โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทยาศาสตร์เผย ชีวิตหลังความตาย เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่มีอยู่จริง!

Khaosod

อัพเดต 26 ก.พ. 2564 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2564 เวลา 10.02 น.

นักวิทยาศาสตร์เผย ชีวิตหลังความตาย เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่มีอยู่จริง!

ฌอน คาร์รอล ศาสตราจารย์จักรวาลวิทยาและฟิสิกส์จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าจิตใต้สำนึกของเราจะแยกออกจากร่างกายทันทีเมื่อเสียชีวิต และการเรียนรู้กฎฟิสิกส์จะทำให้เราเข้าใจชีวิตที่สมบูรณ์แบบได้มากขึ้น

"เมื่อคนเราตายไป จิตใต้สำนึกและร่างกายของเราจะแยกออกจากกันโดนสิ้นเชิง คนเราไม่ควรยึดติดกับโลกหลังความตาย เราควรก้าวต่อไปและใช้ชีวิตในวันนี้ก็พอ"

คนส่วนใหญ่จะมีความเชื่อว่าเมื่อคนเราเสียชีวิตลงก็จะกลายเป็นวิญญาณและใช้ชีวิตอยู่ในโลกหลังความตาย แต่ทว่าวิทยาศาสตร์ก็ได้พิสูจน์และตรวจสอบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในทฤษฎีควอนตัม โดยทฤษฎีนี้ก็สรุปออกมาอย่างชัดเจนว่า ทุกชีวิตทุกอนุภาคในโลกนี้มีแค่ 1 ภพเท่านั้นไม่มีที่อื่นให้ไปอีกแล้ว เมื่อมนุษย์เสียชีวิตแล้วสิ่งที่เหลืออยู่จะเหลือแค่อะตอมและอิเล็กตรอนเท่านั้น ซึ่งข้อมูลต่างๆในสมอง รวมไปถึงความคิดและความจำก็จะเลือนหายลงไปพร้อมกับการตายของเราด้วย

ซึ่งทฤษฏีดังกล่าวนั่นสอดคล้องกับความเชื่อหลังความตายของศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์คิง ที่เขาเชื่อว่าสวรรค์-นรกไม่มีอยู่เพียงเป็นเพียงเรื่องหลอกเด็ก โดยในช่วงปีค.ศ 2011 ก่อนที่ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์คิง เสียชีวิตเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยนถึงประเด็นดังกล่าวว่า

"นับตั้งแต่ที่หมอวินิจฉัยว่าผมเป็น ALS และอาจมีชีวิตได้ไม่เกิน 2 ปี แต่หลังจากนั้นผมกลับได้ใช้ชีวิตอยู่มาถึง 49 ปี ผมไม่เคยกลัวตาย แต่ผมจะไม่รีบตาย เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากทำ ผมมองว่าสมองก็เหมือนคอมพิวเตอร์ มันจะหยุดทำงานเมื่อองค์ประกอบอื่นๆในร่างกายล้มเหลว ไม่มีสวรรค์หรือชีวิตหลังความตายสำหรับคอมพิวเตอร์ที่เสีย มันก็เป็นแค่นิทานที่หลอกให้คนกลัวความมืดเท่านั้น"

ที่มา unilad.co.uk //theguardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...