โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เห็ดนางฟ้าจากฟางข้าว งานดีที่ปากช่อง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 09 ธ.ค. 2565 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

ความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร เกษตรกรไทยไม่เป็นสองรองใคร การพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเกิดจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าส่วนราชการ เอกชน หรือจากตัวเกษตรกรเอง ต่างก็มีส่วนร่วมทำให้การพัฒนาการเกษตรรุดหน้าก้าวไกล นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กำเนิดนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน

การเผยแพร่ข้อมูลทางด้านการเกษตรเป็นหน้าที่ของเราที่จะนำมาเสนอเพื่อเป็นแนวความคิดให้ต่อยอด หรือเป็นตัวอย่างให้ปฏิบัติตาม จากการยืนหยัดมาร่วม 32 ปีแล้ว ทำให้ข้อมูลต่างๆ เข้มข้นขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงในวิถีภาคเกษตรพัฒนาก้าวหน้าไปมากมาย ข้อเขียนบางครั้งผ่านไป 10-20 ปีแล้วยังนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่บางข้อเขียนผ่านไปแค่ปีเดียวกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยแล้วในปัจจุบัน

เราคุ้นเคยกับเห็ดฟางกองเตี้ยที่เพาะกลางแจ้งเมื่อหลายสิบปีก่อน กาลเวลาผ่านไปกลายเป็นเห็ดฟางในโรงเรือนที่มีหลายๆ ชั้น เห็ดนางฟ้า เห็ดแครง เห็ดขอน ถูกบรรจุใส่ถุงอันมีส่วนผสมของขี้เลื่อยเป็นหลักนำมาเปิดดอกในโรงเรือนล้วนเป็นวิวัฒนาการทางความคิดของชาวเกษตรทั้งสิ้น ผู้เขียนมีโอกาสได้พบกับเทคโนโลยีระดับชาวบ้านแต่ซ่อนไว้ด้วยความไม่ธรรมดาที่จะนำเสนอ

เจอาร์ฟาร์ม Jr MushroomFarm เป็นฟาร์มเห็ด หมู่ที่ 5 ตำบลวังไทร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีคุณบี หรือคุณจิราพร จันตะเภา และหุ้นส่วนที่จบมาทางด้านเทคนิคการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำกิจการเพาะเห็ดฟางโดยทำเป็นแปลงกองเตี้ย และได้ศึกษาจนสามารถทำเชื้อเห็ดฟางเองได้

สมัยนั้นการทำเห็ดฟางจะทำเป็นกองเตี้ยในพื้นที่โล่ง ต้องมีไม้ตีกั้นเป็นบล็อกใส่ฟางรดน้ำย่ำแล้วจึงโรยเชื้อและโรยอาหาร เช่น เปลืองถั่ว เปลือกมันลงไป ทำเป็นชั้นๆ ทำอยู่หลายปีจึงได้เปลี่ยนเป็นทำก้อนเชื้อเห็ดมุ่งเน้นที่ทำเห็ดตระกูลนางฟ้า ที่ก้อนเชื้อจะต้องมีส่วนผสมของขี้เลื่อยเป็นหลัก และมีขี้ฝ้าย ไส้นุ่น เปลือกเมล็ดบัว และขี้ม้าผสมอยู่ด้วย ทำอยู่หลายปีเช่นกัน ตั้งแต่ขี้เลื่อยราคาคันรถละ 15,000 บาท จนขึ้นถึง 28,000 บาท เห็นท่าจะไม่ไหวจึงมาคิดว่ามีวัสดุทางธรรมชาติใดที่สามารถนำมาแทนขี้เลื่อยได้

สิ่งแรกที่มองเห็นคือ ฟางข้าว ซึ่งมีจำนวนมากในประเทศไทย จึงทดลองนำมาเป็นส่วนผสมแทนขี้เลื่อยในก้อนจำนวน 10% ปรากฏว่าได้ผลดี ต่อมาจึงทดลองใช้ฟางข้าวเพิ่มมากขึ้นจนถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ผลดีเหมือนกับใช้ขี้เลื่อย

