โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Moresheet.co พื้นที่ซื้อขาย ‘ชีทสรุป’ ตัวช่วยนักเรียนไทย ที่อยากให้ความรู้เข้าถึงทุกคน

The Momentum

อัพเดต 21 ธ.ค. 2563 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 10.00 น. • ณัชพล เนตรมหากุล

In focus

  • Moresheet.co คือแพลตฟอร์มของการซื้อขาย ‘ชีทสรุป’ วิชาต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ สำหรับการติวสอบ และการทบทวนในรายวสิชานั้นๆ โดยจะมีเหล่านักสรุปชีทที่สมัครใจกันเข้ามาทำสรุปวิชาที่ตัวเองถนัด และเปลี่ยนเป็นรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง
  • ปัจุบัน Moresheet.co มีชีทสรุปอยู่ 26 มหาลัยทั่วประเทศไทย มีชีทสรุปมากกว่า 7,600 ชีท จากผู้สรุปชีทกว่า 2,600 คน รวมทั้งหมดกว่า 50,000 คำสั่งซื้อ ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ

เชื่อว่าใครหลายๆ คนที่ผ่านการศึกษาระดับมัธยมปลาย และมหาวิทยาลัยน่าจะได้เคยมีประสบการณ์การ ‘ติวหนังสือสอบ’ กันมา ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกดดัน ถ้าเป็นวิชาที่มั่นใจคงไม่เท่าไร อ่านทวนสักรอบสองรอบยังพอไหว แต่ถ้าเป็นวิชาที่เราไม่มั่นใจเอาเสียเลยละ เมื่อเห็นตัว F ลอยมาไกลๆ ที่พึ่งทางใจของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น ‘ชีทสรุป’ 

‘ชีทสรุป’ ศัพท์ใหม่ในวงการการศึกษา ทรัพยากรอันมีค่าในช่วงเวลาสอบของเด็กมหาวิทยาลัย ด้วยข้อมูลของทั้งเทอมที่ถูกย่อลงมาอยู่ในเพียไม่กี่หน้ากระดาษ 

The Momentum พูดคุยกับ ‘มินนี่ – เมริสา สิงหเดโช’ นักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผู้ร่วมก่อตั้ง เทพ – อดิเทพ ปัสรีจา นักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจนานาชาติ  มหาวิทยาลัยมหิดลสองผู้ร่วมก่อตั้งเว็ปไซต์ Moresheet.co  ที่เชื่อว่านักศึกษาด้วยกันเองย่อมเข้าใจปัญหาของกันและกัน และหวังให้ ‘ชีทสรุป’ ไม่ได้เป็นทางออกของปัญหาระยะสั้น ไม่ได้เป็นทางรอดของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเท่านั้น 

 

(มินนี่ – เมริสา สิงหเดโช และ เทพ – อดิเทพ ปัสรีจา สองนักศึกษาผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Moresheet.co)

 

พื้นเพแล้วเป็นคนอย่างไร อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจทำธุรกิจตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ 

เมริสา: พ่อเราเป็นนักธุรกิจ นำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมเกษตรจากอังกฤษ เห็นพ่อทำธุรกิจตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกว่ามันมีสายเลือดอะไรบางอย่าง แต่ว่าไม่ได้อยู่กับพ่อ เราอยู่กับแม่ซึ่งก็มีฐานะแบบชนชั้นกลางไม่ได้มีฐานะอะไรมากมาย แต่เรามีความอยากได้นู่น อยากได้นี่ตามประสาเด็ก แต่แม่ก็ไม่ได้ให้เงินไปซื้อของฟุ่มเฟือยอะไร ก็เก็บเงินเองจากการขายของออนไลน์ตั้งแต่อายุ 14 เริ่มจากขายของสะสมแฮร์รี่ พอตเตอร์ แล้วพอ ม.ปลายก็ขายของมือสอง จน ม.6 เรามีเงินเก็บ 2 แสนก็เอาไปทำเลสิคกับไป Work and Travel จนหมด (หัวเราะ)

