โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ เผย ชานมไข่มุก ภัยใกล้ตัว-อันตรายต่อเด็ก เสพติดพฤติกรรมติดหวาน

Khaosod

อัพเดต 08 ม.ค. 2564 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 06.06 น.

แพทย์ เผย ชานมไข่มุก ภัยใกล้ตัว อันตรายต่อเด็ก เสพติดพฤติกรรมติดหวาน  คนไทยกินน้ำตาล 20 ช้อนชาต่อวัน!

ชานมไข่มุก เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในทุกเพศ ทุกวัย และด้วยรสที่หอม หวาน มัน ชานมไข่มุกจึงเป็นเครื่องดื่มที่กินแล้วไม่เบื่อ แต่ทราบหรือไม่ว่าชานมไข่มุกมาพร้อมอันตรายต่อสุขภาพมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ตามท้องตลาดนั้น มีส่วนผสมของน้ำตาล น้ำเชื่อม นมผง ครีมเทียม และไข่มุก ที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจัดอยู่ในหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยข้อมูลทางโภชนาการได้ระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้วให้พลังงาน 240-360 กิโลแคลอรี ซึ่งพลังงานที่ได้รับจากการดื่มชานมไข่มุก 1 แก้ว จะใกล้เคียงกับการรับประทานก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม หรือ ข้าว 3-4 ทัพพี

*ผศ.ดร.กิตณา แมคึเน็น อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย* กล่าวว่า ชานมไข่มุกเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมติดหวาน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระบบเผาผลาญมีปัญหาตั้งแต่อายุน้อยๆ มีโอกาสเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นภัยใกล้ตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันในเลือดผิดปกติ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ ภัยเงียบที่ผู้ป่วยอาจจะรู้ตัวเมื่อสายเกินไปอีกด้วย

ข้อมูลกลางปี 2562 จากศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อบริโภค เผยผลตรวจวิเคราะห์สารกันบูด น้ำตาล และโลหะหนักในชานมไข่มุก 25 ยี่ห้อ พบตัวอย่างเม็ดไข่มุกมีสารกันบูด 100% แต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน และยังพบว่า ส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลมากกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำต่อวัน บางยี่ห้อมีน้ำตาลสูงถึง 18 ช้อนชา ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ร่างกายเราไม่จำเป็นต้องได้รับพลังงานเพิ่มจากน้ำตาลที่เติมเสริมแต่งเข้าไปในอาหารเลย

จากการสำรวจของกรมอนามัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำถึง 3 เท่า ในขณะที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนก็พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ ที่ชอบเครื่องดื่มรสหวาน ทำให้เด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกิน รวมถึงกลายเป็นเด็กอ้วนเพิ่มขึ้น และพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น

 

นอกเหนือจากนี้ "ชาไข่มุก" ยังมีส่วนผสมของสารเคเฟอีนจากชา ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้และอารมณ์ของเด็ก ทำให้ตื่นตัว นอนไม่หลับเวลากลางคืน ซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิในการเรียนรู้ในเวลากลางวัน นอกจากนี้เด็กอาจเสพติดคาเฟอีน และเมื่อหยุดดื่มอาจทำให้เกิดสภาวะขาดคาเฟอีน เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดหัว ปัญหาเรื่องอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว เป็นต้น

การป้องกันปัญหาดังกล่าวคือ การจำกัดปริมาณให้ดื่มน้อยลง หรือปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ โดยอาจเปลี่ยนจากตัวชาเป็นน้ำผลไม้รสไม่หวานแทน เลือกสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อย ใช้นมไขมันต่ำหรือพร่องมันเนย เลือกไข่มุกที่ทำจากแป้งบุกแทนแป้งสาคูแบบปกติ ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล

ที่มา chula.ac.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...