โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พบซากแมวน้ำตายเกลื่อน 2,500 ตัว ริมฝั่งทะเลแคสเบียน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2565 เวลา 03.14 น.

รัสเซียพบซากแมวน้ำเสียชีวิตเกลื่อน 2,500 ตัว ตายอย่างปริศนา ริมฝั่งทะเลแคสเปียน

เกิดเหตุการณ์ที่ชวนให้ขบคิดต่อแวดวงวิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อมที่ต้องหาสาเหตุหลังเจ้าหน้าที่รัสเซียเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่าพบซากแมวน้ำตายเกลื่อนราว 2,500 ตัว ตลอดริมชายฝั่งทะเลแคสเปียนตอนใต้ของประเทศโดยทางเจ้าหน้าที่ในจังหวัดดาเกสถานกล่าวด้วยว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่เบื้องต้นดูแล้วน่าจะมาจากธรรมชาติ

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่าพบซากแมวน้ำราว 700 ตัว แต่ต่อมาทางกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของรัสเซียแผนกจังหวัดดาเกสถานปรับยอดตัวเลขอยู่ที่ราว 2,500 ตัว ต่อมาทางด้านนายซาอูร์กาปิซอฟ หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิ่งแวดล้อมทะเลแคสเปียนแถลงว่าดูจากลักษณะของซากแมวน้ำแล้วน่าจะเสียชีวิตมาแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนแต่ก็ยังไม่มีสัญญานใดบ่งชี้ว่าถูกสังหารหรือถูกแหจับ

ในเวลาเดียวกันทีมผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานกรมประมงส่วนกลางรวมถึงฝ่ายอัยการก็ลงพื้นที่ตรวจสอบตลอดชายฝั่งและเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าห้องแล็บเพื่อพิสูจน์หาหลักฐานซึ่งยังไม่พบบริเวณใดเป็นมลพิษทางอากาศหรือทางทะเล

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ฝูงแมวน้ำเสียชีวิตจากธรรมชาติมาแล้วหลายครั้งอย่างเช่นที่ประเทศคาซัคสถานซึ่งตลอดริมฝั่งทะเลแคสเบียนปี 2022 นี้ก็มีเหตุการณ์เดียวกันไม่น้อยกว่า 3 ครั้งส่วนข้อมูลตัวเลขประชากรแมวน้ำในทะเลแคสเบียนซึ่งทางหน่วยงานสหภาพอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศ (IUCN) จัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในระดับสีแดงยังกระจายเป็นวงกว้างด้วยสำนักงานกรมประมงส่วนกลางอ้างว่ามีอยู่ราว 270,000-300,000 ตัวขณะที่ศูนย์คุ้มครองสิ่งแวดล้อมทะเลแคสเบียนระบุตัวเลขไว้ที่ 70,000 ตัว

สำนักข่าว AP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...