อดิเทพ: คือตัวผมไม่ได้ชอบขายของอะไรพวกนี้ แต่ว่าเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ตอน ม.ต้น ก็เคยไปเป็น Curator (ภัณฑารักษ์) ในโรงภาพยนตร์เพราะว่าเป็นคนชอบดูหนัง แล้วก็เคยไปทำหน้าที่ sale assistant ขายคอนโดให้กับ Property Perfect ตอน ม.ปลาย ผมก็จะหาอะไรทำอยู่เรื่อยๆ แล้วพอเข้ามหาลัยผมก็เลยเลือกเรียนไฟแนนซ์ เพราะผมมองว่ามันยากดี ผมชอบทำอะไรยากๆ ชอบท้าทายตัวเอง

 

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่มาทำธุรกิจด้านชีทสรุป 

เมริสา: ด้วยความที่ชอบทำธุรกิจก็เลยไปเรียนวิชานึงในมหาลัยคือ Introduction to Business (ธุรกิจเบื้องต้น) แล้วไฟนอลโปรเจคต้องทำสตาร์ทอัพตอนปี 1 เราขายชีทสรุปที่ร้านถ่ายเอกสาร เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจดเก่ง ชอบจดด้วย ตอนนั้นร้านถ่ายเอกสารให้หน้าละ 50 สตางค์ ขายได้กี่ชุดก็เอาไปเท่านั้น ตอนนั้นก็ได้มาไม่กี่ร้อยบาท แต่รู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าเหนื่อยเรา ก็เลยตัดสินใจขายเอง แต่มันเหนื่อยมาก ต้องมานั่งซีร็อกซ์เองขายเองอะไรต่างๆ นาๆ มันเหนื่อยมาก คิดกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ บวกกับเราเรียนวิชาธุรกิจเบื้องต้นอยู่พอดีก็เลยเอามาทำเป็นโมเดลสำหรับไฟนอลโปรเจค พอเรียนจบเราก็มาทำกับเพื่อนอีกคนนึงเลยเกิดขึ้นมาเป็น TU Moresheet 

อดิเทพ: ตัวผมเองกับเพื่อนชื่อว่า ฟาอิด ข้าว ภูมิ ปาร์ก ซึ่งทุกๆ คนเนี่ยมีแรงบันดาลใจอยากจะทำสตาร์ทอัพเหมือนกันหมด ไอเดียตั้งแต่เริ่มก็คืออยากจะทำของที่ไม่มีค่าให้มันมี value (คุณค่า) ขึ้นมา ซึ่งก็สรุปได้เป็นชีทสรุป เพราะว่าสำหรับคนทำชีทสรุปเนี่ยพอสอบเสร็จมันก็ไม่มีค่าแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้เรียนเนี่ยมันมีคุณค่ามาก พอดี ภูมิ เรียนวิศวะคอมฯ ที่จุฬาฯ ก็เลยพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาชื่อว่า sheetplus+ ซึ่งก็เป็นต้นแบบของ moresheet ในทุกวันนี้

 

การเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจังตั้งแต่ยังเรียนไม่จบทำให้คุณต้องเสียสละอะไรไปบ้าง 

เมริสา: ตอนทำคนเดียวคือหนักมาก ทำเองทุกอย่าง ขายเอง ตอบแชทเองวันละพันกว่าคนเหมือนขายของออนไลน์ พอถึงเวลาสอบก็ไม่ไหวเหมือนกัน บางวิชาเราก็ไม่เข้าเรียนเลย ดรอปบ้าง บางวิชาก็ไปคุยกับอาจารย์ว่าขอไม่เข้าเรียนนะ ส่งงานอย่างเดียว ก็เลยได้ C มาบ้าง แต่เราไม่เสียดายเพราะว่าเราหมดแพชชั่นในการเรียนไปแล้ว เราอยากทำสตาร์ทอัพ 

