โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.เเสมดำหิ้ว 3 โจรปล้นทรัพย์ปั๊มน้ำมันค้านประกัน ส่วนอีกโจ๋เเยกดำเนินคดีศาลเยาวชน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ส.ค. 2562 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 05.52 น.

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ศาลอาญาธนบุรี ร.ต.อ.ยุทธนา พลอยสุก พนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ได้ควบคุมตัว นายธีระศักดิ์ นามปัญหา อายุ 20 ปี,นายสิทธิศักดิ์ บำรุงกูล อายุ 24 ปี,นายชิงชัย เทศารินทร์ อายุ 20 ปี พร้อมพวกรวม3คน ซึ่งร่วมกับ นาย ธ.นามสมมุติ(เป็นเยาวชนแยกดำเนินคดีในศาลเยาวชนฯ) ผู้ต้องหาปล้นทรัพย์ในปั๊มน้ำมันไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.-3 ก.ย.

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่าหลังจากเลิกงานผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ได้เลิกงานจึงได้ชักชวนเพื่อนที่ทำงานนั่งดื่มสุรากันที่บริเวณที่ทำงานจนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. เศษ ได้มีผู้เสียหายที่ 2 ได้ชักชวนไปดื่มสุราที่ร้าน ช.ช้างคาราโอเกะ ต่อมาผู้เสียหายทั้งสามพร้อมเพื่อนอีกสองคนรวม 5 คนได้นั่งดื่มสุราภายในร้านจนร้านปิดเวลาประมาณ 24.00 น. แต่ผู้เสียหายกับเพื่อนก็ได้นั่งกินต่ออยู่ที่ริมถนนใกล้หน้าร้านจนกระทั่งเวลาประมาณ 3.20 น. ทั้งหมดจึงชวนกันกลับบ้านพักโดยก่อนจะได้แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สะแกงาม 14 เมื่อเติมเสร็จได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าห้องน้ำภายในปั๊ม เพื่อนของผู้เสียหาย2คนเดินเข้าไปในห้องน้ำผู้เสียหายที่ 3 ได้ลงจากรถมานั่งขอบปูนทางเดินหน้ารถที่จอดไว้

ต่อมามีกลุ่มผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์สองคันมีนาย ธ.(ซึ่งเป็นเยาวชนที่ได้แยกฟ้อง) เป็นผู้ขับขี่และมีนายธีระศักดิ์ผู้ต้องหาที่1นั่งซ้อนท้ายและจักรยานอีกคันมี นายสิทธิศักดิ์ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่และมีนายชิงชัยผู้ต้องหาที่ 4 นั่งซ้อนท้าย โดยรถทั้งสองคันได้ขับมาจอดใกล้รถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้เสียหาย

จากนั้นผู้ต้องหาที่1ที่สวมใส่แจ๊กเก็ตสีดำ กางเกงขายาวสีเข้มสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ได้เดินลงมาจากรถมาหาผู้เสียหายที่ 1 ที่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่แล้วใช้มือต่อยเข้าที่บริเวณใบหน้าด้านขวาของผู้เสียหายที่1จำนวนหนึ่งครั้งแล้วกระชากเสื้อจนผู้เสียหายที่ 1 ตกจากรถโดยที่มือขวาของผู้ต้องหาที่ 1 ถืออาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ช่วงแขนไว้แล้วผู้ต้องหาที่ 1 ก็เดินอ้อมไปหาผู้เสียหายที่ 2 ที่นั่งคร่อมรถจักรยานอีกคันหนึ่งอยู่ ขณะนั้นผู้ต้องหาที่ 2 ที่สมหมวกกันน็อกสีขาว สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้ม กางเกงสามส่วนได้ลงจากรถแล้วเดินมาทางด้านหลังของผู้เสียหายที่สองแล้วใช้มือขวาปล่อยที่บริเวณด้านหลังของผู้เสียหายที่ 2 ขณะที่ผู้ต้องหาที่1ได้หลวงเอาอาวุธปืนปลอมที่พกมาถือไว้ที่มือซ้ายส่วนมือข้างขวาถือดาบ แล้วผู้ต้องหาที่ 1 ได้ใช้เท้าซ้ายเตะไปที่ผู้เสียหายที่ 2 บริเวณใบหน้าหนึ่งครั้งแล้วผู้ต้องหาที่ 2 ได้เข้ามาเตะผู้เสียหายที่ 2 ที่บริเวณลำตัวหนึ่งครั้งทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ล้มนอนหงายหลัง และผู้ต้องหาที่ 1 ใช้มือ ข้างซ้ายเหวี่ยงแบบสกัดเข้าหาบริเวณใบหน้าของผู้เสียหายที่3จำนวนหนึ่งครั้ง แล้วผู้ต้องหาที่ 2 ได้เข้าไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงของผู้เสียหายที่ 2 ที่หล่นอยู่ข้างเข่าด้านซ้ายของผู้เสียหายที่ 2 ที่นอนอยู่และได้ล้วงกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินอยู่ 600 บาทบริเวณกระเป๋ากางเกงด้านหลังขวามือไป แล้วผู้ต้องหาที่ 1 หยิบขวดสุราหงส์ทองที่วางไว้ถือออกไปโดยผู้ต้องหาที่ 2 ได้ ไปขี่รถจักรยานยนต์โดยมีผู้ต้องหาที่ 4 สตาร์ตรถติดเครื่องรออยู่ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ได้ไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหาที่ 3 ติดเครื่องรออยู่

แต่ผู้ต้องหาที่ 1 ยังได้ลงจากรถมาขู่เพื่อนกลุ่มของผู้เสียหายที่บริเวณทางเข้าห้องน้ำขณะเดินกลับมาผู้ต้องหาที่ 1 ยังได้เข้าไปกระชากสร้อยเชือกร่มที่มีตะกรุดและพระเครื่องห้อยแขวนอยู่ของผู้เสียหายที่ 2 ขณะกำลังนั่งอยู่ จนสายสร้อยขาดหลุดติดมือผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 1 ก็ได้มาขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหาที่ 3 จอดอยู่แล้วผู้ต้องหาทั้งหมดได้หลบหนีไป

ผู้เสียหายทั้ง 3 จึงมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกลุ่มคนร้ายซึ่งต่อมาภายหลังปรากฏคลิปวิดีโอขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 กระทำความผิดออกเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลและผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้เดินทางเข้าพบพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน”ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปในการกระทำความผิดโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นจากการจับกุม,ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายจิตใจ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยโดยไม่มีเหตุอันควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคแรก,มาตรา 340 วรรคสอง,มาตรา 340 ตรี มาตรา 295 มาตรา 371 มาตรา 83

เหตุเกิดที่แขวงแสมดำเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงกระทำความผิดในที่สาธารณะโดยไม่เก่งกลัวกฎหมายและเป็นคดีที่รับการสนใจจากประชาชนเนื่องจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสี่กระทำความผิดออกเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากต้องรอสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก,รอผลตรวจพิสูจน์ของกลางและตรวจสอบประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาขออำนาจศาลฝากขังโดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นคดีอัตราโทษสูงกระทำความผิดในที่สาธารณะโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายและเป็นคดีที่รับการสนใจจากประชาชนนั้นจะมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางสื่อโซเชียล

โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง3ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างศาลพิจารณาคำร้องฝากขัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...