล็งเป้าบุคคลที่เป็น “ขยะ” ในฐานะศัตรูของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเหรียญทองให้เหตุผลว่าจำเป็นจะต้องถูกกวาดล้างและกำจัดออกไป ทั้งนี้ ผู้ติดตามหลายพันคนของเหรียญทองจะโจมตีเป้าหมายทั้งทางออนไลน์และต่อหน้า และดำเนินการฟ้องร้องภายใต้กฎหมายหมิ่นประมาทสถาบันกษัติรย์ที่มีโทษรุนแรงของประเทศไทย

เหยื่อของเหรียญทองรายหนึ่งอย่าง กฤตนัย เทพสาย หรือที่มีชื่อเล่นว่าแจ็ก ซึ่งตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในเมืองจีลองของออสเตรเลีย กล่าวกับ The Sydney Morning Herald ว่า การโจมตีโดยกลุ่มของเหรียญทองทำให้เขาต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย กองทัพออนไลน์ของกลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ถูกระดมมาต่อต้านเขาในปี 2557 หลังจากที่เขาวิจารณ์อดีตพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ก่อน

กฤตนัยระบุกับ The Sydney Morning Herald ว่า เหรียญทองโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเขา และเขาถูกขู่ฆ่าและแจ้งเตือนว่าจะมีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปในบ้านของเขาที่เชียงใหม่ และข่มขืนลูกสาววัย 16 ปีของเขา กฤตนัยยังถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับคดีวางระเบิด และเขากลัวว่าเขาจะถูกลักพาตัวและอาจเสียชีวิตได้หากเขาเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย โดยกฤตนัยระบุกับสื่อออสเตรเลียว่า “ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า เหรียญทองจะได้วีซ่าออสเตรเลีย”

หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สืบเนื่องจากการที่เหรียญทองออกมาเปิดเผยว่า เขาจะเดินทางไปใช้ชีวิตบั้นปลายในออสเตรเลีย เหรียญทองในวัย 63 ปีระบุว่า พ่อของเขาซื้อบ้านหลังหนึ่งในเมืองเพิร์ทเมื่อปี 2535 และเขาจะแบ่งเวลาระหว่างที่นั่นกับกรุงเทพฯ ในวัยเกษียณ เขากล่าวว่าการเกษียณอายุนอกประเทศไทยนั้นไม่ใช่การหนีออกไปจากแผ่นดินเกิด “ดังนั้นการที่ผมจะใช้ชีวิตตาแป๊ะที่เมืองเพิร์ธนั้น ไม่ได้หมายความว่าผม 'ชังชาติ' เหมือนพวกควายแดงส้มสามกีบที่รังเกียจประเทศชาติของตัวเองจนต้องหนีคดี หนีคุก ย้ายถิ้นฐาน อพยพออกนอกราชอาณาจักรไทยนะครับ”

“ผมไม่ได้อพยพย้ายถิ่นฐาน หนีคดี ลี้ภัย หนีคุก เหมือนควายแดงส้มสามกีบนะครับ ผมแค่พาครอบครัวไปทำความสะอาดบ้านของพ่อแม่ ไม่ให้บ้านเสื่อมโทรม ไปดูแลต้นกุหลาบให้แม่ ไปซื้อกุ้งมังกร(Lobster]มากินกับน้ำปลาซอยพริกมะนาวต่างหากโว้ย” เหรียญทองระบุบนโพสต์เฟซบุ๊กของเขา ก่อนย้ำว่า “ที่สำคัญเมื่อชาติราชบัลลังมีภัย ผมก็กลับมาปกป้องชาติราชบัลลัง มันคนละเรื่องกับไอ้พวกควายแดงส้มสามกีบลี้ภัยหนีคุกนะโว้ย!”