ฟางมีคุณสมบัติดีกว่าขี้เลื่อย

ฟางข้าวเป็นอินทรียวัตถุที่มีซิลิกาที่ไม่ละลายน้ำ ในรูปแบบเดียวกับทราย กระจกหรือแก้ว ซึ่งมีซิลิกาเป็นองค์ประกอบอยู่สูงถึง 13 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอินทรียวัตถุอื่น ในฟางข้าวน้ำหนัก 1 ตันจะมีซิลิกาสูงถึง 40 กิโลกรัม โดยจะเคลือบอยู่ผิวด้านนอกของฟางที่เราเห็นเป็นมันวาว เราจึงจำเป็นต้องแช่น้ำให้ฟางนิ่มก่อนนำมาใช้หลายชั่วโมง ซึ่งทำให้ฟางชุ่มน้ำมากเกินไป เพราะถ้าฟางมีความชื้นมากเกินก็ทำให้เน่าเสียได้ง่าย แต่การสับด้วยเครื่องสับฟางที่ทางฟาร์มผลิตขึ้นมาจะได้ฟางที่มีคุณสมบัติตรงต่อความต้องการคือ เล็ก สั้น ร่วน ละเอียด และนุ่ม ทำให้ฟางนุ่มซึมซับน้ำได้ง่ายโดยไม่ต้องแช่น้ำ และมีขนาดสม่ำเสมอ การที่ฟางนุ่มและถูกตัดสับให้เล็กลงทำให้เชื้อเห็ดสามารถชอนไชเข้าไปกินอาหารในเนื้อฟางได้ง่ายขึ้น สรุปเหตุผลคือฟางเป็นเซลลูโลสที่ย่อยง่ายกว่าขี้เลื่อย ดอกเห็ดจึงออกถี่กว่าและใหญ่กว่า

นวัตกรรมใหม่เชื้อเห็ดแท่ง

จากขนาดถุงมาตรฐานของแบบที่ใส่ขี้เลื่อยจะใช้ถุงขนาด 6.5 คูณ 12.5 นิ้ว ทางฟาร์มได้ปรับเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมคือ ใช้ถุงขนาด 9 คูณ 14 นิ้ว ซึ่งมีปริมาตรเป็นหนึ่งเท่าของถุงขนาดเดิม และยังคงใช้วิธีการเขี่ยเชื้อไว้ด้านบนของถุงแบบเดิม ต่อมาได้เพิ่มขนาดถุงบรรจุให้ใหญ่กว่าเดิมคือขนาด 12 คูณ 18 นิ้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาตรเป็น 5 เท่าของถุงเก่า แต่มีปัญหาคือเรื่องเชื้อไม่สามารถเดินจากปากถุงให้กระจายตลอดทั้งถุงได้ในเวลาที่กำหนด

ด้านส่วนบนมีการออกดอกเห็ดแล้วแต่กลางถุงลงไปเชื้อยังกระจายไม่ถึง ทำให้ยากในการจัดการ ทางฟาร์มจึงใช้หลายวิธีในการนำเชื้อเข้าถุง เช่น การกรีดถุงใส่เชื้อ แต่ปรากฏว่าเชื้อราเข้าไปได้ง่ายและเปลืองเชื้อเห็ดมาก

ต่อมาจึงคิดกรรมวิธีนำเอาไม้เสียบลูกชิ้นนำมาทำขั้นตอนเดียวกับการเพาะและเขี่ยเชื้อในห้องแล็บ เนื่องจากเห็นว่าเห็ดในธรรมชาติบางชนิดเกิดบนขอนไม้ เพราะฉะนั้น ไม้ไผ่ก็อาจนำไปทำเป็นแท่งเชื้อได้เช่นกัน ปรากฏว่าเป็นผลสำเร็จ เชื้อสามารถเกาะที่ไม้ไผ่แทนที่จะเกาะบนเมล็ดข้าวฟ่าง เพราะไม้ไผ่เมื่อผ่านกระบวนการย่อยของเอนไซม์ของเส้นใยเห็ด แล้วก็กลายเป็นแป้งซึ่งเป็นอาหารของเห็ดได้เหมือนกัน เมื่อทำแบบนี้เชื้อก็สามารถที่จะกระจายได้ทั่วทั้งก้อนเนื่องจากไม้เสียบลูกชิ้นได้เสียบลงไปจากปากถุงเกือบถึงก้นถุง

ปัจจุบันทางฟาร์มได้ใช้ถุงเห็ดขนาด 12 คูณ 18 นิ้ว ซึ่งมีปริมาตรมากกว่าเดิม 5 เท่า แต่เวลาที่เชื้อเห็ดเดินจนเต็มถุงก็ใช้เวลาเหมือนถุงเล็กคือ 30 วัน หลังจากนั้น จะเกิดตาดอกเห็ดใช้เวลาประมาณ 5 วันเห็ดจะสมบูรณ์เต็มที่ มีน้ำหนักตั้งแต่ 400 กรัมขึ้นไปต่อช่อ หลังจากเก็บแล้วจะใช้เวลาประมาณ 7 วันก็จะออกช่อใหม่ แต่น้ำหนักช่อดอกจะเหลือประมาณ 3 ขีด ก็จะเก็บถุงออก เพราะต้องการเนื้อที่ในการวางถุงใหม่ แต่ในกรณีที่มีเนื้อที่เพียงพอก็สามารถรอเก็บดอกรุ่นต่อๆ ไปได้อีก 2-3 เดือน แต่ดอกเห็ดจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

