โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

Tarad.com ผนึกสตาร์ตอัพ ช่วยผู้ประกอบการ ค้าขายออนไลน์ ในยุคโควิด-19

Businesstoday

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2563 เวลา 03.48 น. • Businesstoday

วิกฤติโควิด-19 ตอนนี้ ผู้ประกอบการต่างกระโดดเข้ามาที่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น TARAD.com ช่วยหาทางออกให้ผู้ประกอบการเข้ามาเปิดร้านค้าออนไลน์ได้ฟรี

-สตาร์ตอัพไทยรวมตัว ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลไทย
-Credit OK ปรับแผน/เป้าหมาย ระวังหนี้เสีย รักษาสมดุลความเสี่ยง ก่อนไปต่อหลังโควิด-19

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com กล่าวกับ Business Today ว่า TARAD.com มีบริการด้านอีคอมเมิร์ซครบวงจรอยู่แล้ว ประกอบกับนำบริษัทสตาร์ตอัพที่อยู่ในกลุ่มทั้งหมด มาผนึกรวมกันเป็นโซลูชั่นใหญ่

เชื่อมต่อระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ผ่าน Pay Solutions และเชื่อมต่อระบบขนส่งสินค้ากับ SHIPPOP พร้อมให้คูปองค่าขนส่ง 200 บาท และมี e-Learning สำหรับคนที่อยากศึกษาการขายของออนไลน์

ช่วยคนขายมีหน้าร้านออนไลน์

ภาวุธ กล่าวว่า บางคนอาจจะมีช่องทางขายในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แต่ไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ลูกค้าสามารถมาเปิดร้านค้ากับ TARAD.com ได้ ซึ่งให้ใช้ฟรีและเชื่อมต่อระบบให้ลูกค้าไปยังเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada และ Shopee รวมถึง Facebook ได้เลย เป็น One Stop Service

หลังจากไปโปรโมทที่ตลาดนัดจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ เริ่มมีคนติดต่อเข้ามามากขึ้น คาดว่าจะมีร้านค้าเพิ่มในระบบ 1,000-2,000 ร้านค้าภายใน 2 เดือน และมียอดซื้อรวมกันประมาณ 250 ล้านบาท ทั้งนี้ TARAD.com มีร้านค้าทั้งหมดประมาณ 250,000 ร้านค้า

Pay Solutions

เป็นบริการสำหรับร้านค้าที่อยากมีระบบชำระเงินออนไลน์ โดยเฉพาะคนที่ขายของบน social media เพียงส่งลิงค์ไปให้ลูกค้าก็ชำระเงินได้ผ่านบัตรเครดิต รวมถึงมีบริการผ่อน โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับยอดขาย 100,000 บาทแรก จากปกติที่ 3%

"ตั้งแต่มีวิกฤติโควิด-19 คนหันมาใช้ระบบ Pay Solutions มากขึ้น ทำให้ตอนนี้เติบโตมา 137 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า"

ภาวุธ กล่าวต่อว่า ก่อนวิกฤติโควิด-19 กลุ่มท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายวันละเป็นล้านบาท แต่ตอนนี้บางวันเหลือ 0 บาท ส่วนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ท่องเที่ยวเติบโตขึ้นมาทดแทนได้มาก สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่ ถ้ามีสินค้าไม่ถึง 10 ชิ้น สามารถใช้ระบบฟรีโดยไม่มีระยะเวลากำหนด แต่ถ้าเกินสามารถจ่ายเพิ่มราคาประมาณ 900 บาทต่อเดือน

SHIPPOP… ชิปปิ้งเกตเวย์

เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมขนส่งเข้าด้วยกันเป็นชิปปิ้งเกตเวย์ ที่เลือกได้ว่าขนส่งเจ้าไหนถูกสุดและเร็วที่สุด และจ่ายค่าริการผ่าน SHIPPOP

SHIPPOP เปิดมาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันเชื่อมต่อ 8 ขนส่ง มีอัตราเติบโตมากกว่า 100% เพราะมีระบบชำระเงินและระบบขนส่งที่หลากหลายมากขึ้น และยังเป็นแฟรนไชส์ให้คนไปเปิดเป็นหน้าร้านรับส่งสินค้าได้

