โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอส โตนนท์ รับเคยติสต์ หลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน อึ้งคนพูดต่อหน้า ดาราตกอับ

Khaosod

อัพเดต 07 ธ.ค. 2565 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2565 เวลา 05.20 น.

บอส โตนนท์ เล่าอดีตช่วงเป็นพระเอกดังช่องมากสี ยอมรับเคยติสต์ หลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน โดนเม้าธ์เป็นอิสระไม่เปรี้ยง อึ้งเจอดาราใหม่ พูดต่อหน้า ดาราตกอับ

อดีตพระเอกช่องมากสีโตนนท์วงศ์บุญ เปิดใจเคลียร์ข่าวเม้าธ์เป็นนักแสดงตกอับหลังตัดสินใจออกมาเป็นนักแสดงอิสระแล้วไม่เปรี้ยงพร้อมย้อนเล่าจุดสูงสุดหลงตัวเองหนักมากใช้เงินซื้อของเกือบล้านบาทผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มีพีเคปิยะวัฒน์และเบนซ์พรชิตาเป็นพิธิกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ออกมาเป็นอิสระ ดูแลตัวเองทำไมถึงตัดสินใจออกมา? บอส: “ที่ออกมาเป็นอิสระตอนช่วงที่เราอยู่สังกัดเก่าค่อนข้างจะรับงานเยอะแล้วเจอเรื่องนู่นนี่นั่นมันทำให้เราเกิดความรู้สึกอึดอัดอยากจะลองอะไรใหม่ๆทำอะไรใหม่ๆ”

เรื่องนู่นนี่นั่นหมายถึงละครยากใช่ไหม? บอส: “ช่วงนั้นทางต้นสังกัดเขาให้งานเยอะเยอะมากเยอะจนไม่ได้พักเลยครับ3 เดือน6 เดือนถ่ายละครทุกวันอัดให้ๆเราเลยรู้สึกว่ามันอยู่ตัวมันอิ่มเมื่อก่อนถ่ายทีนึงข้ามไปอีกวันก็มี”

เพราะเราดังมีชื่อเสียงเป็นที่ต้องการของคนทั้งประเทศหรือเปล่าเขาถึงอัดให้ขนาดนั้น? บอส: “ผมว่าน่าจะเป็นช่วงมากกว่าช่วงไหนมาเขาก็จะอัดงานให้เด็กคนนั้นป้อนงานให้เพราะจะให้เป็นที่รู้จัก”

แต่วันหนึ่งรู้สึกอิ่มตัวกับตรงนี้? บอส:มันเป็นความติสต์ของผมมากกว่าเราทำงานเยอะแล้วอยากจะพักบ้าง”

ได้ถามเพื่อนถามผู้ใหญ่ถามครอบครัวไหม? บอส: “ไม่ได้ถามครับเราเข้าไปที่ช่องตอนที่หมดสัญญาผู้ใหญ่เขาบอกว่าจะเอายังไงจะเป็นอิสระหรือจะยังไงซึ่งเขาให้ละครมาก่อนเรื่องนึงแต่เราปฏิเสธ”

เราสามารถบอกเขาเหลือ2 เรื่องอย่างนี้ได้ไหม? บอส:ตอนนั้นไม่ได้คิดครับเด็กด้วยช่วงที่เราเป็นวัยรุ่นเราหลงตัวคิดว่าตัวเองเก่งเลือกได้เราก็เลยขอหยุดดีกว่าพัก

ถ้าสมมติย้อนกลับไปบอกตัวเองได้ ตอนนั้นที่เราฟุ้งหน่อย เรายังจะเลือกเป็นอิสระไหม? บอส: “ผมว่าณเวลาตอนนั้นเราคิดดีแล้วถ้าเกิดตอนนั้นเราทำอีกแบบผลที่เป็นปัจจุบันอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ถ้าย้อนกลับไปผมก็อาจจะเลือกเหมือนเดิม”

ที่เราถ่ายละครเหนื่อยๆ แบบนั้นทั้งหมดกี่ปี? บอส: “เต็มสัญญา7 ปียาวเลยครับต้องขอบคุณทางช่องเก่าที่ให้โอกาสเราเยอะมากครับถ้าไม่มีช่อง7 ก็ไม่มีผมวันนี้”

