โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 สมรรถนะ ผู้นำโลกอนาคต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ส.ค. 2562 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2562 เวลา 08.20 น.

คอลัมน์ HR Corner

โดย พิชญ์พจี สายเชื้อ

วันนี้ขอเล่าเกี่ยวกับสมรรถนะผู้นำสำหรับโลกอนาคต โดยอ้างอิงจากบทความ “12 Critical Competencies for Leadership in the Future” ที่ตีพิมพ์ใน People Matters Magazine นะคะ

บทความเรื่องนี้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต ที่มักจะเรียกกันว่า“VUCA World” ซึ่งเป็นคำย่อของความผันผวน (volatility), ความไม่แน่นอน (uncertainty), ความสลับซับซ้อน (complexity) และความคลุมเครือ (ambiguity)

“VUCA World” เดิมเป็นคำที่ทางกองทัพสหรัฐอเมริกาใช้เรียกสถานการณ์ในสงครามที่แอฟริกาและอิรัก ต่อมานำมาใช้ในโลกธุรกิจเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นความท้าทายของผู้นำในองค์กรที่ต้องทำความเข้าใจและปรับตัวให้ทัน

ซึ่งผลกระทบจาก “VUCA World” ทำให้สมรรถนะผู้นำในอนาคตต้องปรับเปลี่ยนตาม โดยสมรรถนะผู้นำสำหรับโลกอนาคตจะประกอบด้วย 12 สมรรถนะหลัก ดังนี้ (ดูรูปประกอบ)

1) Develop an Adaptive Mindset หมายถึงการที่ผู้นำต้องสร้างความคุ้นชินกับการเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน หรือไม่มีแนวทางแก้ไขมาก่อน ในโลกอนาคตจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นเสมอ ผู้นำจะเจอกับคำว่า “ครั้งแรก” มากกว่าปกติที่เคยเจอมา และต้องทำตัวให้ชินและแก้ปัญหาให้ผ่านไปให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรอรับสถานการณ์ครั้งใหม่ที่จะเป็นครั้งแรกอีกครั้ง

2) Have a Clear Vision หมายถึงผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับอนาคต เพราะนั่นคือสิ่งที่พนักงานรุ่นใหม่มองหา เนื่องจากพนักงานนิวเจนมักเป็นคนที่เน้นผลสำเร็จเป็นหลัก พวกเขาต้องการรู้ว่าสิ่งที่เขาทำวันนี้ตอนจบ (บริษัท) จะเป็นอย่างไร ผลงานของเขาจะช่วยบริษัทอย่างไร

3) Embrace Abundance Mindset หมายถึงการที่ผู้นำต้องใจกว้าง เปิดรับและมองเห็นโอกาสไม่ใช่มองเห็นแต่ปัญหาตลอดเวลา โดยผู้นำต้องมองไปให้ไกลถึงอนาคต หาโอกาสสำหรับอนาคตที่คนอื่นมองไม่เห็น เพื่อนำมาวางแผนให้ดีที่สุด

4) Weave Ecosystems for Human Engagement ผลการวิจัยพบว่าความท้าทายหลักที่ CEO ประสบอยู่คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคนด้าน soft side ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร การสร้างความผูกพันในองค์กร การสร้างภาวะผู้นำ และการพัฒนาผู้นำ ดังนั้น การเป็นผู้นำสำหรับโลกอนาคตจะต้องเป็นผู้นำที่สามารถสร้างศรัทธา (trust) เพื่อพัฒนา soft side พวกนี้ให้ได้ เพื่อให้พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กรและสร้างให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน

5) Anticipate and Create Change หมายถึงการที่ผู้นำจะต้องมองเห็นความจำเป็นที่จะเปลี่ยนแปลง “ก่อน” (ผู้อื่น) และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ได้ (ก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยนจากสถานการณ์ภายนอกโดยไม่ได้วางแผนให้ดีพอ)

6) Be Self-aware หมายถึงผู้นำต้องมีความตระหนักรู้ในจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองก่อน เพื่อที่จะปรับใช้สไตล์การบริหารที่เหมาะสมกับทั้งตนเองและองค์กร เพื่อไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้

7) Be an Agile Learner หมายถึงผู้นำสำหรับโลกอนาคตต้องเป็นคนที่เป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วตลอดเวลา คือต้องตื่นตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ (learning new thing) ตลอดเวลา และต้องรู้จักเลิกความเชื่อหรือยึดติดกับความคิดเก่า ๆ (unlearn old thing) ที่เคยทำได้ผลมาแล้วด้วย

ดิฉันเห็น CEO บริษัทชั้นนำในเมืองไทยหลายท่านนำพาองค์กรฝ่าฟันการเปลี่ยนแปลงไปได้ในโลก VUCA เพราะท่านมีคุณสมบัติเด่นเรื่องนี้ เป็น CEO ใหญ่โตแต่ใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา ไม่รู้ก็ถามไม่อายด้วยค่ะ

8) Network and Collaboration หมายถึงผู้นำต้องรู้จักสร้างพันธมิตรธุรกิจผ่านเน็ตเวิร์กต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร และองค์กรแห่งโลกอนาคตอยู่เดี่ยวไม่ได้ค่ะ

9) Relentlessly Focus on Customer หมายถึงเรื่องการให้ความสำคัญต่อลูกค้า คงไม่ต้องพูดมาก เอาเป็นว่าผู้นำต้องไม่เหน็ดเหนื่อยที่จะดูแลและให้ความสนใจต่อความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

10) Develop People สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำในโลกอนาคต คือ การสร้างผู้นำรุ่นถัดไป โดยตัวเองเป็นต้นแบบที่ผู้นำองค์กรต้องการ องค์กรจะเติบโตสู่อนาคตไม่ได้ถ้าไม่มีผู้นำที่ดีรองรับอนาคต

11) Design for the Future หมายถึงผู้นำสำหรับอนาคต ต้องเป็นผู้ออกแบบอนาคตสำหรับองค์กรในเรื่องต่าง ๆ เช่น วัฒนธรรม, ระบบงาน, โครงสร้างการทำงาน เป็นต้น

12) Constantly Clarify and Communicate ในโลกอนาคตเครื่องมือสื่อสารมีพร้อมและรวดเร็วมาก ดังนั้น ผู้นำต้องรู้จักใช้เครื่องมือพวกนี้ในการสร้างความชัดเจน (ในเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอด) และสื่อสารให้พนักงานทราบตลอดเวลา

ก่อนจบดิฉันขอ highlight ในเรื่องสมรรถนะที่ดิฉันคิดว่าสำคัญมากเป็นพิเศษจากประสบการณ์จริงในเมืองไทย คือเรื่องการเป็นผู้นำต้องใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา เพราะโลกเปลี่ยนตลอด ซึ่งจะทำให้มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน “ก่อน” คนอื่น เมื่อตระหนักแล้วก็ต้อง “กล้า” ที่จะเปลี่ยนด้วย

นอกจากนี้ ต้องมีเน็ตเวิร์กที่ดี (เพราะสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์) และต้องสื่อสารในองค์กรให้ชัดเจนตลอดเวลา (เพราะองค์กรจะเปลี่ยนตลอด พนักงานก็อยากรู้ว่าทำไมเปลี่ยน) และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการบริหารคน ทั้งการเป็นต้นแบบเพื่อสร้างศรัทธาแก่พนักงาน ซึ่งนำไปสู่ความผูกพันในองค์กร การพัฒนาและสร้างผู้นำรุ่นใหม่รองรับอนาคตไกล ๆ

ถ้าทำได้ตามนี้ ความสำเร็จในโลกอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...