เสียใจภายหลัง การทดลองเลี้ยง ลูซี ลิงชิมแปนซี เหมือนลูกคนหนึ่ง
เสียใจภายหลัง - เดลีเมล์ รายงานเรื่องราวของผู้เลี้ยงดู "ลูซี" ลิงชิมแปนซีตัวดังมากเมื่อ 60 ปีก่อน ดังมากพอๆ กับ วงเดอะ บีตเทิลส์ และเคยขึ้นปกนิตยสาร “ไลฟ์” มาแล้ว แต่ทดลองทางวิทยาศาสตร์เลี้ยงลูกลิงเหมือนลูกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่อง เสียใจภายหลัง เพราะทำให้ชอกช้ำใจทั้งคนและลิง
เจน เทเมอร์ลิน และสามี ชื่อ มอริซ ซึ่งเป็นนักจิตบำบัด และอาจารย์มหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สหรัฐ ทำการทดลองเลี้ยงลูกลิงชิมแปนซี อายุ 2 วัน จากสวนสัตว์ในฟลอริดา แบบคนทุกอย่าง กระทั่งมาเสียใจภายหลังว่า การเลี้ยงลิงแบบคนทำให้ลิงคืนสู่ธรรมชาติไม่ได้
ลูซีตอนเป็นลิงน้อย เจนจัดเค้กวันเกิดให้เหมือนเด็กคนหนึ่ง
เรื่องราวนี้ถ่ายทอดผ่านสารคดี “ลูซี ชิมแปนซีมนุษย์” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของอังกฤษ เจนเล่าว่า มอริซ เคยกล่าวไว้ก่อนเสียชีวิตเมื่อปี 2531 ว่าการทดลองเลี้ยงลิงนั้น ทำให้ร้าวรานใจตั้งแต่เริ่มต้น
เพราะลูซีเกิดในสวนสัตว์ที่ฟลอริดาได้เพียง 2 วัน หรือตรงกับวันที่ 18 ม.ค. 2507 แม่ลิงถูกวางยาสลบจนหลับลึก จากนั้นเจนก็อุ้มลูกลิงออกจากอกแม่ลิงมาเลี้ยงแทนและตั้งชื่อให้ว่า “ลูซี”
เจนอุ้มลูกลิงน้อยแนบอกและห่มผ้าให้ลูซี ระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยเครื่องบินสายการบินพาณิชย์ ก่อนที่การทดลองทางวิทยาศาสตร์จะเริ่มขึ้นที่บ้าน
เจนเลี้ยงดูลิงแบบมนุษย์ที่นอนบนเตียงขนาดคิงไซส์ ตื่นมากินอาหารเช้าเป็นกาแฟ ข้าวโอ๊ตกับลูกเกดและน้ำส้ม ส่วนตอนค่ำ ลูซีจะนั่งส่องตัวเองกระจกเงาบานโปรดดูตัวเอง บางครั้งจะได้ดื่มจินโทนิคซึ่งลูซีจะบีบมะนาวด้วยฟัน
สุดท้ายเจนต้องตัดใจให้ลูซีไปอยู่ป่าโดยมีสาวเจนิสดูแล
เมื่อเรื่องราวของลูซี เผยแพร่ออกไป ทำให้มันดังมากพอๆ กับวงเดอะ บีทเทิลส์ และยังเคยขึ้นปกนิตยสาร “ไลฟ์” เพราะผู้คนสนใจการเลี้ยงลิงแบบคน
อย่างไรก็ตาม เมื่อลูซีเติบโตเป็นสาว พฤติกรรมเปลี่ยนไปและคาดเดาได้ยาก เจนและมอริซจึงตัดสินใจว่าคงต้องปล่อยลูซีไปตามวิถีธรรมชาติ จากนั้นจึงพาไปประเทศแกมเบีย เพื่อให้อยู่ในป่า เขตอนุรักษ์อาบูโก
ที่นั่นมีบัณฑิตศึกษาวัย 26 ปีจากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา ชื่อ เจนิส คาร์เตอร์ คอยเป็นพี่เลี้ยงดูและสอนให้ลูซีหาอาหารในป่าและเข้าฝูงลิงชิมแปนซีเป็นเวลาถึง 8 ปี
เจนิสรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงลูซี
เจนกล่าวด้วยความเศร้าสร้อยว่า ต้องขอบคุณแจนิสดูแลลูซีต่อจากตนและสามี ลูซีได้ใช้ชีวิตกล่าวป่า มีอิสระ ไม่ต้องอยู่ในกรง ได้รับความคุ้มครองและได้รับความรัก
ปัจจุบัน เจนิส อายุ 70 ปีและยังอาศัยในแกมเบีย ย้อนความหลังว่าแทนที่จะกลับสหรัฐ ตามแผน ตนกลับไปอาศัยในบ้านต้นไม้ในเขตอนุรักษ์ นอกจากลูซีน้ำหนักลดเพราะเกิดจากปรสิต ขนยังร่วงเป็นกระจุกๆคงจะเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับอาหารและสภาพอากาศ แม้แต่โหนกิ่งไม้ก็ยังไม่ค่อยจะไหว
ลูซีน้ำหนักลดลงมากเมื่อไปอยู่ป่า
หลังจาก เจนิสและลูซี อยู่ในป่าบนเกาะในอุทยานแห่งชาติริเวอร์แกมเบียได้ 18 เดือน ลูซียังคงอยู่ในกรงที่กองทัพอังกฤษสร้างให้และพยายามปรับตัว แต่ยังไม่ยอมหาอาหารหรือเข้าสังคมกับลิงชิมแปนซีตัวอื่นๆ
จู่ๆ เช้าวันหนึ่งเมื่อตื่นขึ้นมา เหมือนโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อลูซีกัดกินใบไม้เหมือนลิงป่าทั่วไป แต่ลูซียังไม่ยอมสุงสิงกับลิงชิมแปนซีตัวอื่นอยู่ดี เจนิสจึงต้องตัดสินแยกตัวออกมา เพื่อให้ลูซีมองหาเพื่อน แม้ตนรู้ดีว่าลูซีจะรู้สึกถูกทิ้ง ถูกลืมและไม่ได้รับความรัก แต่ถ้ายังปฏบัติเหมือนเดิม ลูซีก็จะต้องพึ่งพาคนต่อไป
เจนิสใช้ชีวิตอยู่ในป่ากับลูซี
กระทั่งปี 2528 หลังจากอยู่บนเกาะ 6 ปีกับ 3 เดือน ก็ถึงเวลาที่แจนิสต้องไปเสียทีเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเนื่องจากถูกลิงชิมแปนซีเพศผู้ทำร้าย หลังจากนั้น 1 ปี เจนิสกลับไปหาลูซีอีกครั้งและพบว่าลูซีปรับตัวได้ดีขึ้น
เมื่อวางของใช้ของคนซึ่งเคยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูซี แต่คราวนี้ ลูซีหยิบขึ้นมาดูและวางลงที่เดิมเหมือนกับว่าไม่เคยมีสิ่งสำคัญหรือของรักของหวงมาก่อน แม้แต่กระจกเงาที่เคยเป็นของโปรดก็ตาม
เมื่อพยายามทักทายอีกครั้ง ทั้งลิงและคนต่างแต่งตัวให้กันและคุยกันนิดหน่อย ทันใดนั้น ลูซีจับและดึงเจนิสเข้าไปกอดแน่นๆ ไม่เหมือนกับที่เคยกอดกันมาก่อน ซึ่งสื่อให้เห็นความผูกพันในช่วงที่ใช้ชีวิตด้วยกันมา
กอดนี้ที่ซาบซึ้ง เจนิสและลูซี
ปีถัดมา ลูซีจากไปโดยไม่ทราบสาเหตุการตาย
"มันน่าเศร้ามากที่พบร่างลูซีบนเกาะ ไม่มีสิ่งบ่งชี้สาเหตุการตาย ฉันคิดว่า ลูซีคงสังเกตได้ว่า ชิมแปนซีมีหลายประเภท แต่เธอไม่ได้อยู่ในประเภทไหนเลย เธอมองตัวเองเป็นมนุษย์คนหนึ่ง" เจนิสกล่าว
////////////
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :