โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ปุ๋ยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 25 พ.ย. 2565 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2565 เวลา 21.30 น.

ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ หรือปุ๋ยชีวภาพแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เป็นปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณรากพืช ทั้งบริเวณดินรอบๆ ราก ผิวราก ภายในราก ต้น และใบพืช

ดร.กัลยกร โปร่งจันทึก นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร อธิบายว่า พีจีพีอาร์ (PGPR : Plant Growth Promoting Rhizobacteria) เป็นแบคทีเรียกลุ่มใหญ่ที่นิยมมาใช้ในการผลิตปุ๋ยชีวภาพ แบคทีเรียกลุ่มนี้สามารถตรึงไนโตรเจน ผลิตสารคล้ายฮอร์โมนพืช ละลายฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม และผลิตสารที่ช่วยละลายธาตุเหล็กเข้าสู่เซลล์ของพืช

ปัจจุบัน นักวิจัยมีความสนใจศึกษาประโยชน์ของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ รากพืชกันมากขึ้น เนื่องจากพบว่าแบคทีเรียกลุ่มนี้มีศักยภาพในการนำมาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพได้

ประโยชน์ที่สำคัญของแบคทีเรียกลุ่มนี้คือ การตรึงไนโตรเจน ผลิตสารคล้ายฮอร์โมนพืชที่ช่วยให้รากมีพื้นที่ผิวมากขึ้น มีผลช่วยให้พืชดูดน้ำและธาตุอาหารได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จึงนำมาพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์

เริ่มศึกษาวิจัยใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ในข้าวโพดหวาน

ดร.กัลยกร กล่าวว่า ปัจจุบัน เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดหวานประสบกับปัญหาผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพราะปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช มีราคาสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้กำไรที่ได้จากการปลูกข้าวโพดหวานของเกษตรกรลดลง เกษตรกรจึงเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตข้าวโพดหวานในประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ดร.กัลยกร บอกว่า การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มผลผลิต และสามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวโพดหวานและพืชชนิดอื่นๆ ได้

ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ต่อการเจริญเติบโต และเพิ่มผลผลิตข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮ-บริกซ์ 3 โดยเลือกพื้นที่ทำการศึกษาวิจัย 2 แห่ง คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชลพบุรี (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรลพบุรี เดิม) และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์

ดร.กัลยกรเริ่มทำการศึกษาวิจัยในช่วงแรกปี 2554-2558 และช่วงที่ 2 ระหว่างปี 2559-2564 การศึกษาวิจัยเริ่มต้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรนครสวรรค์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชลพบุรี เหตุที่เลือกพื้นที่ศึกษาวิจัย 2 ศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองพื้นที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดจำนวนมาก

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์ (ศวพ.นครสวรรค์) เป็นตัวแทนพื้นที่ ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชลพบุรี (ศวพ.ลพบุรี เดิม) เป็นตัวแทนพื้นที่ ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง เนื้อดินเป็นดินร่วนปนเหนียว

“ดังนั้น เราจึงใช้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชลพบุรี เป็นพื้นที่ในการทดสอบปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ในการผลิตข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮ-บริกซ์ 3 เพียงอย่างเดียว”

ทดสอบการใช้ปุ๋ยพีจีพีอาร์-วัน ร่วมกับปุ๋ยเคมี

ดร.กัลยกร กล่าวว่า การศึกษาวิจัยการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ร่วมกับปุ๋ยเคมี ในแปลงทดลองศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชลพบุรีและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์ ระหว่างปี 2559-2564 มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน สองแบบ คือ ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 1 (สูตรดั้งเดิม) และปุ๋ยชีวภาพ พีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 2 (สูตรใหม่) ร่วมกับปุ๋ยเคมี 5 กรรมวิธี ดังนี้

กรรมวิธีที่ 1 ใส่ปุ๋ยเคมี 20-5-10 / 30-10-5 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ (อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน)

กรรมวิธีที่ 2 ใส่ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 1 ร่วมกับปุ๋ยเคมี 20-5-10 / 30-10-5 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่

