ดราม่าโจมตีเซเลบผิวสีที่ "ไม่ dark พอ"
เมื่อพูดถึงเรื่องเหยียดผิว ก็อาจจะทำให้หลายคนนึกไปถึงการแบ่งแยกที่เกิดจากอคติที่มีต่อความแตกต่างทางเชื้อชาติ แต่ยังมีปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นแทบทุกภูมิภาคทั่วโลก นั่นคือ Colourism ซึ่งเกิดขึ้นในสังคมคนที่มีเชื้อชาติเดียวกัน แต่ก็ยังเลือกปฏิบัติด้วยความลำเอียงเพราะชื่นชมโทนสีผิวที่อ่อนกว่า แนวคิดนี้ถูกปลูกรากฝังลึกในสังคมชาวเอเชียน จนทำให้พวกเราคุ้นเคยกับความปรารถนาที่จะมีผิวขาวกว่าเดิม ในสังคมยังเต็มไปด้วยผู้ที่ยึดมั่นว่า ยิ่งขาวเท่าใด ก็ยิ่งสร้างโอกาสที่ดีให้กับชีวิต
แต่การเลือกปฏิบัติแบบ colourism ไม่ได้เกิดในเฉพาะโลกฝั่งตะวันออก แม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เรื่องของ colourism ก็ได้สร้างประเด็นขัดแย้งมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะใน Black Community หรือกลุ่มคนที่มีเชื้อสายAfrican ผิวดำ ที่สร้างข้อถกเถียงเรื่อง "อภิสิทธิ์คนผิวดำในกลุ่ม light skin" เกิดเป็นดราม่าในวงการบันเทิงไม่หยุดหย่อน
Lihgt Skin คืออะไร ?
เมื่อแปลตามความหมายภาษาอังกฤษ อาจจะทำให้คุณคิดว่า เป็นการบรรยายโทนสีผิวที่ขาวที่เป็นลักษณะเด่นของฝรั่งผิวขาวหรือชาวเอเชียตะวันออก แต่เมื่อพูดถึงกลุ่ม ethnic อย่าง คนผิวดำเชื้อสาย African หรือชาติพันธุ์อื่นๆที่มีโทนสีผิวเข้ม light skin จะหมายถึงผู้ที่มีโทนสีผิวที่ไม่เข้มมากนัก และอาจจะเป็นลูกผสมหรือไม่ก็ได้ คำนี้ไม่ได้ใช้กับกลุ่มคนผิวดำเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้กับผู้คนที่มีเชื้อสายจากเอเชียใต้และเชื้อชาติอื่นๆ อีกด้วย
อภิสิทธิ์คนผิวสีในกลุ่ม light skin มีอยู่จริงหรือ ?
Lupita Amondi Nyong'o และ Chadwick Bosemanพระเอกผู้ล่วงลับอาจจะได้รับการยกย่องว่ามีรูปลักษณ์ที่งดงามเป็นที่สุด หรือจะเป็น Naomi Campbell ที่สวยสะกดใจยืนหนึ่งมานานกว่าสามทศวรรษ แต่ถ้าคุณลองพิมพ์ค้นหาใน internet ว่า ใครคือผู้หญิงผิวดำที่สวยที่สุด ภาพของสาวงามด้านล่างมักจะ pop ขึ้นมา เหล่าแร็พเพอร์ชื่อดังมักจะควงคู่มากับหญิงสาว light skin หัวข้อที่คนในกลุ่ม dark skin ถูกเลือกปฏิบัตินั้น ไม่ได้เป็นที่ถกเถียงแพร่หลายตามสังคมออนไลน์เท่านั้น ถูกนำเสนอแพร่หลายตามหน้าสื่อ และผลงานบันเทิงต่างๆ (Dear White People, Grown-ish และ Skin)
มันยากจะปฏิเสธว่า global beauty standard ส่งผลให้หลายสังคมชื่นชมผู้ที่มีผิวสีในกลุ่ม light skin และตั้งแง่กับผู้มีที่โทนสีผิวเข้ม ผู้หญิงผิวดำเชื้อสาย African จำนวนมากยังเสาะหาวิธีเพื่อทำให้ผิวดูสว่างขึ้นอีกหลายเฉดหรือที่เรียกว่า skin bleaching
เมื่อ Zozibini Tunzi จาก South Africa คว้ามงกุฎ Miss Universe เธอได้รับทั้งเสียงชื่นชม และคำโจมตีว่า เธอสวยไม่คู่ควรเป็นผู้ชนะเพราะสวยไม่พอกับมาตรฐานเวทีนางงามระดับโลก รวมถึงเชื่อว่า ผู้จัดการประกวดต้องการ "อวย" แนวคิดdiversity จนลำเอียงให้สาวผิวดำเอาชนะสาวผิวขาว หรือบางคนยังวิจารณ์ว่า หากเธอสวยเหมือน Rihanna ก็คงไม่ค้านสายตาขนาดนี้
