โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

การจัดการธาตุอาหารปาล์มน้ำมัน

รักบ้านเกิด

อัพเดต 24 ธ.ค. 2563 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 06.24 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องและผลผลิตสูง แต่ต้องการธาตุอาหารในปริมาณสูง ดังนั้นในการทำสวนปาล์มน้ำมันจะต้องใช้ปุ๋ยเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องทราบชนิดและอัตราปุ๋ยที่ปาล์มน้ำมันต้องการ รวมทั้งวิธีการและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใส่ปุ๋ย

Plant/2837_1.jpg

++ บทบาทและอาการขาดธาตุอาหาร ที่สำคัญของปาล์มน้ำมัน ++
 

1. ไนโตรเจน (N)ไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบของโปรตีนและนิวคลีโอโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่อยู่ในโครโมโซมมีความสำคัญต่อกระบวนการเจริญเติบโตของพืช ปาล์มน้ำมันในช่วง Main Nursery และ immature stage จะตอบสนองต่อธาตุ ไนโตรเจน มากกว่าต้นขนาดใหญ่ ดังนั้น อาการขาดธาตุ ไนโตรเจน จะพบมากในต้นปาล์มน้ำมันเล็กที่ปลูกในดินทรายตื้น ๆ หรือดินที่มีการระบายน้ำเลว และในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่มีวัชพืชขึ้นอยู่หนาแน่น รวมทั้งหน้าดินมีการชะล้างพังทลาย

 

อาการขาดธาตุไนโตรเจน ปาล์มน้ำมันที่มีการขาดธาตุ ไนโตรเจน จะมีอัตราการเจริญเติบโตช้าลงโดยเฉพาะอัตราการผลิตใบใหม่จะลดลง อาการที่พบได้ชัดเจน คือใบย่อยของทางใบล่างจะเหลือง

 

2. ฟอสฟอรัส (P)ฟอสฟอรัส มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ประกอบของเซลล์ การแบ่งเซลล์และการสืบพันธุ์ ทำหน้าที่เป็นตัวรับและถ่ายทอดพลังงานระหว่างสารต่าง ๆ ในกระบวนการที่สำคัญ ๆ เช่น การสังเคราะห์แสง การหายใจ เป็นต้น

 

อาการขาดธาตุ ฟอสฟอรัสในปาล์มน้ำมันมักจะไม่แสดงอาการออกมาชัดเจน แต่อาจสังเกตได้จากการที่ปาล์มน้ำมันมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำ ทางใบสั้นลง ลำต้นเล็ก และขนาดของทะลายเล็กลง ต้นหญ้าหรือพืชตระกูลถั่วที่ปลูกบริเวณใกล้ต้นปาล์มน้ำมันมีปลายใบและก้านใบสีม่วง ใบล่างจะมีขนาดเล็กสีม่วงเข้ม ถ้าขาด ฟอสฟอรัส เป็นเวลานาน ๆ ทรงพุ่มจะมีลักษณะคล้ายปิรามิด อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปมักไม่ค่อยพบอาการขาด ฟอสฟอรัส เพราะรากปาล์มน้ำมันมีเชื้อราไมโคไรซาอาศัยอยู่ซึ่งจะช่วยดึงดูดธาตุฟอสฟอรัสให้กับปาล์มน้ำมัน

 

3. โพแทสเซียม (K)โพแทสเซียม enzymeactivator เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสงและการหายใจ กระบวนการสร้างแป้งและน้ำตาล ตลอดจนการเคลื่อนย้ายแป้งและน้ำตาลในพืช ช่วยให้น้ำในพืชมีความสมดุล และควบคุมการปิดเปิดปากใบในเซลล์พืช ดังนั้น ปาล์มน้ำมันที่ได้รับ โพแทสเซียม เพียงพอจะทนทานต่อความแห้งแล้งและโรค และทำให้ทะลายปาล์มมีขนาดใหญ่และจำนวนเพิ่มขึ้น

 

** ปาล์มน้ำมันต้องการ โพแทสเซียม สูง แต่มักจะไม่เพียงพอในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทุกแหล่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในดินทรายและดินพรุ มักมีอาการขาดธาตุโพแทสเซียมอย่างรุนแรง

 

อาการขาดธาตุโพแทสเซียม ค่อนข้างแปรปรวนขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมลักษณะอาการที่แสดงออกชัดเจน คือ

 

