โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประปาแปดริ้ววิกฤติ จ่อจ้างเอกชนสูบน้ำเสริม ชาวบ้านหวั่นถูกแย่งชิงฮือต้าน

77kaoded

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 14.21 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - ประปาแปดริ้ววิกฤติ จ่อจ้างเอกชนสูบน้ำเสริมการผลิตส่งจ่ายจากลำคลองแบ่งตะเข็บจังหวัด ขณะชาวบ้านอีกฝั่งรุมต้านหวั่นถูกแย่งชิงทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมส่งตัวแทนเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมแต่สุดท้ายมีผู้เข้าร่วมลงชื่อคัดค้านนับร้อย ก่อนล่าถอยกลับไปในที่สุดช่วงบ่ายวันนี้

วันที่ 6 ม.ค.62 เวลา 14.00 น. ที่ อบต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้มีกลุ่มชาวบ้านจากทั้งสองฝั่งคลองรวม 2 จังหวัด ที่อาศัยอยู่ในบริเวณแนวเขตรอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ จำนวนกว่า 100 คน ได้เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อลงชื่อขอคัดค้านโครงการก่อตั้งสถานีสูบน้ำและผลิตประปาของบริษัทภาคเอกชนรายหนึ่ง เพื่อส่งจ่ายน้ำดิบขายให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางคล้า

จ่อจ้างเอกชนสูบ

ซึ่งกำกับดูแลการประปาสาขาเทศบาลตำบลพิมพา อ.บางปะกง และการประปาสาขาเทศบาลตำบลเทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ที่สภาพปัจจุบันขาดแคลนน้ำอย่างหนักจนต้องมีการเชื่อมประสานท่อเพื่อขอรับน้ำจากทางการประปานครหลวง จากในเขต จ.สมุทรปราการ มาช่วยจ่ายเสริมเพิ่มเติม จนทำให้แรงดันน้ำประปานครหลวงในบริเวณดังกล่าวทั้งสองพื้นที่ มีแรงดันต่ำหรือน้ำประปาไม่ไหลอยู่เป็นระยะ

อบต.คลองนิยมยาตรา

โดยนายนพดล ฝักแคเล็ก อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.4 ต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ทางบริษัทผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายนี้ ได้เข้ามาเช่าที่ดินจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งมีแปลงพื้นที่ติดกันกับแปลงที่ดินของตน จำนวน 15 ไร่ เพื่อจะเข้ามาตั้งสถานีสูบน้ำจากในลำคลองนิยมยาตรา ซึ่งเป็นคลองกั้นพื้นที่ระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ

นายนพดล ฝักแคเล็ก

โดยจะมีการดำเนินการแปรสภาพปรับพื้นที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นสถานีผลิตน้ำประปา เพื่อส่งจ่ายกลับเข้าไปยังในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ใน 2 ตำบล จึงทำให้ตนเองพร้อมชาวบ้านหวั่นเกรงว่า แปลงที่ดินซึ่งอยู่ข้างเคียงติดกันนั้นจะได้รับผลกระทบ หรือผืนดินทรุดตัวพังทลาย หากมีการขุดเจาะทำบ่อเก็บพักน้ำประปา เนื่องจากพื้นที่แปลงดังกล่าวเป็นที่ดินรูปทรงหน้าแคบเพียงประมาณ 25 เมตร และยาวถึงประมาณ 1 กม.

คลองนิยมยาตรา

อีกทั้งยังอาจจะถูกบริษัทเอกชนเข้ามาแย่งน้ำในการทำการเกษตร จากในลำคลอง ซึ่งชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา และทำนาอยู่บางส่วน ขณะที่ทางด้านฝั่ง จ.ฉะเชิงเทรานั้น ส่วนใหญ่ชาวบ้านได้ขายที่ดินไปให้บริษัทเอกชนก่อตั้งทำเป็นโรงงานอุตสาหกรรมจนเกือบหมดแล้ว จึงอาจไม่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนมากนัก ชาวบ้านจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยุติโครงการดังกล่าวที่จะกระทบต่อชาวบ้านที่ยังคงทำอาชีพทางด้านเกษตรกรรมอยู่ในพื้นที่ นายนพดล กล่าว