อดิเทพ: ผมเริ่มประมาณปี 3 ถามว่าเสียการเรียนไหม ผมว่าไม่เสียนะ การทำธุรกิจนี้เอาเวลาชีวิตด้านอื่นไปมากกว่า ผมก็ต้องเอาเวลาไปศึกษาธุรกิจ หาเวลาไปนำเสนองาน ไปคุยกับผู้ใหญ่ต่างๆ ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตผม และผมก็จัดการตัวเองได้ เลยไม่กระทบการเรียนเท่าไหร่ ผมมองว่าถ้าทำธุรกิจแล้วต้องมาหมกมุ่นกับมันตลอดเวลาถือว่าไม่สำเร็จ สำคัญคือต้องทำให้ธุรกิจอยู่ได้ด้วยตัวเอง

 

คุณเองยังอายุน้อยอยู่ มีภาพลักษณ์เป็นนักศึกษา เวลาเราไปขอทุน หรือไปคุยกับลูกค้า มีวิธีการอย่างไรให้ตัวเองมีความน่าเชื่อถือ

อดิเทพ: ผมเชื่อว่าถ้าเราเชื่อมั่นในไอเดีย และเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองจริงๆ คนพร้อมจะฟังนะ เวทีสตาร์ทอัพก็มีเยอะแยะ ถึงจะไม่เท่าในต่างประเทศ คุณก็ต้องทำงานด้วยสิ่งที่คุณมี แทนที่จะบ่นหรือท้อ คุณก็ต้องไปหาเวทีต่างๆ ไปหาคนที่เขาพร้อมจะฟังคุณจริงๆ และคุณต้องเชื่อมั่นในตัวเองจริงๆ การหาคนที่จะมาลงทุนกับคุณจริงๆ มันไม่ได้ยากอย่างที่ใครคิด ตอนนี้เราก็อยู่ในโปรแกรมของ NIA (สำนักงานนวัตกรรม) ของรัฐบาลด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว Whatever you’re looking for, it’s out there

เมริสา: เรารู้สึกว่าเงินหรือทุนมันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ก่อนที่จะเริ่มเราก็ไม่มีทุน แต่การเอาไอเดียออกมาเป็นธุรกิจมันไม่ต้องใช้เงินทุนอะไรเลยนะ ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นตอนเราทำจดหมายขายมันก็เริ่มจากกระดาษที่บ้านเรามี ตอนขายเสื้อผ้าเราก็เอาเสื้อผ้ามือสองที่เรามี คือเราไม่จำเป็นต้องเอาไอเดียในกระดาษไปขายฝันเขา แต่สำหรับนักลงทุนสมัยนี้ เราต้องเอาไอเดียเราไปทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วบอกว่า “ฉันทำได้แล้ว” 

 

 

“ตั้งแต่ทำมาเราไม่เคยใช้เงินทุนเลย ไม่เคยยิงโฆษณาสักบาท โปสเตอร์ก็ใช้โควต้าฟรีของมหาลัย เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นธุรกิจเนี่ย เงินทุน ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถ้าเรามีไอเดียเราก็ลงมือทำเลย แล้วเงินมันจะมาเอง”

 

Moresheet เป็นเหมือนระบบนิเวศที่นักศึกษามาช่วยเหลือกัน แชร์ความรู้กัน คิดว่ามันบอกอะไรบางอย่างถึงระบบการศึกษาไทยไหม ว่าทำไมเราต้องจ่ายเงินค่าเทอมอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องมาช่วยเหลือกันเองอยู่ดี 

อดิเทพ: ผมมองว่าชีวิตในมหาลัยต้องมีอะไรมากกว่าการเรียน ควรไปทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วย วลีที่ผมชอบมากก็คือ“การเรียนทำให้คนมีงานทำ แต่กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น”เราเลยอยากจะย่นเวลาในการเรียน เป็นเหมือนตัวช่วยให้เหล่านักศึกษาเวลาสอบ 