กรรมวิธีที่ 3 ใส่ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 2 ร่วมกับปุ๋ยเคมี 20-5-10 / 30-10-5 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่

กรรมวิธีที่ 4 ใส่ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 1 ร่วมกับปุ๋ยเคมี 15-3.75-7.5 / 22.5-7.5-3.75 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ (75% อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน)

กรรมวิธีที่ 5 ใส่ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 2 ร่วมกับปุ๋ยเคมี 15-3.75-7.5 / 22.5-7.5-3.75 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ (75% อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน)

ดร.กัลยกร อธิบายเพิ่มเติมว่า ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 1 เป็นสูตรดั้งเดิมแยกเชื้อจากรากหญ้าแฝก แบบที่ 2 สูตรใหม่ แยกเชื้อจากรากข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮ-บริกซ์ 3 อยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ในแปลงทดลองศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชลพบุรีพบว่า การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ทั้งสองแบบร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน หรือ 75% ของอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน ให้ผลการทดลองใกล้เคียงกันทั้ง 6 ปี แต่การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ร่วมกับปุ๋ยเคมี 75% ของอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดินสามารถช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าในส่วนของการลดการใช้ปุ๋ยเคมีจากอัตราแนะนำลงมา 25%

ส่วนผลการทดลองที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครสวรรค์พบว่า ทั้ง 5 กรรมวิธี มีผลการทดลองไปในทิศทางเดียวกันคือ กรรมวิธีที่ 2 ใส่ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน แบบที่ 1 ร่วมกับปุ๋ยเคมี 30-10-5 กิโลกรัมต่อไร่ (อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน) พบว่า ข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮ-บริกซ์ 3 มีน้ำหนักฝักสดรวมเปลือก และน้ำหนักฝักสดปอกเปลือกสูงสุด คือ 1,800-3,037 และ 1,267-2,146 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ

นอกจากนี้ ยังพบว่าการใส่ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ทั้งสองแบบ ทำให้ผลผลิตข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮ-บริกซ์ 3 ของทั้งสองแปลงทดลองมีความหวานได้มาตรฐาน ตามมาตรฐาน มกษ. 1512-2554 (8-18 °brix) และยังช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียทั้งสามสกุลที่อยู่ในปุ๋ยชีวภาพทั้งสองแบบ ซึ่งแบคทีเรียทั้งสามสกุลมีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจน ชี้ให้เห็นว่าการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์สามารถช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจนลงได้ และยังช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตข้าวโพดได้อีกด้วย และเพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนมากขึ้นจึงมีการศึกษาเพิ่มเติมในระยะยาวรวมทั้งการศึกษาเพิ่มเติมในข้าวโพดหวานสายพันธุ์อื่นด้วย ดร.กัลยกร กล่าว

ศึกษาวิจัยการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ในพื้นที่ สวพ. 1-8

ดร. กัลยกร บอกว่า กลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน ยังได้ทำการศึกษาวิจัยการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ทั้ง 3 ชนิด คือ ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู และปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ในพื้นที่ สวพ. เขตที่ 1-6 ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกหลักส่วนใหญ่จะเป็นพืชไร่หรือพืชล้มลุก เช่น ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง พืชผักและพืชสมุนไพร จึงสามารถทำการศึกษาวิจัยการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ทั้ง 3 ชนิด

ส่วนในพื้นที่ สวพ .7-8 ซึ่งเป็นพื้นที่ภาคใต้นั้น เกษตรกรมีการเพาะปลูกพืชไร่และทำนาน้อย จึงศึกษาเฉพาะปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน สำหรับข้าวโพด พืชผักและพืชสมุนไพร และศึกษาการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู สำหรับผลิตข้าวเท่านั้น

ความแตกต่างของปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ทั้ง 3 ชนิด

ดร.กัลยกร อธิบายว่า ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ประกอบด้วย แบคทีเรีย 3 สกุล แยกมาจากรากหญ้าแฝกและข้าวโพด เหมาะสำหรับข้าวโพด ข้าวฟ่าง พืชผัก พืชสมุนไพร ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู ประกอบด้วย แบคทีเรีย 2 สกุล แยกมาจากรากข้าวหอมมะลิ 105 เหมาะสำหรับข้าวทุกสายพันธุ์ ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ประกอบด้วย แบคทีเรีย 2 สกุล แยกมาจากรากอ้อยสายพันธุ์บราซิล เหมาะสำหรับอ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด

