โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กสิกรไทย แนะ 4 กองทุนเด่นเสริมสมดุลพอร์ต ลดเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.พ. 2566 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2566 เวลา 06.49 น.

บลจ.กสิกรไทย ชวนกระจายลงทุนผ่าน 4 กองทุนผสม เน้นความหลากหลายในประเภทสินทรัพย์ช่วยเสริมพอร์ตให้แกร่ง ผ่านได้ในทุกวิกฤต พร้อมรับโปรโมชั่น Fund Back สูงสุด 1,000 บาท และส่วนลดค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) ระหว่างวันที่ 26 ม.ค. 66-31 มี.ค. 66

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 นายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ตลาดทุนในปัจจุบันยังมีความผันผวนสูง อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และผลกระทบจากการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ ดังนั้นการลงทุนภายใต้ภาวะตลาดเช่นนี้ ผู้ลงทุนควรใช้หลักกระจายการลงทุน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงสินทรัพย์เดียว

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำ 4 กองทุนเด่นที่เน้นกระจายการลงทุน ได้แก่ K-GINCOME-A(R), K-GINCOME-A(A), K-PLAN2 และ K-PLAN3

นายสุรเดชกล่าวต่อไปว่า ความแตกต่างระหว่างกองทุน K-GINCOME และ K-PLAN อยู่ที่ K-GINCOME เน้นกระจายลงทุนในต่างประเทศ ส่วน K-PLAN เน้นกระจายลงทุนในประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ กองทุน K-GINCOME มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Investment Funds-Global Income Fund, Class I (mth)-USD (hedged) ที่เน้นกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายกว่า 3,000 ตัวทั่วโลก มีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ K-GINCOME-A(R) แบบรับซื้อคืนอัตโนมัติ ผู้ลงทุนจะได้รับรายได้ระหว่างการลงทุน ซึ่งรายได้นั้นไม่ต้องเสียภาษี และ K-GINCOME-A(A) แบบสะสมมูลค่า ผลตอบแทนจะสะสมเข้าพอร์ตของกองทุนเพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรต่อไป

สำหรับกองทุน K-PLAN มีนโยบายลงทุนที่เน้นกระจายลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ในไทยเป็นหลัก และลงทุนในต่างประเทศบางส่วน โดย K-PLAN2 เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการมองหาโอกาสทำกำไรเพิ่มเติมจากหุ้น แต่ยังคงรับความเสี่ยงได้ไม่สูงมาก จึงเน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทยเป็นสัดส่วนหลักประมาณ 70% ของพอร์ต ส่วน K-PLAN3 เหมาะกับผู้ที่อยากลงทุนหุ้นในสัดส่วนที่มากขึ้น แต่ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกที่มีความผันผวนสูง จึงกลับมาเน้นลงทุนหุ้นไทยในสัดส่วนไม่เกิน 55% ของพอร์ต

อย่างไรก็ดี บลจ.กสิกรไทย แนะนำให้เข้าลงทุนในกองทุนทั้ง 4 ได้ทุกช่วงเวลา ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอทุกเดือนผ่านการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Average : DCA) ผ่าน App K-My Funds เพื่อฝึกวินัยทางการเงิน อีกทั้งการลงทุนในกองทุนผสมที่เน้นกระจายการลงทุนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพอร์ตได้ดีในทุกสภาวะตลาด

เนื่องจากสินทรัพย์แต่ละประเภทมีการเคลื่อนไหวของราคาที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ยกตัวอย่างเช่น หุ้นมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว ส่วนตราสารหนี้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นต้น

“ปัจจุบันตลาดได้สะท้อนความคาดหวังต่อสัญญาณเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงไปแล้ว โดยในระยะถัดไปให้จับตาการกลับมาของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ซึ่งขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐ ที่คาดว่าใกล้แตะระดับสูงสุดแล้ว และการปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

อย่างไรก็ดี การทยอยเปิดประเทศในกลุ่มเอเชียจะนำไปสู่พัฒนาการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าฝั่งสหรัฐและยุโรป อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนระยะยาวจากการบริโภคอันมหาศาล และแรงขับเคลื่อนทางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงมีความน่าสนใจ

โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคของภาคเอกชน ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ GDP ปี 2566 ไว้ที่ 3.7% ด้านตลาดตราสารหนี้ไทยในปัจจุบันได้สะท้อนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับประมาณ 2.0-2.5% แล้ว ส่งผลให้ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยยังอยู่ในระดับที่สามารถเข้าลงทุนได้” นายสุรเดชกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...