เมริสา: เคยมีอาจารย์เคยแย้งว่า Moresheet จะทำให้นักศึกษาไม่เข้าห้องเรียนหรือเปล่า เรามองว่าถ้าเกิดว่าการเรียนการสอนมันมากกว่าแค่ อาจารย์มาพูด พูดตามสไลด์ เน้นทฤษฎี มันก็ไม่แปลกถ้าสุดท้ายคนจะไม่เข้าใจ พอเรียนจบเทอมก็อ่านชีทสรุปอยู่ดี คือถ้าการศึกษาไทยมันมีการ discussion มากขึ้น เข้าเรียนแล้วมีอะไรมากกว่าการจดตาม มันจะทำให้เด็กอยากเข้าไปเรียนมากกว่า และถ้าเกิดว่ามีการวัดผลอย่างอื่นนอกจากการสอบตัดเกรดมันก็จะดีกว่านี้

 

งั้นแปลว่าถ้าการศึกษามันมีระบบที่ดี แข็งแรงกว่านี้ จะไม่มี Moresheet 

เมริสา: ไม่เชิง คือเรารู้สึกว่ามันเป็นตัวช่วย ลองมองว่าทำไมคนถึงพึ่งชีทสรุปขนาดนี้ ส่วนนึงก็เพราะว่าเขาอยากได้เกรดที่ดี แต่ในอีกมุมนึงคือเขาซื้อชีทสรุปเพื่อเสริมความรู้ตัวเอง เหมือนเป็นวิตามิน เพราะชีทสรุปมันก็คือการย่อย แต่ละเซคก็ไม่เหมือนกัน อาจารย์ก็ต่างกัน บางทีมันอาจจะมีกิจกรรม มีควิซ มีอะไรมากกว่าเรียน บางอย่างมันก็จดลงชีทสรุปไม่ได้

อดิเทพ: จากที่เราทำรีเสิร์ชมาก็คือส่วนมากที่ซื้อไปเขาเรียนอยู่แล้วนะ ถ้าคุณไม่เข้าเรียนเลย ไม่รู้เรื่องแล้วมาอ่านแต่ชีทสรุปเนี่ย ก็ไม่เข้าใจเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเวลาคนซื้อชีทสรุปเนี่ยเขาไม่ได้ซื้อแค่ชีทเดียว เขาซื้อของหลายๆ คนแล้วเอามารวมกัน คอยดูว่าส่วนไหนใครสามารถอธิบายได้ดีกว่ากัน มันไม่ใช่ทางลัดในการเรียน แต่มันเป็นตัวช่วย เพราะว่านักศึกษาก็ย่อมเข้าใจภาษาของนักศึกษากันเองมากกว่า

 

Moresheet เป็นศัตรูของการศึกษาไทยรึปล่าว 

อดิเทพ: ไม่ครับ เราจะโตไปกับการศึกษาของประเทศไทย อยากให้มองว่า Moresheet คือที่ที่รวมสิ่งดีๆ ของการศึกษาไทยไว้ในที่เดียว วันนี้มี 26 มหาวิทยาลัย พรุ่งนี้ไม่รู้จะมีอีกเท่าไหร่ มันคือความรู้ดีๆ ของ 26 มหาลัยรวมอยู่ในที่เดียว

เมริสา: เราเป็นแพลตฟอร์ม เป็นพื้นที่ที่รวมความรู้จากหลายมหาลัยเข้ามาด้วยกัน สมมติเราเรียนธรรมศาสตร์ แล้วที่ลาดกระบังมีวิชาฮวงจุ้ย จุฬามีวิชาความสุขหลังการตาย เราก็สามารถไปอ่านได้ ความรู้มันเป็นศาสตร์กลาง ไม่ว่าจะสอนต่างกันยังไง สุดท้ายมันก็คือสิ่งเดียวกัน

 

คิดว่า ความรู้ ควรเป็นสิ่งที่นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง มากกว่ามาทำธุรกิจเพื่อหาเงินหากำไรไหม

