โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กะปริบกะปรอย ต้องระวัง!! 5 อันดับโรคอันตราย ประจำเดือนมาไม่ปกติ

UndubZapp

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 08.00 น. • อันดับแซ่บ
5 อันดับโรคอันตราย จากประจำเดือนมาไม่ปกติ ใครที่ประจำเดือนมาบ้าง ไม่มาบ้าง มาผิดปกติ มากะปริบกระปอย ลองเช็กอาการในร่างกายว่าเข้าข่ายเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่?

ผู้หญิงกับวันนั้นของเดือน เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่คุยกันไม่จบไม่สิ้น เพราะนอกจากอาการปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน ที่ผู้หญิงต้องเจออยู่ทุกๆ เดือนแล้ว การมีประจำเดือนไม่ปกติก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความกลุ้มใจให้กับสาวๆ ไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งปกติแล้ว รอบประจำเดือนจะอยู่ที่ 28 ถึง 35 วัน แต่สำหรับใครที่พบว่าประจำเดือนขาดหายบ่อยครั้ง หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ รวมการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกรอบเดือน อาการเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงโรคบางอย่างได้ โดยเฉพาะ 5 โรคร้ายที่เรานำมาฝากนี้ ถือเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะบางโรคนั้น หากปล่อยปละละเลยอาจมีอันตรายได้ถึงชีวิตเลยทีเดียว ส่วนจะมีโรคไหนติดใน 5 อันดับของเราบ้างนั้น ตาม UndubZapp ไปดูกันค่ะ

5. ภาวะฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ

ภาวะฮอร์โมนปกติของผู้หญิงนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การกินยาบางอย่างที่มีผลต่อฮอร์โมน ทั้งยาสมุนไพร รวมทั้งการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิด ก็อาจส่งผลให้มีฮอร์โมนแปรปรวนจนมีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้ นอกจากนี้ ภาวะเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายผันผวนด้วยเช่นกัน โดยจะส่งผลให้ระดับเอสโตรเจนและโปรเจนเตอโรนไม่สมดุล และทำให้เลือดออกทางช่องคลอดได้ ซึ่งแม้จะไม่ใช่โรคที่รุนแรง แต่ก็ถือเป็นอาการที่ต้องรีบพบแพทย์เพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนให้เป็นปกติ รวมทั้งต้องระวังอันตรายจากการเสียเลือดมากเกินไปอีกด้วย

4. โรคไทรอยด์

การมีเลือดออกกะปริบกะปรอย รวมทั้งการมีประจำเดือนมามากหรือน้อยกว่าปกติ ถือเป็นสัญญาณสำคัญของโรคไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งเป็นอีกโรคหนึ่งที่พบได้มากในผู้หญิงอายุระหว่าง 20 – 40 ปี ซึ่งหากพบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติพร้อมกับอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น อารมณ์แปรปรวน คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลว ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสัญญาณของโรคไทรอยด์เป็นพิษและรับการรักษาอย่างเร่งด่วนค่ะ

3. การติดเชื้ออวัยวะสืบพันธุ์

การติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ถือเป็นโรคอันดับ 3 ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการเลือดประจำเดือนกะปริบกะปรอยได้ เนื่องจากการติดเชื้อมักก่อให้เกิดการอักเสบและมีเลือดออก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งเชื้อโรคทั่วไป และเชื้อโรคที่มาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแน่นอนว่า ความรุนแรงจากโรคเหล่านี้อาจมีได้หลายระดับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว มักจะสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการรักษาจากแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่มีอาการ

2. เนื้องอกในมดลูก

เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุของอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยที่เกิดขึ้นบ่อยเลยทีเดียว แต่ที่อยู่ในอันดับสองนี้ เนื่องจากเนื้องอกในมดลูกโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะพบเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง โดยอาจเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณผิวด้านนอกของผนังมดลูก ในเนื้อมดลูก รวมทั้งในโพรงมดลูก โดยเฉพาะในกรณีที่เนื้องอกโตขึ้นจนไปกดเบียดอวัยวะไกล้เคียง อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ รวมทั้งมีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือนได้ และถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเป็นมะเร็งค่อนข้างน้อย แต่ก็ถือเป็นโรคที่ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกันค่ะ

1. มะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี

แค่ขึ้นต้นว่ามะเร็ง เชื่อว่าสาวๆ หลายคนก็คงจะนึกกลัวขึ้นมาแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า โรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรีนั้น ถือเป็นอีกสาเหตุสำคัญอันดับ 1 จากสัญญาณการมีเลือดออกทางช่องคลอดที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะ โรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก และมะเร็งรังไข่ ซึ่งถือเป็นมะเร็งสตรีอันดับต้นๆ ที่พบได้บ่อยมากที่สุด โดยวิธีการป้องกันทีดีที่สุดก็คือ การตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งรีบไปหาหมอทันทีที่พบว่ามีประจำเดือนผิดปกติ เพราะโรคชนิดนี้ ยิ่งพบเร็วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

แซ่บกันต่อ…

>> ปล่อยไว้อาจถึงชีวิต! 6 อาการปวดประจำเดือนผิดปกติ เสี่ยงโรคร้าย

>> 7 วิธี รับมือวันแดงเดือด ลดปวดประจำเดือน-ท้องเมนส์ ไม่ให้ดราม่า

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...