โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เสียใจภายหลัง การทดลองเลี้ยง ลูซี ลิงชิมแปนซี เหมือนลูกคนหนึ่ง

Khaosod

อัพเดต 24 เม.ย. 2564 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 11.48 น.

เสียใจภายหลัง - เดลีเมล์ รายงานเรื่องราวของผู้เลี้ยงดู "ลูซี" ลิงชิมแปนซีตัวดังมากเมื่อ 60 ปีก่อน ดังมากพอๆ กับ วงเดอะ บีตเทิลส์ และเคยขึ้นปกนิตยสาร “ไลฟ์” มาแล้ว แต่ทดลองทางวิทยาศาสตร์เลี้ยงลูกลิงเหมือนลูกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่อง เสียใจภายหลัง เพราะทำให้ชอกช้ำใจทั้งคนและลิง

เจน เทเมอร์ลิน และสามี ชื่อ มอริซ ซึ่งเป็นนักจิตบำบัด และอาจารย์มหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สหรัฐ ทำการทดลองเลี้ยงลูกลิงชิมแปนซี อายุ 2 วัน จากสวนสัตว์ในฟลอริดา แบบคนทุกอย่าง กระทั่งมาเสียใจภายหลังว่า การเลี้ยงลิงแบบคนทำให้ลิงคืนสู่ธรรมชาติไม่ได้

ลูซีตอนเป็นลิงน้อย เจนจัดเค้กวันเกิดให้เหมือนเด็กคนหนึ่ง

เรื่องราวนี้ถ่ายทอดผ่านสารคดี “ลูซี ชิมแปนซีมนุษย์” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของอังกฤษ  เจนเล่าว่า มอริซ เคยกล่าวไว้ก่อนเสียชีวิตเมื่อปี 2531 ว่าการทดลองเลี้ยงลิงนั้น ทำให้ร้าวรานใจตั้งแต่เริ่มต้น

เพราะลูซีเกิดในสวนสัตว์ที่ฟลอริดาได้เพียง 2 วัน หรือตรงกับวันที่ 18 ม.ค. 2507 แม่ลิงถูกวางยาสลบจนหลับลึก จากนั้นเจนก็อุ้มลูกลิงออกจากอกแม่ลิงมาเลี้ยงแทนและตั้งชื่อให้ว่า “ลูซี”

เจนอุ้มลูกลิงน้อยแนบอกและห่มผ้าให้ลูซี ระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยเครื่องบินสายการบินพาณิชย์ ก่อนที่การทดลองทางวิทยาศาสตร์จะเริ่มขึ้นที่บ้าน

เจนเลี้ยงดูลิงแบบมนุษย์ที่นอนบนเตียงขนาดคิงไซส์ ตื่นมากินอาหารเช้าเป็นกาแฟ ข้าวโอ๊ตกับลูกเกดและน้ำส้ม ส่วนตอนค่ำ ลูซีจะนั่งส่องตัวเองกระจกเงาบานโปรดดูตัวเอง บางครั้งจะได้ดื่มจินโทนิคซึ่งลูซีจะบีบมะนาวด้วยฟัน

เสียใจภายหลัง

สุดท้ายเจนต้องตัดใจให้ลูซีไปอยู่ป่าโดยมีสาวเจนิสดูแล

เมื่อเรื่องราวของลูซี เผยแพร่ออกไป ทำให้มันดังมากพอๆ กับวงเดอะ บีทเทิลส์ และยังเคยขึ้นปกนิตยสาร “ไลฟ์” เพราะผู้คนสนใจการเลี้ยงลิงแบบคน

อย่างไรก็ตาม เมื่อลูซีเติบโตเป็นสาว พฤติกรรมเปลี่ยนไปและคาดเดาได้ยาก เจนและมอริซจึงตัดสินใจว่าคงต้องปล่อยลูซีไปตามวิถีธรรมชาติ จากนั้นจึงพาไปประเทศแกมเบีย เพื่อให้อยู่ในป่า เขตอนุรักษ์อาบูโก

ที่นั่นมีบัณฑิตศึกษาวัย 26 ปีจากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา ชื่อ เจนิส คาร์เตอร์ คอยเป็นพี่เลี้ยงดูและสอนให้ลูซีหาอาหารในป่าและเข้าฝูงลิงชิมแปนซีเป็นเวลาถึง 8 ปี