เหรียญทองยังระบุบนโพสต์เฟซบุ๊กของเขา ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 162,000 คน ว่า “เผด็จการอย่างผม รัฐบาลออสเตรเลียยินดีต้อนรับนะจ๊ะ” ทั้งนี้ สำนักข่าว The Sydney Morning Herald และ The Age ติดต่อหาเหรีญทองผ่านทางโทรศัพท์ แต่ถูกปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยเหรียญทองระบุว่า การที่มีข้อมูลว่าเขาจะย้ายไปอยู่ออสเตรเลียนั้นเป็น “ข่าวปลอม”

เหรียญทองยังเขียนบนเฟซบุ๊กอ้างว่า มีเครือข่ายระหว่างประเทศติดตามตัวเขาและขัดขวางไม่ให้เขาเดินทางไปออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐฯ และรัฐบาลออสเตรเลียไม่ควรเชื่อสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านั้นพูดถึงเขา ทั้งนี้ ผู้คัดค้านและผู้ถูกเนรเทศชาวไทยในต่างประเทศจำนวนมาก ต่างพร้อมใจกันโจมตีแผนการย้ายมายังออสเตรเลียของเหรียญทอง

แนวร่วมห่างๆ ของกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวไทยในยุโรป สหรัฐฯ และออสเตรเลียได้เขียนจดหมายถึง แองเจลา แมคโดนัลด์ส ทูตออสเตรเลียประจำกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้มีการพิจารณาสถานะการเดินทางเข้าออสเตรเลียของเหรียญทองอีกครั้ง “การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเต็มไปด้วยคำพูดแสดงความเกลียดชังและการลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้ที่มีค่านิยมที่แตกต่างกับเขา” จดหมายระบุ “การกระทำของเขาเป็นการก่อให้เกิดความแยก เลือกปฏิบัติ และต่อต้านค่านิยมของออสเตรเลียอย่างชัดเจน”

The Sydney Morning Herald ระบุว่า แอนดรูว์ ไจลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง มีอำนาจเข้าแทรกแซงเรื่องดังกล่าว หากคำร้องต่างๆ ถูกส่งขึ้นให้ศาลพิจารณา อย่างไรก็ดี โฆษกประจำรัฐมนตรีกล่าวว่าไจลส์ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวได้ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว

The Sydney Morning Herald กล่าวถึง ม.112 และผู้ถูกกล่าวหาจากความผิดในกฎหมายอาญามาตราดังกล่าวพร้อมชี้ว่า มีชาวไทยหลายร้อยคนที่ต้องหนีออกนอกประเทศ ภายหลังจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 นอกจากนี้ มีผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์อย่างน้อย 9 ราย ที่ถูกบังคับให้สูญหายในลาวและกัมพูชา บางรายถูกพบเป็นศพถูกฆ่าคว้านท้องและถ่วงด้วยแท่งคอนกรีตบริเวณแม่น้ำโขง อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยปฏิเสธความเกี่ยวของต่อเหตุดังกล่าว

The Sydney Morning Herald สัมภาษณ์ พิศาล ธนถาวรลาภ อดีตครูสอนยิมนาสติกในกรุงเทพฯ เดินทางออกจากประเทศไทยไปซิดนีย์ หลังจากที่เขาถูกกล่าวหาถึงเนื้อหาโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อนปี 2557

พิศาลกล่าวว่าความคิดเห็นของเขาเป็นการเสียดสีและเชิงเปรียบเทียบทั่วไป และไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์โดยตรง แต่หลังจากที่เหรียญทองโพสต์หมายเลขโทรศัพท์ของเขาทางออนไลน์ เขาถูกโจมตีด้วยการโทรข่มขู่ จนก่อให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต พิศาลตัดสินใจไปบวชที่วัดแห่งหนึ่ง แต่หลังจากถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เขาจึงย้ายไปออสเตรเลียเพราะเกรงว่าจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ

“ถ้าเหรียญทองไม่โพสต์ก็คงไม่มีผลกระทบมากขนาดนั้น เพราะมันคือเหรียญทอง คนแปลกหน้า แค่เข้ามาด่าผมทางเฟซบุ๊ก ชีวิตผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง” พิศาล ซึ่งใช้ชื่อเล่นว่าแม็กซ์ในซิดนีย์กล่าวกับ The Sydney Morning Herald ทั้งนี้ พิศาลกล่าวถึงเหรีญทองว่าเป็น “พวกหัวรุนแรง” และตั้งคำถามว่าเหรียญทองได้รับอนุญาตให้เดินทางมาเยือนหรือพำนักในออสเตรเลียได้อย่างไร