เป็นนักแสดงอิสระมา5 ปี คนเม้าธ์กันว่าโตนนท์เป็นนักแสดงตกอับออกมาแล้วไม่เปรี้ยงไม่มีงานอยากจะบอกว่าไง? บอส:ที่เขาบอกว่าไม่เปรี้ยงเนี่ยเหมือนเราไม่ได้เป็นตัวหลักมากกว่าเราไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนเมื่อก่อนมากกว่า เราเลือกที่จะออกมารับบทอย่างอื่นเล่นร้ายมีงานหนึ่งเล่นเป็นพ่อแล้วก็มีคือเราอยากลองจากเมื่อก่อนเราเล่นบทพระเอกเราเล่นจนมันชินแล้วเป็นคนดีแต่พอวันหนึ่งเราได้เล่นเป็นตัวร้ายคือมันยาก”

เป็นพระเอกติดกันมา7 ปีเบื่อไหม? บอส: “ณเวลานั้นไม่เบื่อครับด้วยความที่มันพราวเราเป็นพระเอกทำอะไรก็ได้แต่พอวันหนึ่งเราเริ่มเห็นคนเริ่มเห็นสังคมเห็นอะไรหลายๆอย่างทำให้เราคิดว่าบางทีเราอาจจะหลงเราอาจจะผิดทางเรารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเรา”

รู้ได้ด้วยตัวเอง? บอส: “ครับมันค่อยๆมา”

นั่นคือหลายคนพูดว่าเราเป็นดาราตกอับ แต่ที่เราเสียใจคือมีคนในวงการพูดด้วย? บอส: “ห้องแต่งตัวแล้วก็นั่งเดินเข้าเดินออกมีคนพูดเข้าไปก็ได้ยินพอดีเราก็นั่งข้างหลังใส่แมสก์เขาบอกนี่เหรอโตนนท์ดาราตกอับแล้วเราได้ยินเพราะเรานั่งใส่แมสก์อยู่ข้างหลัง

คนนี้เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่หรือยัง? บอส: “ไม่ครับ”

เป็นนักแสดงใหม่? บอส: “ใช่ครับ”

แล้วเราตอบว่า? บอส: “ไม่ตอบครับเขาก็มีสิทธิมันก็เป็นเรื่องจริงในส่วนหนึ่งที่เขาพูดเขาก็มีสิทธิที่จะคิดของเขาเรารู้ตัวเราดีกว่าเราเอาคำที่เขาว่ามา…ไม่เอาแล้วหางานทำดีกว่า”

โกรธไหม? บอส: “มันก็มีความรู้สึกครับแต่ก็คิดว่าพูดจริงเอาคำพูดเขามาเป็นแรงผลักดันเราเดี๋ยวจะกลับมานะ”

ถ้าเขาดูอยู่อยากจะบอกอะไรเขา? บอส: “ขอบคุณครับบางทีถ้าเราโดนด่ามาหรือว่าเราโดนพูดอะไรไม่ดีเราเอาคำพวกนั้นแทนที่จะเอามาใส่หัวเราทำให้เรารู้สึกแย่มันก็จะแย่กับตัวเราเอาคำพูดตรงนั้นมาเป็นแรงผลักดันเหมือนเราจะแบบพอแล้วจะเลิกไม่เอาแล้วจะไม่ทำแล้วกลายเป็นว่าคนพูดแบบนั้นทำให้เรากลับมาได้เดี๋ยวเจอกัน”

คิดว่าค้นพบสัจธรรมจากประโยคนี้? บอส: “ค้นพบครับทุกวงการแหละมันมีคนที่ดีกับเราหวังดีกับเราจริงๆแต่เขาไม่ได้แสดงออกว่าดีเขาอาจจะด่าเราหรือพูดไม่ดีแต่บางคนพูดดีกับเราแต่ลึกๆแล้วไม่ดีก็มีครับ”

บอสบอกว่ามีช่วงติสต์ของผมด้วยมันติสต์ขนาดไหน? บอส:มันก็เลือกด้วยความที่เรารู้สึกเป็นพระเอกเลือกได้อยากทำอันนี้ไม่เอาอยากเลิกก็พอหยุดบางทีเขาให้ละครมาไม่เอาไม่เล่น

ไม่รับงาน1 ปีเลยเหรอ? บอส: “มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนออกรู้สึกว่าตัวเราอย่างที่มีข่าวเราเริ่มผอมคล้ำเป็นโรคหรือเปล่าไปทำอะไรมาก็เลยรู้สึกว่าอยากพักก่อนอยากพักเรื่องความคิดอยากพักเรื่องสุขภาพร่างกายเราด้วยขอหยุดแบบไม่ทำอะไรเลยปีนึง”

1 ปีนั้นเรียกว่าเป็นช่วงเวลาความติสต์ของเราได้ไหม? บอส: “ผมเรียกว่าช่วงเวลาตกผลึกดีกว่า”

ตอนนี้เราเลิกติสต์หรือยัง? บอส: “เลิกแล้วครับเจอโควิดเข้าไปติสต์ไม่ออกเลยครับคือก่อนที่จะโควิดเราเก็บเงินไว้ก้อนหนึ่งกะจะลองทำอย่างอื่นบ้างแต่พอโควิดเข้าเราคงทำไม่ได้แล้วล่ะเอาเงินตรงนั้นเป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย”

ความลำบากก่อนเข้าวงการลำบากมากหนึ่งในสาเหตุคือคุณพ่อเสีย? บอส: “ครับตอนนั้นผมอายุ15 ปี พ่อเสียมอเตอร์ไซค์ล้มแกเป็นความดันแล้วดื่มแอลกอฮอล์ยังไงไม่รู้แกขี่มอเตอร์ไซค์แล้วความดันขึ้นแล้วก็ล้มแล้วไปที่โรงพยาบาลยังโทรมาหาผมอยู่เลยนะเราก็คิดว่าไม่เป็นไร แต่พอเราไปถึงโรงพยาบาลเขาปั๊มหัวใจแล้วเราเข้าไปเห็นเลยว่าพ่อโดนปั๊ม”

พอไปถึงช็อกไหม? บอส: “ช็อกภาพเดียวที่ผมจำได้คือเขาปั๊มหัวใจพ่ออยู่เราเห็นรองเท้าแล้วเอารองเท้ามานั่งกอดอยู่หน้าห้อง หมอบอกว่าไม่ฟื้นแล้วล่ะจะให้ปั๊มต่อไหมตอนนั้นช็อกแล้วครับทำอะไรไม่ถูกเลยร้องไห้ด้วยความที่เราเด็กด้วยไม่รู้จะทำยังไง”

แล้วใครเป็นคนเคาะว่าปล่อยพ่อไป? บอส: “ไม่มีใครปล่อยครับคือเราเห็นสภาพเลยว่าเขาไม่อยู่แล้ว”

หลังจากวันนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเยอะแค่ไหน? บอส: “เปลี่ยนเลยครับจากที่เมื่อก่อนพ่อหาเงินได้เยอะเพราะเขาทำงานเร่งรัดหนี้สินแล้วช่วงหลังจากต้มยำกุ้งผ่านมาคนเป็นหนี้สินเยอะเขาได้เงินมาเยอะดูแลครอบครัวได้ดีในระดับหนึ่งเลยพอวันหนึ่งเสาหลักล้มแม่ที่ไม่เคยทำงานก็ต้องออกมาทำงานแล้วก็มีหนี้ก่อนที่เขาจะเสียเขากู้เงินมาก้อนหนึ่งเพื่อไปสร้างบ้าน”

หนี้13 ล้าน? บอส: “ครับเยอะมากตอนนั้นหลักร้อยยังหาไม่ได้เลย มันเคว้งคว้างไปหมดเลยเราไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะเริ่มชีวิตยังไงปกติเลิกเรียนกลับบ้านขอเงินแม่ขอเงินพ่อไปเล่นเกมพอวันหนึ่งเราไม่มีคนสอนคนชี้นำเราไม่รู้จะทำอะไรเลยทำอะไรไม่ได้”

เห็นว่ามันแย่ขนาดที่ว่ามาม่าห่อหนึ่งต้องแบ่งกัน? บอส: “เอาผักกาดมาหั่นใส่น้ำปลาเอาเข้าไมโครเวฟกินกับข้าวบางทีมีมาม่าก็แบ่งกิน2 คน”

อันนี้คือส่วนหนึ่งของ13 ล้านที่กู้ไปใช่ไหม? บอส: “ด้วยครับหลายคนจะบอกว่าเราเริ่มนับหนึ่งใหม่แต่ตอนนั้นผมเป็นลบ13 หนักเลย”