ปี 2019 ที่ผ่านมา SHIPPOP ส่งไปเกือบ 3 ล้านชิ้น มีรายได้ประมาณ 160 ล้าน มาจากส่วนแบ่งของการส่งสินค้า ซึ่ง ภาวุธ มีเป้าหมายจะเชื่อมต่อระบบขนส่งในต่างประเทศอีกด้วย

สร้างโมเดลใหม่ เจาะกลุ่มคนอยากทำอีคอมเมิร์ซ

TARAD.com มีรายได้จากหลายส่วน ส่วนแรกมาจากแพลตฟอร์มที่คนเข้ามาทดลองใช้ก่อนเป็น Freemium เมื่อธุรกิจเติบโตก็จะจ่ายค่าบริการ ส่วนที่ 2 มาจากการให้บริการการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) และจากระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)

"เรียกว่าเป็นระบบ Profit Sharing ซึ่งเราเป็น Total e-Commerce Solution ที่มีทุกอย่าง ที่เป็นบริษัทคนไทยด้วย"

ภาวุธ กล่าวต่อว่า ยอดชำระเงินผ่านโซเชียลมีเดียโตประมาณ 60% มากกว่าผ่านเว็บไซต์เพราะว่าขั้นตอนง่ายกว่า และจะเริ่มสูงขึ้นอีกเพราะเริ่มมีคนดังมาขายของผ่านโซเชียลมีเดียทั้งอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

เตรียมขึ้นโมเดลใหม่สำหรับแบรนด์ระดับกลางและใหญ่ที่ไม่มีคนทำอีคอมเมิร์ซให้ โดยมีทีมเข้าไปจัดการระบบให้ทั้งหมด ทั้งทำเว็บไซต์ นำสินค้าเข้าไปขาย เป็นการบริหารอีคอมเมิร์ซให้ เป็นเอเจนซี่ที่ทำให้หมดทุกอย่าง ตั้งเป้าว่าจะได้ประมาณ 20 แบรนด์ภายในปีนี้

ลงทุนธุรกิจออนไลน์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์

นอกจากบริหาร TARAD.com แล้ว "ป้อม ภาวุธ" ยังลงทุนกับธุรกิจสตาร์ตอัพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซและไม่เกี่ยวข้องอีกมากมาย

ภาวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันลงทุนไป 23 บริษัท ที่เป็นการลงทุนส่วนตัว ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นเล็กและลงทุนในเชิงของกลยุทธ์ มีแค่ Pay Solutions ที่ลงทุนในนาม TARAD.com และบริหารแค่ 3 บริษัท คือ TARAD.com, Pay Solutions และ Creden.co

"TARAD.com เป็นความท้าทายเพราะเราทำมา 20 กว่าปีแล้ว"

ลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจสัตว์เลี้ยง Petpaw แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่เป็นตัวกลางระหว่างคนขายและคนซื้อ และบางบริษัทเตรียมขยายไปต่างประเทศอย่างเช่น Wisesight ที่ขยายไปมาเลเซีย

"เราใช้หลักการคิดแบบห่วงโซ่คุณค่า "Value Chain" เช่น ก่อนจะขายของก็ต้องมีสต๊อก มีระบบบริหารสินค้า หน้าบ้านอีคอมเมิร์ซ ระบบจ่ายตังค์ และ ระบบการตลาด"

ภาวุธ กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นทั้งหมดก็จะเริ่มไปลงทุนในแต่ละตัวเพื่อจะได้เห็นข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ได้เปรียบทางธุรกิจ และในอนาคตอยากลงทุนกับ HealthTech FoodTech รวมถึง Cloud Kitchen

"เรามีแพลตฟอร์มที่สามารถที่จะเข้าไปเชื่อมต่อกับธุรกิจเหล่านี้ได้ ทั้งการชำระเงิน การขนส่ง และการนำ Big Data ไปใช้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...