เอกชนจะมาแย่งสูบน้ำตรงนี้

ขณะเดียวกันในวันนี้ทางบริษัทเอกชนได้มีการส่งตัวแทนเข้ามาทำการชี้แจงทำความเข้าใจโครงการต่อชาวบ้านด้วย ว่า โครงการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านมากนัก เพราะจะทำการสูบน้ำแต่เฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลากหรือตามระเบียบและเงื่อนไขข้อตกลงของกรมชลประทานเท่านั้น และจะใช้พื้นที่ทางด้านฝั่งของ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 50 ไร่ สร้างเป็นบ่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งจำนวน 1 แปลง และพื้นที่จำนวน 150 ไร่อีกหนึ่งแปลง สามารถกักเก็บน้ำได้ 6 ล้าน ลบม.ต่อปี

เอกชนมาชี้แจงโครงการ

อีกทั้งโครงการดังกล่าว ยังอาจจะส่งผลดีต่อชาวบ้านในเขตพื้นที่ ต.คลองนิยมยาตรา อีกด้วย หลังจากทาง กปภ.สามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่แล้ว ก็จะไม่มาแย่งดึงน้ำจากการประปานครหลวง จากทางฝั่ง จ.สมุทรปราการ ไปส่งจ่ายให้แก่ในพื้นที่ของ จ.ฉะเชิงเทรา อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้น้ำประปาจากการประปานครหลวงในบริเวณนี้ไหลแรงขึ้นด้วย

ชาวบ้าน มีความกังวลหลายด้าน

โดยที่จะไม่มีการขุดเจาะทำบ่อพักน้ำบนพื้นที่แปลง 15 ไร่ ในบริเวณพื้นที่ ม.4 ต.คลองนิยมยาตรา ตามที่ได้มีการทำสัญญาเช่าไว้ 5 ปี แต่จะทำการถมที่เพื่อใช้เป็นสถานีในการผลิตส่งจ่ายน้ำประปามากกว่า จึงจะไม่มีการพังทลายของผืนดินต่อแปลงที่ดินข้างเคียงที่อยู่ติดกัน ตามที่ชาวบ้านเป็นกังวล หลังการเจรจาชี้แจงต่อชาวบ้านของบริษัทผู้ผลิตน้ำเอกชนรายนี้เป็นเวลานานกว่า 1 ชม.

ไม่เอาโรงสูบน้ำ

จากนั้นในที่ประชุม ซึ่งมี ว่าที่ร้อยตรีณัชพล สังวร ปลัด อบต.คลองนิยมยาตรา และ ร.ต.ทองปอนด ถาวรสถิตย์ ปลัดอำเภอ รักษาการณ์นายอำเภอบางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมาในฐานะหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ได้ขอให้มีการโหวตออกเสียงจากชาวบ้าน ที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นในวันนี้ โดยมีผู้ยกมือโหวตคัดค้านมากถึงประมาณ 80 คน งดออกเสียงประมาณ 20 คน

หวั่นแย่งน้ำภาคเกษตร

และยกมือสนับสนุนโครงการจำนวน 4 คน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ยกมือสนับสนุนนั้น เป็นชาวบ้านที่อยู่ทางด้านฝั่ง ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่ตัวแทนจากทางบริษัทผู้ผลิตน้ำประปา จะรับมติข้อเสนอดังกล่าวกลับไปรายงานให้แก่ทาง กปภ.ทราบ และพิจารณาในการดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62 ที่ผ่านมานั้น

มาขอสูบน้ำ

ทางบริษัทเอกชนรายนี้ ได้เคยเข้ามาทำเวทีประชาพิจารมาแล้ว 1 ครั้ง โดยที่มีผู้ยกมือให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อยู่ทางด้านฝั่งตรงข้ามคลอง ในเขตพื้นที่ ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นอกจากนี้สำหรับเวทีในวันนี้ ได้มีชาวบ้านและผู้นำชุมชน ต่างพากันแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย

ขาวบ้านตั้งคำถาม

ซึ่งส่วนใหญ่มีความเป็นห่วง วิตกกังวลว่าจะถูกแย่งชิงสูบน้ำไปจากคลองจนแห้งขอด ทำให้ไม่สามารถที่จะทำการเกษตรได้อีกต่อไป และยังหวั่นเกรงว่า หากน้ำในลำคลองถูกสูบหายไปมากขึ้น จะยิ่งทำให้น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ทางด้านฝั่ง จ.ฉะเชิงเทรา ไหลย้อนกลับมายังในลำคลองได้มากขึ้น จนทำให้น้ำเน่าเสียใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้อีกต่อไป

โครงการสูบน้ำ

โดยที่คนทางฝั่ง จ.ฉะเชิงเทรา อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากได้ขายที่ดินที่เคยทำอาชีพด้านการเกษตรเปลี่ยนไปเป็นโรงงานอุตสาหกรรมจนเกือบหมดแล้ว

รวมตัวต้าน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...