ดร.กัลยกร บอกว่า การที่กลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน ทำการศึกษาวิจัย การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงเท่ากับเป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร รวมถึงการแนะนำให้เกษตรกรรู้จักการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดินที่เหมาะกับการปลูกพืชแต่ละชนิด

การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ให้ประโยชน์แก่เกษตรกร ดังนี้

  • ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับเป็นการลดต้นทุนการผลิตลง
  • ช่วยเพิ่มผลผลิตอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

วิธีการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ให้ตรงกับพืช การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน

1. คลุกเมล็ดก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน จำนวน 1 ถุง (500 กรัม) ผสมน้ำให้ข้นแล้วนำเมล็ดข้าวโพด 3-4 กิโลกรัม หรือเมล็ดข้าวฟ่าง 2-3 กิโลกรัม คลุกเคล้าจนเนื้อปุ๋ยเคลือบติดเมล็ด แล้วนำไปปลูกทันที

2. ใช้รองก้นหลุมก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน จำนวน 1 ถุง (500 กรัม) ละลายน้ำสะอาด 20 ลิตร ราดกองปุ๋ยที่หมักสมบูรณ์แล้วประมาณ 250 กิโลกรัม ปรับความชื้นในกองปุ๋ยหมักให้ได้ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน บ่มไว้ 1 สัปดาห์ ใช้รองก้นหลุมก่อนปลูก อัตรา 250 กิโลกรัมต่อไร่

การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู

1. คลุกเมล็ดก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู จำนวน 1 ถุง (500 กรัม) ใส่น้ำสะอาดผสมให้ข้นเหนียว ใส่เมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 10-15 กิโลกรัม คลุกเคล้าจนเนื้อปุ๋ยเป็นสีดำเคลือบติดผิวเปลือกเมล็ดแล้วจึงนำไปปลูก

2. ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมัก นำปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู จำนวน 1 ถุง (500 กรัม) ผสมกับปุ๋ยหมักประมาณ 250 กิโลกรัม หว่านลงไปในแปลงปลูกข้าว อัตรา 250 กิโลกรัมต่อไร่

การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ในอ้อย

1. พ่นลงบนท่อนพันธุ์ ใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ละลายกับน้ำสะอาดในอัตราส่วนปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี 1 กิโลกรัม (2 ถุง) ต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นเป็นฝอยลงบนท่อนพันธุ์อ้อยให้ทั่วนำไปปลูกแล้วกลบทับด้วยดินทันที

2. ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมัก นำปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี จำนวน 1 ถุง (500 กรัม) ผสมกับปุ๋ยหมัก 250 กิโลกรัม หว่านลงในแปลงอ้อยก่อนปลูกอัตรา 250 กิโลกรัมต่อไร่

การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ในมันสำปะหลัง

1. แช่ท่อนพันธุ์ โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ละลายน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 : 20 หรือใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี 1 กิโลกรัม (2 ถุง) ต่อน้ำ 20 ลิตร นำท่อนพันธุ์มันสำปะหลังลงไปแช่ 5-30 นาที แล้วนำไปปลูกทันที

2. ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมัก นำปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี 1 ถุง (500 กรัม) ผสมกับปุ๋ยหมัก 250 กิโลกรัม หว่านลงในแปลงมันสำปะหลังก่อนปลูก อัตรา 250 กิโลกรัมต่อไร่

เกษตรกรสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ประโยชน์และวิธีการใช้ได้ในส่วนภูมิภาค ได้ที่ ศวพ.ลำปาง สวพ.2 พิษณุโลก ศวพ.กาฬสินธุ์ สวพ.4 อุบลราชธานี สวพ.5 ชัยนาท ศวพ.ระยอง ศปผ.ขอนแก่น และกลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ในบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร โทร. 02-579-7522

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...