เสียใจภายหลัง

เจนิสรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงลูซี

เจนกล่าวด้วยความเศร้าสร้อยว่า ต้องขอบคุณแจนิสดูแลลูซีต่อจากตนและสามี ลูซีได้ใช้ชีวิตกล่าวป่า มีอิสระ ไม่ต้องอยู่ในกรง ได้รับความคุ้มครองและได้รับความรัก

ปัจจุบัน เจนิส อายุ 70 ปีและยังอาศัยในแกมเบีย ย้อนความหลังว่าแทนที่จะกลับสหรัฐ ตามแผน ตนกลับไปอาศัยในบ้านต้นไม้ในเขตอนุรักษ์ นอกจากลูซีน้ำหนักลดเพราะเกิดจากปรสิต ขนยังร่วงเป็นกระจุกๆคงจะเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับอาหารและสภาพอากาศ แม้แต่โหนกิ่งไม้ก็ยังไม่ค่อยจะไหว

ลูซีน้ำหนักลดลงมากเมื่อไปอยู่ป่า

หลังจาก เจนิสและลูซี อยู่ในป่าบนเกาะในอุทยานแห่งชาติริเวอร์แกมเบียได้ 18 เดือน ลูซียังคงอยู่ในกรงที่กองทัพอังกฤษสร้างให้และพยายามปรับตัว แต่ยังไม่ยอมหาอาหารหรือเข้าสังคมกับลิงชิมแปนซีตัวอื่นๆ

จู่ๆ เช้าวันหนึ่งเมื่อตื่นขึ้นมา เหมือนโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อลูซีกัดกินใบไม้เหมือนลิงป่าทั่วไป แต่ลูซียังไม่ยอมสุงสิงกับลิงชิมแปนซีตัวอื่นอยู่ดี เจนิสจึงต้องตัดสินแยกตัวออกมา เพื่อให้ลูซีมองหาเพื่อน แม้ตนรู้ดีว่าลูซีจะรู้สึกถูกทิ้ง ถูกลืมและไม่ได้รับความรัก แต่ถ้ายังปฏบัติเหมือนเดิม ลูซีก็จะต้องพึ่งพาคนต่อไป

เจนิสใช้ชีวิตอยู่ในป่ากับลูซี

กระทั่งปี 2528 หลังจากอยู่บนเกาะ 6 ปีกับ 3 เดือน ก็ถึงเวลาที่แจนิสต้องไปเสียทีเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเนื่องจากถูกลิงชิมแปนซีเพศผู้ทำร้าย หลังจากนั้น 1 ปี เจนิสกลับไปหาลูซีอีกครั้งและพบว่าลูซีปรับตัวได้ดีขึ้น

เมื่อวางของใช้ของคนซึ่งเคยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูซี แต่คราวนี้ ลูซีหยิบขึ้นมาดูและวางลงที่เดิมเหมือนกับว่าไม่เคยมีสิ่งสำคัญหรือของรักของหวงมาก่อน แม้แต่กระจกเงาที่เคยเป็นของโปรดก็ตาม

เมื่อพยายามทักทายอีกครั้ง ทั้งลิงและคนต่างแต่งตัวให้กันและคุยกันนิดหน่อย ทันใดนั้น ลูซีจับและดึงเจนิสเข้าไปกอดแน่นๆ ไม่เหมือนกับที่เคยกอดกันมาก่อน ซึ่งสื่อให้เห็นความผูกพันในช่วงที่ใช้ชีวิตด้วยกันมา

กอดนี้ที่ซาบซึ้ง เจนิสและลูซี

ปีถัดมา ลูซีจากไปโดยไม่ทราบสาเหตุการตาย

"มันน่าเศร้ามากที่พบร่างลูซีบนเกาะ ไม่มีสิ่งบ่งชี้สาเหตุการตาย ฉันคิดว่า ลูซีคงสังเกตได้ว่า ชิมแปนซีมีหลายประเภท แต่เธอไม่ได้อยู่ในประเภทไหนเลย เธอมองตัวเองเป็นมนุษย์คนหนึ่ง" เจนิสกล่าว

////////////

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...