“ใครจะรับประกันได้ว่าเหรียญทองในประเทศนี้ (ออสเตรเลีย) จะไม่ทำแบบนี้อีก ใครจะแน่ใจได้ว่าเขาจะไม่พยายามปราบปรามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย” พิศาลระบุ “ในเมื่อเขาเป็นคนผลักให้คนออกนอกประเทศ ทำไมเขาถึงไม่อยู่ในประเทศล่ะ? คุณไม่ควรมาที่นี่ คุณควรอยู่ในประเทศไทย”

The Sydney Morning Herald ระบุว่า เหรียญทองเรียกตัวเองว่าเป็น แวน เฮลซิง ตัวละครสมมติที่เป็นแพทย์ ก่อนผันตัวมาเป็นนักล่าแวมไพร์ และเหรียญทองยังเคยระบุกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ว่า เขาเห็นตัวเองเป็น “คนกวาดฝุ่นบนพื้น” โดยในบทความภาษาอังกฤษที่แปลมาจากภาษาไทย The Sydney Morning Herald ระบุว่า เหรียญทองระบุว่า “เมื่อกวาดครั้งแรกฝุ่นจะปลิวไปทั่ว แต่เมื่อฝุ่นจับเป็นกองเดียวกันแล้วพื้นก็จะดูสะอาดขึ้น”

The Sydney Morning Herald เปิดเผยเนื้อหาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ถึงการให้สัมภาษณ์ของเหรีญทองในปี 2557 ที่เขาเคยพูดไว้ว่า “สถาบันกษัตริย์ไม่ใช่สถาบันทางการเมือง แต่ความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันได้ดึงสถาบันกษัตริย์เข้าสู่การต่อสู้ ประเทศไทยจำเป็นต้องให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่ได้ มิฉะนั้นคนจะฆ่ากันเพื่ออำนาจ สถาบันกษัตริย์คือศูนย์กลางแห่งความหวัง และเราต้องการสิ่งนั้นเพื่อที่จะก้าวต่อไป”

หนึ่งในเป้าหมายของการโจมตีทางออนไลน์ของเหรียญทองอย่าง สมศักดิ์ ราชโส ระบุว่า กลุ่มศาลเตี้ยโจมตีเขาแบบล้ำเส้นข้ามพรมแดน จนทำให้เขาถูกบังคับให้ออกจากงานในซิดนีย์ เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงขึ้นในปี 2559 หลังจากการสวรรคตของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ก่อน ทั้งนี้ สำนักข่าว ABC รายงานในเวลานั้นว่า อดีตเจ้านายของสมศักดิ์มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า หลังจากที่เหรียญทองโพสต์ว่า “คนไทยที่นั่น (ในออสเตรเลีย) อย่าคบค้าสมาคม อย่าให้เขาหรือครอบครัวมีงานทำ”

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการชาวไทยและผู้ลี้ภัยในญี่ปุ่น จากการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทย เป็นหนึ่งในผู้ที่เขียนจดหมายถึงสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับประเด็นการเดินทางมาใช้ชีวิตเกษียณของเหรียญทองในออสเตรเลีย โดยปวินกล่าวว่า “หลายชีวิตได้รับผลกระทบจากการกระทำคลั่งเจ้าของเขา”

“มันมีรายการยาวเหยียด เมื่อพูดถึงพฤติกรรมฟาสซิสต์ของเหรียญทอง ซึ่งใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้าม” ปวินระบุ “พฤติกรรมของเขาจะไม่ได้รับการยอมรับในประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริงใดๆ ในโลก ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียด้วย”

รายงานนี้แปลเป็นภาษาไทยจากสกู๊ปต้นฉบับภาษาอังกฤษของ The Sydney Morning Herald

อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ทาง: https://www.smh.com.au/world/asia/a-ruthless-thai-vigilante-wants-to-retire-in-australia-victims-who-fled-here-say-he-must-be-stopped-20221204-p5c3fk.html?fbclid=IwAR24ekuS6a_FXK1XrtKmg_hSAUE0M169oSdOskvD4tclPlYq3t-e1pwHQ8I

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...