•ใบมีจุดสีส้ม อาการเริ่มแรกพบในใบย่อยของทางใบล่าง จะเป็นจุดเหลืองซีด รูปร่างไม่แน่นอนเกิดขึ้นตามความยาวของทางใบ เมื่ออาการรุนแรงจุดเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้ม สลับตัดกับสีเขียวบางส่วนของใบ และเป็นจุดสีส้มในวงสีเหลือง เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นจะพบเนื้อเยื่อแห้งตายตรงส่วนกลางของจุดสีส้ม ปลายและขอบทางใบย่อมแห้งตาย และในบางกรณีจะพบทางใบล่างมีลักษณะดังกล่าว แต่แสดงอาการเพียงต้นเดียวในขณะที่ต้นข้างเคียงไม่แสดงอาการให้พิจารณาว่าน่าจะเป็นผลทางพันธุกรรมมากกว่าการขาดธาตุ โพแทสเซียม

 

• อาการใบย่อยสีเหลืองแพร่กระจายเป็นวง ลักษณะอาการนี้พบเสมอกับปาล์มน้ำมันที่ปลูกบนดินทราย ดินพรุ โดยเฉพาะในช่วงที่ขาดน้ำอย่างรุนแรง ใบย่อยของทางใบกลางจนถึงทางใบล่างของลำต้น มีอาการสีเหลืองและแห้งตาย

• อาการตุ่มแผลสีส้มบนใบย่อยของทางใบล่าง
 

4. แมกนีเซียม (Mg)แมกนีเซียม มีบทบาทสำคัญในพืชคือเป็น enzyme activator เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ และมีบทบาทในการสังเคราะห์กรดไขมัน อาการขาดแมกนีเซียม มักพบในบริเวณพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในดินทราย และดินกรด และบริเวณที่หน้าดินถูกชะล้าง

 

ลักษณะอาการขาดธาตุแมกนีเซียม สังเกตได้ง่ายโดยใบย่อยของทางใบตอนล่างจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม โดยเฉพาะใบที่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง แต่ส่วนใบย่อยที่ไม่สัมผัสแสงอาทิตย์ จะยังคงมีสีเขียวอยู่แต่ถ้าขาดรุนแรงใบจะเป็นสีส้มทั้งใบและแห้งตายเป็นหย่อม อาการขาดแมกนีเซียมอาจเกิดจากต้นปาล์มน้ำมันได้รับ โพแทสเซียมมากเกินไปก็ได้

 

5. โบรอน (B)โบรอน มีบทบาทในการสังเคราะห์และย่อยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในพืชช่วยในการลำเลียงน้ำตาลในพืช เกี่ยวข้องกับการดูดและคายน้ำและกระบวนการสังเคราะห์แสง จำเป็นสำหรับการงอกของหลอดละอองเกสรตัวผู้ในช่วงการผสมเกสร จำเป็นในการแบ่งเซลล์โดยเฉพาะบริเวณปลายยอดและปลายรากและเกี่ยวข้องกับดึงดูดธาตุแคลเซียมของรากพืช ดังนั้น โบรอน เป็นธาตุอาหารที่ค่อนข้างมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันมาก การขาดธาตุโบรอน ของปาล์มน้ำมันเป็นปัญหาใหญ่ และพบอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

 

อาการขาดธาตุโบรอน จะแสดงออกที่ส่วนที่อ่อนที่สุดของพืช เนื่องจากเป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนย้ายในพืช ดังนั้น การขาดธาตุโบรอนจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของใบทำให้ใบมีรูปร่างผิดปกติดังนี้

- ทางใบยอดจะย่นพับเข้าหากัน ทำให้ใบยอดสั้นผิดปกติ
•- อาการขาดธาตุโบรอนที่ไม่รุนแรง ปลายใบจะหักงอคล้ายรูปขอ (hooked leaf)
•- อาการขาดธาตุโบรอนที่รุนแรง ใบยอดจะย่นและปลายใบหัก นอกจากนี้มีอาการใบเปราะ และสีเขียวเข้ม
•- ทะลายปาล์มจะมีเมล็ดลีบ หรือ มีเปอร์เซ็นต์การผสมติดไม่สูง
 

6. ธาตุอาหารอื่น ๆปาล์มน้ำมันที่ปลูกในดินพรุหรือดินทรายจัดจะพบมีการขาดธาตุทองแดงปาล์มน้ำมันที่ปลูกในดินจอมปลวกที่มีความเป็นด่างสูงจะมีการขาดธาตุเหล็กอย่างไรก็ตามการขาดธาตุอาหารเหล่านี้มักไม่ค่อยมีความสำคัญเพราะพบน้อยมาก

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...