ด้วยความลำบากอันนี้แต่ก็มีความโชคดีเพราะเราได้เจอกับพี่เอศุภชัย? บอส: “ครับคือด้วยความที่เราไม่มีเงินเราเริ่มหาเงินด้วยการไปประกวดตามเวทีต่างๆเพื่อจะหาเงินมาจุนเจือแล้วใช้ในชีวิตประจำวันแล้วเด็ก15-16 ไม่รู้จะไปทำงานอะไรแล้วสมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เน็ตเราไม่รู้จะไปสมัครอะไรทางเดียวที่เราเห็นคือประกวดแล้วมันได้เงินเป็นก้อนแล้วก็ไปเจอกับพี่เอผู้มีพระคุณเขาก็ชักชวนให้มาเก็บตัวอยู่ที่บ้านแกที่กรุงเทพฯ”

แล้วเจอพี่เอได้ไง? บอส: “ผมไปประกวดงานหนึ่งแล้วพี่เอเป็นกรรมการ”

เห็นแววตั้งแต่ตอนนั้น? บอส: “ใช่ครับแรกๆก็ตัดสินใจอยู่นานเลยเพราะเราเด็กไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับวงการ”

หนีออกจากบ้านพี่เอ 2 รอบเลยเหรอ? บอส: “ครับเหมือนเรามาอยู่แล้วเราไม่ได้ทำอะไรแต่พี่เอก็ให้ครูสอนแอ๊กติ้งเข้าไปสอนทุกอย่างยันเวลากินข้าวมารยาทอะไรอย่างนี้เขาก็สอนเราเป็นเด็กความคิดเราคือเรามาแล้วต้องได้ทำงานทันทีเราต้องได้ละครเพราะว่าเราต้องหาเงินแต่พออยู่ๆไปด้วยที่ว่าเราไม่เคยอยู่ในกฎเกณฑ์เราเจอกฎเกณฑ์จากบ้านพี่เอเขาจะมีกฎให้ระวังเด็กเราเริ่มอึดอัดก็เลยหนีกลับ”

แต่ก็ยังกลับมา? บอส: “เขาโทรมาบอกว่ากลับมาพูดดีกับเราทำความเข้าใจมาบอกแม่แม่ก็มาบอกเราเราก็เลยกลับ”

แล้วหนีกลับรอบ2 เพราะอะไร? บอส: “ก็เหมือนเดิม”

แต่รอบ2 เราก็กลับมาอีก? บอส: “ครับ”

อะไรทำให้เราอยู่? บอส: “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

เราเริ่มเข้าใจชีวิตหรือเริ่มเข้าใจสิ่งที่พี่เอกำลังสอน? บอส: “คือเรากลับไปที่เชียงใหม่ไม่รู้จะทำอะไรด้วยความเราเด็กเราไม่รู้จะไปทำงานอะไรเราเห็นช่องทางตรงนี้เลยเกิดฮึบลองอีกทีแล้วกลับมารอบ2 ก็ได้งานจริงๆ”

ได้เงินเยอะวันหนึ่งช้อปปิ้งเป็นล้าน? บอส: “เป็นล้านคือไปซื้อมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่ซื้อกระเป๋าซื้อเสื้อผ้า”

ซื้อมอเตอร์ไซค์ก่อนซื้อบ้าน ทำไมไม่ซื้อบ้านแล้วซื้อรถที่ขับไปทำงานได้ก่อน? บอส:“ผมทำงานในวงการแล้วมันได้เงินเยอะด้วยความที่เราไม่เคยมีเงินเคยมีเงินติดตัวแค่หลักสิบหลักร้อยวันหนึ่งเราได้มาเป็นแสนอย่างนี้แล้วเรามีความฝันตอนเด็กๆวันหนึ่งเราผ่านห้างที่เชียงใหม่เราก็จะมองมันจะมีรถอยู่คันนึงเรามองมันตั้งแต่เด็กแล้วเราอยากได้เราเห็นตั้งแต่เด็กแล้ววันหนึ่งมันมีเพื่อนพาไปที่เต็นท์รถแล้วเราเห็นเฮ้ยเนื้อคู่”

ฝากละครดงดอกไม้หน่อย? บอส: “ดงดอกไม้เมื่อคืนโดนเทอาหารหมาไปแล้วขอฝากด้วยครับเส้นทางจะเป็นยังไงจะร้ายอีกขนาดไหนยังไงฝากด้วยครับ”

คลิปสัมภาษณ์บอสโตนนท์

https://www.youtube.com/watch?v=j739PtEcPcI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...