โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลุดคลิปเสียงสั่งการคดีบิ๊กโจ๊ก 'บิ๊กแป๊ะ' ยอมรับเป็นเสียงตัวเอง(คลิป)

MThai.com

เผยแพร่ 10 ม.ค. 2563 เวลา 03.49 น.
ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเสียงการสั่งการในคดีของบิ๊กโจ๊ก ต่อมาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่าเป็นเสียงตัวเอง แต่ยืนยันไม่ได้เบรกการทำคดี

ประเด็นน่าสนใจ
1. บิ๊กโจ๊ก เชื่อเหตุรถโดนยิง มาจาการเสนอยกเลิกโครงการไบโอเมทริกซ์ และโครงการรถสายตรวจอัจฉริยะ
2. ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเสียงการสั่งการในคดีของบิ๊กโจ๊ก
3. ต่อมาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่าเป็นเสียงตัวเอง แต่ยืนยันไม่ได้เบรกการทำคดี

หลังเกิดเหตุลอบยิงรถยนต์ของ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตนายตำรวจติดตาม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หลังเกิดเหตุตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาตัวคนร้าย

คลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ

ดูวีดีโอ

แต่เมื่อวานมีคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง 2 นายตำรวจ โดยเสียงสนทนาคล้ายคลึงกับเสียง พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พูดคุยกับ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในลักษณะสั่งไม่ให้ลงมาทำคดีของบิ๊กโจ๊กมากเกินไป ให้เป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้บางคนเข้าใจว่าเป็นการเบรคหรือไม่

‘ผบ.ตร.’ ยอมรับเป็นเสียงตัวเอง

ต่อมา พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยเรื่องคดีบิ๊กโจ๊กกับพลตำรวจเอกสุวิระ ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจริง แต่ไม่ได้สั่งให้หยุดทำงาน โดยบอกว่าเป็นการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังในคดีนี้ หลังถูกบิ๊กโจ๊กพูดพาดพิง เพราะทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์ พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่าใครกันแน่ที่ได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ ที่ทำให้มีชื่อเสียงอีกครั้ง

ด้าน พลตำรวจเอกวิระชัย ระบุว่า เรื่องนี้ตนเองยังไม่ทราบ จึงต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ก่อนหน้านี้ตนเองก็มีการรายงานผลการทำงานทางโทรศัพท์กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ปฏิเสธขอไม่ตอบในประเด็นว่าถูกสั่งเบรกไม่ให้ทำคดีนี้หรือไม่ ส่วนการสนทนาจะถูกดักฟัง เห็นว่า ก็อาจเป็นไปได้เพราะปัจจุบันสามารถทำได้ง่าย

นอกจากนี้พลตำรวจเอกวิระชัย พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจพิสูจน์รถเลกซัสของ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ เพื่อหาหัวกระสุนและหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม หลังพบหัวกระสุนครบทั้ง 8 นัดแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุคาดว่า น่าจะเป็นชนิด 9 มม หรือ .38 ยังไม่ยืนยันว่ายิงมาจากปืนกระบอกเดียวหรือไม่ต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

‘บิ๊กโจ๊ก’ ยันไม่เคยหลอกใช้ใคร

ส่วนความเคลื่อนไหว พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล ได้เซ็นรับรถเลกซัส ที่ สน.บางรัก ก่อนเปิดเผยว่า กรณีคลิปเสียงพลตำรวจเอก 2 นาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้มีการร่วมมือ หรือจัดฉาก ไม่มีขบวนการดำเนินการเพื่อกลับมารับข้าราชการตำรวจ

ส่วนพลตำรวจเอกวิระชัย เป็นเพียงเจ้านายขณะที่รับราชการตำรวจ ไม่มีการหลอกใช้ พลตำรวจเอกวิระชัย และนายตำรวจยศพลตำรวจเอก 5 นาย ตามที่มีการกล่าวในคลิป ซึ่งรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนคดีการยิงรถ ไม่คาดหวังว่าจะจับคนร้ายได้ เพราะบริเวณจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดอยู่จำนวนมาก แต่ผ่านมากว่า 4 วัน คดีกลับไม่มีความคืบหน้า

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันไบโอเมทริกซ์ มีประสิทธิภาพ

ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้นำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบการทำงานของเครื่องโครงการไบโอเมทริกซ์ หรือ ระบบสแกนใบหน้าและม่านตา มูลค่า 2 พันล้านบาท ที่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ระบุว่าใช้งานไม่มีประสิทธิภาพ จึงเสนอยกเลิก โดยมีการเข้าตรวจอาคารผู้โดยสารขาเข้าและขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ หรือ ดอนเมือง รวมทั้งหมด 75 เครื่อง

ซึ่งเครื่องดังกล่าวมีการจัดซื้อทดแทนระบบฐานข้อมูลพีบิ๊ก เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าออก ประวัติอาชญากร และบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล หรือบุคคลตามแบล็คลิสต์ได้

ด้าน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนเองไม่รู้เรื่องคลิปเสียงที่มีการนำเผยแพร่ เพราะตนเองไม่ได้คุมตำรวจแล้ว และยังไม่ได้คุยกับ พลตำรวจเอก จักทิพย์ และพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หลัง พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ระบุ เหตุถูกลอบยิงมาจากการยกเลิกโครงการ ไบโอแมทริคซ์ แต่คงต้องให้ทั้ง 2 คน คุยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...