โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้หรือไม่สาเหตุ !! ของการกัดเล็บส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่และมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

tvpoolonline.com

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2561 เวลา 13.54 น. • TV Pool

สวัสดีดค้า !! หลายคนคงเคยสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้างหรือพฤติกรรมของตัวเราเองหรือไม่กับพฤติกรรมที่แสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจแต่จะทำโดยกลายเป็นเหมือนบุคลิกภาพไปแล้ว พฤติกรรมต่างๆที่แสดงออกมานั้นจะเป็นพฤติกรรมอาทิเช่น บางคนชอบนั่งใช้นิ้วม้วนผม หรือที่เห็นบ่อยก็คือการกัดเล็บ แล้วอาการเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร ส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่และมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

โรคการกัดเล็บ หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Nail Biting เป็นนิสัยหรือพฤติกรรมที่พบได้กับคนทุกวัย ทางการแพทย์เรียกการกัดเล็บจนติดเป็นนิสัยนี้ว่า Chronic Onychophagia แทบไม่น่าเชื่อมีการพบว่า ทั้งโลกนี้มีผู้ที่เป็นโรคนี้มากถึง 600 ล้านคน โดยสามารถพบได้ในกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

• เด็กที่มาอายุ 7-10 ขวบ ประมาณ 28-33 เปอร์เซ็นต์
• กลุ่มวัยรุ่นเฉลี่ยมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์
• กลุ่มวัยผู้ใหญ่ตอนต้นพบประมาณ 19-29 เปอร์เซ็นต์
• กลุ่มวัยผู้ใหญ่จะพบเพียง 5 เปอร์เซ็นต์

พฤติกรรมการกัดเล็บพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ประเทศที่มีคนกัดเล็บมากที่สุดในโลกคือประเทศเนเธอร์แลด์ จนมีผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้แบบจริงจังกันเลยทีเดียว

ทำไมคนเราถึงชอบกัดเล็บ

คนที่มีนิสัยหรือพฤติกรรมเช่นนี้ส่วนใหญ่ก็มีสาเหตุมาจากช่วงสภาวะที่เกิดความรู้สึกวิตกกังวล เครียด เบื่อหน่าย เศร้า เก็บกด หรือว่าอาจจะเกิดขึ้นในขณะที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ และต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อผ่อนคลาย นิ้วมือเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด ดังนั้นการกัดเล็บก็เป็นเสมือนเป็นวิธีการช่วยทำให้ผ่อนคลายอีกวิธีหนึ่ง พอกัดบ่อยๆ เลยทำให้ติดเป็นนิสัย

แต่อย่างไรก็ตามก็ได้มีนักวิจัยด้านจิตเวชได้ทำการศึกษาและตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Behavior Therapy and Experimental Psychiatry ว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมชอบกัดเล็บ ดึงผม หรือว่าใช้นิ้วม้วนผมก็ดี มักจะเป็นคนที่มีสภาวะทางอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย ขี้เบื่อง่าย และไม่มีความอดทนเท่าไหร่นัก โดยผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้แล้วทำบ่อยๆ ซ้ำๆ จะเป็นผู้ที่ชอบยึดความสมบูรณ์แบบ ไม่ยอมผ่อนปรนให้กับอะไร ทุกอย่างต้องเนี๊ยบตลอดเวลา เมื่อไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็หงุดหงิด ไม่อดทนและแสดงความไม่พอใจออกมาทันทีหรือที่เรียกกันว่าพวก Perfectilism ซึ่งอาการเหล่านี้ให้ผลร้ายกว่าที่คิดไว้เสียอีก เพราะพวกเขาจะไม่สามารถผ่อนคลายได้หรือแสดงอารมณ์ที่ปกติได้

บางครั้งนิสัยการกัดเล็บที่พบในเด็กก็สามารถหายได้หากโตขึ้นที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าการกัดเล็บไม่ถือว่าเป็นโรคถาวรเพราะว่ามันจะเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงอารมณ์หรือาภาวะเครียด หงุดหงิด แต่อย่างไรก็ตามอาการนี้ก็สามารถเป็นพฤติกรรมถาวรได้ถ้าหากเกิดภาวะเครียด หงุดหงิดง่ายจนมันไปรบกวนจิตใจและนั้นก็จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันที่ปกติของเราเปลี่ยนไป

ข้อเสียของการกัดเล็บ

– ส่งผลเสียโดยตรงต่อบุคลิกภาพ ทำให้เสียบุคลิก การกัดเล็บจะทำให้เรากลายเป็นคนที่บุคลิกไม่ดี นอกจากนี้แล้วยังดูว่าเป็นไม่มั่นใจในตัวเอง ขี้อาย ไม้กล้าเผชิญหน้ากับความจริง
– การกัดเล็บสามารถถ่ายทอดเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่ในซอกเล็บเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย
– ส่งผลเสียต่อฟัน การกัดเล็บบ่อยๆ อาจจะทำให้ฟันของเรานั้นยื่นออกมาผิดปกติ ยิ่งบางคนทำบ่อยๆ จนติดนิสัย ทำให้เวลานอนเผลอกัดฟันโดยไม่รู้ตัว มีผลทำให้ฟันเสียรูปได้
– ส่งผลเสียต่อนิ้วมือและเล็บ มีผลทำให้เล็บเสียรูปได้ บางครั้งการกัดเล็บก็อาจทำให้นิ้วมือของเราเกิดเป็นแผลได้ และอาจจะมีอาการบวมแดงหรือติดเชื้อในที่สุด

วิธีแก้ นิสัยชอบกัดเล็บ

วิธีการแก้ไขพฤติกรรมเช่นนี้ก็สามารถทำได้โดยคอยสังเกตุพฤติกรรม แล้วจดบันทึกทุกครั้งที่เราเผลอกัดเล็บ และลองสังเกตหรือหาสาเหตุว่าเรากัดเล็บเพราะสาเหตุอะไรแล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงเสีย

ถ้าแก้ยังไงก็ไม่หายซักที ลองใช้วิธีโบราณคือเอาอะไรขมๆ ยกตัวอย่างเช่น บอระเพ็ดมาทาที่เล็บ เพื่อที่เรากัดเข้าไปแล้วจะได้ไม่อยากกัดอีก ถ้ามีอาการมากๆ อาจต้องไปหาหมอเพื่อทำการรักษาให้หายขาด ยาที่ใช้ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์โดยใกล้ชิด อย่างเช่นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ยาสำหรับผู้ป่วยจิตเวช วิธีที่นิยมในเนเธอแลนด์เหนือก็คือการใช้พลาสติกครอบฟันไว้ซะเลย

วิธีที่ดีที่สุดคือ พยายามหากิจกรรมอย่างอื่นมาทำในเวลาที่เราเครียดหรือไม่สบายใจ เพื่อเป็นการผ่อนคลายจากความเครียด หางานมาทำให้มือไม่ว่าง การนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...