ความจริงแล้วการที่เห็ดออกมากน้อยไม่เกี่ยวกับปริมาณข้าวฟ่างที่มีเชื้อเห็ดที่เราหยอดเข้าไป เพียงแค่ข้างฟ่างเม็ดเดียวแต่มีเชื้อเห็ดอยู่ก็สามารถกระจายได้ทั้งก้อน แล้วแต่การหยอดจากปากถุงเชื้อเห็ดต้องใช้เวลาในการกระจายให้ทั่วถุงโดยเริ่มจากปากถุงจากบนลงล่าง ส่วนการทำเป็นเชื้อแท่งเสียบเข้าไปจนลึกเกือบถึงก้นถุงเป็นการกระจายจากจุดศูนย์กลางพร้อมๆ กันจึงทำให้เวลาการกระจายของเชื้อเท่ากันกับถุงเล็ก แม้ว่ามีขนาดใหญ่มากกว่าถึง 5 เท่า

รายได้หลักของฟาร์มคือการจำหน่ายผลผลิตเห็ดสดให้กับโรงงานแปรรูปเห็ดที่วังน้ำเขียวและแม่ค้าตลาดทั่วไป คุณบี บอกว่า เห็ดที่เพาะจากฟางข้าวจะมีคุณสมบัติกรุบกรอบและมีกลิ่นหอมกว่าเห็ดที่ผลิตจากขี้เลื่อย เห็ดที่ทางฟาร์มผลิตจะเป็นเห็ดตระกูลนางฟ้า คือ เห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดนางรมฮังการี และเห็ดนางรมเทา ราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-70 บาท แล้วแต่ฤดูกาล

ปัจจุบันฟาร์มจะมีผลผลิตเห็ดวันละ 100-200 กิโลกรัม ส่วนการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำก้อนเชื้อเห็ดจะเปิดอบรมปีละหลายครั้ง เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้สามารถนำไปทำเป็นอาชีพได้ การอบรมในเดือนมีนาคมนี้ทางฟาร์มขอเลื่อนไปเนื่องจากเหตุผลไข้หวัดโควิด-19 ในรอบต่อไปจึงเป็นวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ค่าลงทะเบียน 2,500 บาท ต่อ 1 ท่าน

เนื่องจากคุณบีจบทางด้านวิศวกรรมจึงสามารถออกแบบเครื่องจักรมาใช้ในการทำเชื้อเห็ดได้เป็นอย่างดี อุปกรณ์ที่ทางฟาร์มออกแบบไว้มี 3 อย่าง คือ เครื่องสับฟาง เครื่องอัดก้อน และเตานึ่ง เครื่องสับฟางจะมี 3 ขนาด คือ 1. เครื่องสับฟางแนวนอนให้กับมอเตอร์ 3 แรง หรือใช้เครื่องยนต์ 5.5 แรง ขายเฉพาะเครื่องเปล่า 21,500 บาท ถ้ามีเครื่องยนต์จะเพิ่มอีก 5,000 บาท เหมาะกับฟาร์มเห็ดที่ทำในครอบครัว 1 ชั่วโมงสับฟางได้ 20 ฟ่อน สามารถปรับความละเอียดได้ 1-5 นิ้ว 2. คือเครื่องสับฟางแนวตั้ง เหมาะกับฟาร์มขนาดกลาง เป็นชนิดติดมอเตอร์ 3 แรง ราคาเครื่องพร้อมมอเตอร์ 37,500 บาท สามารถสับฟางได้ชั่วโมงละ 30 ฟ่อน ส่วนเครื่องขนาดใหญ่ใช้กับเครื่องยนต์ 16 แรงขึ้นไป สามารถใส่ฟางได้ทั้งฟ่อน ราคาเครื่องละ 65,000 บาท

ส่วนเครื่องอัดก้อนมีขนาดเดียว สามารถเปลี่ยนหัวได้ 2 ขนาด คือ 8 คูณ 14 นิ้ว และ 12 คูณ 18 นิ้ว ใช้มอเตอร์ 1 แรง ราคา 27,500 บาท อัดได้ประมาณ 360 ก้อน ต่อชั่วโมง สำหรับเตานึ่งจะเป็นเตาที่ประหยัดพลังงานจะใช้ไม้ฟืน เป็นระบบเติมน้ำอัตโนมัติ เรียกว่าเตาล่องหน เพราะสามารถนำไปใช้ที่ไหนก็ได้ บรรจุได้ 432 ก้อน ราคา 19,500 บาท ซึ่งเครื่องทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อการทำเชื้อก้อนด้วยเห็ดฟางโดยเฉพาะ

สนใจการทำก้อนเชื้อเห็ดเพื่อทำฟาร์มเห็ดขายดอกเป็นอาชีพ สามารถติดต่อเข้ารับการอบรม หรือติดต่อซื้ออุปกรณ์ได้ที่ คุณบี (093) 639-4454 หรือเฟซบุ๊ก JrFarm Mushrooman

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...