มีแฟนนางงามที่ไปเกาะติดขอบเวทียืนยันว่า เธอเป็นตัวเก็งมาทุกรอบ ปรากฏบนเวทีเมื่อใดก็ทำให้ผู้ชมจำนวนมากอ้าปากค้าง เตรียมพร้อมทั้งเรื่องการตอบคำถาม fashion และการนำเสนอตัวเองอย่างโดดเด่น คนที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ Miss Universe ผู้นี้เชื่อว่า กระแสโจมตีว่าเธอไม่คู่ควรกับมงกุฎสาวงามระดับโลกนั้นมาจากแนวคิด colourism นั่นเอง ซึ่งที่ผ่านมานั้น นางงามผิวดำส่วนมากที่ก้าวมาคว้าชัยชนะจากเวทีนี้ได้จะเป็นสาวกลุ่ม light skin ทำให้เธอสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเวทีนี้ เพราะนอกจากจะมีผิวในโทนเข้มแล้ว ยังมาพร้อมกับทรงผมสั้นเกรียน และการประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า "พวกเราทำได้"
พ่อ Beyonce ซัด ลูกประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้เพราะเป็นสาว light skin
ความสัมพันธ์ของ Beyonce และพ่อที่เคยทำหน้าที่จัดการดูแลเธอจนสร้างความโด่งดังในวงการดนตรีนั้นไม่ได้ราบรื่นสวยงามนัก บางครั้ง เขาใช้พื้นที่สื่อเพื่อ "แฉ" เป็นสายเลือดตัวเอง รวมไปถึงข้อกล่าวหาที่ว่า หากไม่ได้มีสีผิวในเฉด light skin เธอคงไม่ประสบความสำเร็จล้นหลามขนาดนี้
คำพูดของพ่อ Beyonce คงไม่ทำให้ superstar สาวรู้สึกยินดีมากนัก หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จที่ผลักดันให้เธอกลายมาเป็นศิลปินแถวหน้ามาจากความมุ่งมั่นตั้งใจและความสามารถระดับสูงของเธอ แต่พวกเราสามารถมองข้ามประเด็น colourism ไปได้จริงๆหรือ ?
พ่อของ Beyonce ตั้งคำถามน่าคิดว่า
" เมื่อลองคิดถึงศิลปินสาวผิวดำที่สถานีวิทยุนิยมเปิดเพลงของพวกเธอ Mariah Carey, Rihanna, Nicki Minaj และลูกๆของผม พวกเธอเหล่านั้นมีอะไรตรงกันล่ะครับ ?"
(ผู้สื่อข่าวตอบทันทีว่า พวกเธอมีโทนสีผิว light skin )
"คุณคิดเหรอว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ได้จงใจ ?"
เขายอมรับว่า การเลือกปฏิบัตินี้เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกพึงใจในตัวแม่ Beyonce ก็เพราะว่าเธอมีสีผิวที่สว่างกว่า แม่ของเขายังเคยพร่ำบอกว่าอย่าพาผู้หญิงผิวสีเข้มจัดมาบ้าน เมื่อหลายสิบปีก่อน เฉดสีผิวเป็นสิ่งที่คนผิวดำให้ความสำคัญ และโชคไม่ดีนักที่เขาถูกปลูกฝังให้ยึดติดเรื่องนี้
" ในวงการดนตรียังมีปัญหาการแบ่งแยกอยู่ สื่อต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มดนตรี pop ได้นำเสนอว่า สิ่งที่ถูกยอมรับว่าสวยงามควรจะเป็นแบบไหน พวกเค้าให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์นั้นพอๆกับการขับร้องเพลง"
"ถ้าคุณมองย้อนกลับไปถึง Whitney Houston พวกเค้าตกแต่งภาพให้ผิวของเธอสว่างขึ้น มันมาจากแนวคิด colourism ยิ่งคุณมีผิวสว่างเท่าไร คุณก็ยิ่งดูฉลาดขึ้น และและมีข้อได้เปรียบในการทำมาหากิน แนวคิดเรื่องนี้กระจายไปทั่วโลก แม้แต่กลุ่มคนผิวดำอย่างเรา"
อ่านต่อ กดเลย
จากคอมมูนิตี้จีบัน : candy
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com