โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวก น้ำผลไม้กล่อง ยกมือขึ้น รู้หรือไม่ ปริมาณน้ำตาลเยอะกว่าที่คิด

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 13 ม.ค. 2566 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2566 เวลา 04.02 น. • Bright Today

สายเฮลตี้ สายออกกำลังกาย ที่ชอบกิน น้ำผลไม้กล่อง ระวังไว้ให้ดีวิจัยพบเสี่ยงโรคเบาหวานมากกว่าคนปกติ

หลายคนคงคิดว่า การดื่มน้ำผลไม้กล่องนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกับการทานผลไม้โดยตรงแต่รู้หรือไม่ว่าน้ำผลไม้กล่องที่มีตามท้องตลาดขายพบว่าอาจมีน้ำตาลปริมาณมากพอๆกันกับน้ำอัดลมเลยซึ่งแน่นอนว่าการดื่มน้ำผลไม้กล่อง เหล่านั้นก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน วันนี้เราจึงมาแชร์ว่าน้ำผลไม้หนึ่งกล่องนั้นมีอะไรที่เป็นผลร้ายต่อร่างกายบ้างรวมถึงวิธีการเลือกดื่มน้ำผลไม้อย่างไรให้ได้ประโยชน์

ขอบคุณภาพ Freepik

น้ำผลไม้กล่องกับผลไม้สดต่างกันอย่างไร?

  • มีแคลอรี่สูงกว่า น้ำส้มที่ไม่เติมน้ำตาล 1 แก้ว หรือประมาณ 250 มิลลิลิตร ให้พลังงานประมาณ 100 แคลอรี่ ในขณะที่ส้ม 1 ผลให้พลังงานประมาณ 60 แคลอรี่ เนื่องจากการทำน้ำผลไม้นั้นต้องใช้ผลไม้จำนวนมาก ทั้งยังไม่ช่วยให้รู้สึกอิ่มเหมือนการกินผลไม้ที่ให้กากใยอาหาร ผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้จึงมีแนวโน้มได้รับแคลอรี่สูงกว่าผู้ที่กินผลไม้ทั้งลูก
  • มีน้ำตาลสูง น้ำผลไม้มีน้ำตาลสูงพอ ๆ กับน้ำอัดลม โดยน้ำอัดลม 350 มิลลิลิตรที่ให้พลังงาน 140 แคลอรี่จะมีน้ำตาล 40 กรัม ส่วนน้ำแอปเปิ้ลในปริมาณเท่ากันที่ให้พลังงาน 165 แคลอรี่จะมีน้ำตาล 39 กรัม ซึ่งการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณมากจะส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพดีก็อาจเสี่ยงเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วนได้ ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้เพื่อป้องกันอาการกำเริบ
  • มีกากใยอาหารต่ำ น้ำผลไม้มีกากใยอาหารน้อยมากเมื่อเทียบกับผลไม้สด และหากเป็นน้ำผลไม้ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปหลายขั้นตอนก็อาจไม่หลงเหลือกากใยอาหารอยู่เลย
  • มีวัตถุเติมแต่งอาหาร ไม่ควรหลงเชื่อฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่เขียนว่าเป็นน้ำผลไม้แท้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะในระหว่างขั้นตอนการจัดเก็บที่ยาวนานก่อนจะนำไปผลิต น้ำผลไม้ส่วนใหญ่จะสูญเสียรสชาติไป ผู้ผลิตจึงมักต้องเติมวัตถุเจือปนอาหารอย่างกลิ่นและรสสังเคราะห์ลงไปด้วย

เลือกดื่มน้ำผลไม้อย่างไรให้ได้ประโยชน์ ?

  • น้ำผลไม้คั้นสด แต่ต้องคั้นโดยไม่ผ่านความร้อน เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าทางสารอาหาร ซึ่งน้ำผลไม้ที่ผ่านกรรมวิธีนี้จะคงความสดและแร่ธาตุวิตามินต่าง ๆ ได้มากกว่า และผู้บริโภคยังมั่นใจได้ว่าไม่มีการเติมน้ำตาล สารให้ความหวาน หรือสารเติมแต่งกลิ่นรสใด ๆ
  • เครื่องดื่มสมูทตี้ เป็นการปั่นรวมผักผลไม้และส่วนผสมหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น นม โยเกิร์ต โปรตีน เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดเจีย เป็นต้น ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยเปลี่ยนผักหรือผลไม้ที่ไม่ชอบให้เป็นเมนูอร่อยและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ
  • การเลือกดื่มน้ำผลไม้ที่ปั่นแบบไม่แยกกาก จะให้คุณค่าทางสารอาหารและมีกากใยมากกว่า ทั้งยังทำให้รู้สึกอิ่มด้วย ในขณะที่น้ำผลไม้คั้นแยกกากนั้นไม่ได้ช่วยให้รู้สึกอิ่ม จึงทำให้ต้องรับประทานอาหารอื่น ๆ เพิ่ม ส่งผลให้ได้รับแคลอรี่สูงขึ้นในแต่ละวัน

ข้อสรุปจากผลงานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าน้ำผลไม้สำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดขาดคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งยังมีแคลอรีมากกว่าอาหารธรรมชาติ เพราะมีการใส่น้ำตาลเพื่อปรุงแต่งรสชาติให้ดีขึ้นจึงมีส่วนที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งยืนยันด้วยผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำการติดตามกลุ่มคนจำนวนกว่า 50,000 คนเป็นเวลากว่า 8 ปี โดยคนกลุ่มหนึ่งทานผลไม้สดทุกวัน ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งทานน้ำผลไม้สำเร็จรูปทุกวัน เพื่อเปรียบเทียบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย ผลคือคนที่ทานผลไม้สดเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันน้อยกว่าคนที่ไม่ทานทั้งผลไม้สดและน้ำผลไม้ ขณะที่คนที่ทานน้ำผลไม้เป็นประจำจะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมากกว่าคนกลุ่มอื่นทั้งที่ไม่ทานผลไม้สดและไม่ทานน้ำผลไม้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าการทานน้ำผลไม้สำเร็จรูปนั้นเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานอีกด้วย

แหล่งที่มา megawecare , POBPAD

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...