อดิเทพ: ผมอยากจะถามกลับเหมือนกันว่าถ้าความรู้มันควรเป็นของฟรีจริงๆ ทำไมเราต้องจ่ายค่าเทอมด้วย ขอย้อนกลับไปที่จุดแรกว่าชีทสรุปมันเป็นการลงมือทำของคนเขียน มันมีคุณค่ามาก และชีทของเราก็ไม่ได้ขายกันเป็นพัน แต่เฉลี่ยอยู่ที่ 30 บาทต้นๆ เท่านั้น ซึ่งผมมองว่าเป็นราคาที่แฟร์แล้วสำหรับการได้ตัวช่วยในการเรียนมาก บางทีมันอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ โดยธุรกิจตรงนี้ก็แสดงให้เห็นว่านักศึกษายินดีที่จะจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อสิ่งที่มีประโยชน์ต่อเขา

เมริสา: ชีทสรุปเนี่ยมันไม่ได้ทำง่ายๆ นะ มันเหนื่อย ต้องเข้าไปตั้งใจเรียนก็ต้องมีค่าที่เราเสียเวลาไปเรียน ค่าที่เราใส่ใจในการฟังอาจารย์ที่พูดไม่รู้เรื่อง แต่เราสามารถเอามาเกลาให้มันเป็นคำพูดที่คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจง่าย ยิ่งบางคนเขียนสวยมาก วาดการ์ตูน เขียนอะไรต่างๆ เหมือนงานแฮนด์เมด งานคราฟท์ มันคือค่าความสามารถของเรา ก่อนที่จะย่อยมาเป็นความรู้นั้น คนที่ผลิตต้องทุ่มเทอะไรไปบ้างในการทำมันออกมา 

งานชิ้นไหนที่เอาสไลด์อาจารย์มาแปะเฉยๆ นี่เราก็ไม่ยอมรับนะ ปัดตกเลย คนอื่นเขาใช้สมองในการทำมันออกมา การก็อปปี้ของคนอื่นมาแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าชีทสรุป

 

 

เคยมีอุปสรรคอะไรบ้างที่รู้สึกภูมิใจว่าเราก้าวผ่านมันมาได้ 

เมริสา: ตอนเริ่มแรกๆ มีปัญหาใหญ่คือมีคนซื้อชีทสรุปจาก Moresheet ไปแล้ว เขาเอาชีทนั้นไปซีร็อกซ์ต่อให้เพื่อนต่อ บางคนซื้อไปแล้วก็เอาไปขายต่อที่ร้านถ่ายเอกสารอีกต่อนึงก็มี แล้วเพื่อนเราไปเห็นว่ามันมีคนก็อปของเราไปก็เลยถ่ายรูปมาบอก ตอนนั้นก็เครียดไม่รู้จะทำยังไงดี เลยทำเซอร์เวย์ขึ้นมาตัวนึง ถามนักศึกษาว่าถ้ามีเพื่อนมาขอชีทสรุปที่ซื้อจาก Moresheet ไปจะให้หรือไม่ ส่วนใหญ่ก็บอกว่าไม่ให้นะ เพราะว่าต้องปกป้องสิทธิ์ของคนเขียน มีการเอา พรบ. ลิขสิทธิ์มาเถียงกัน อาจจะเพราะความเป็นเด็กธรรมศาสตร์ด้วยส่วนหนึ่งที่ทำให้มีความต้องการปกป้องสิทธิของตัวเอง แต่ก็มีบางคนที่ไม่รู้จะปฏิเสธเพื่อนยังไงเหมือนกัน ทุกวันนี้เราจะทำลายน้ำที่มีชื่อผู้เขียนชีทสรุป และชื่อ Moresheet อยู่ในทุกๆ หน้า กลายเป็นการตลาดอีกแบบหนึ่งไป

อดิเทพ: สำหรับผมคือการขยายธุรกิจของเราไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ และการ Localization (ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น) เพราะว่าถึงแม้มหาวิทยาลัยหลายๆ ที่จะมีความต้องการชีทสรุปเหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่าเขาอยากได้ Product แบบเดียวกันกับทุกที่ เราต้องหาจุดให้เจอว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ และ Attack มันให้ได้ เราก็เลยจะมีทีมของเราในแต่มหาวิทยาลัยเลย เพราะว่าคนในพื้นที่นั้นย่อมเข้าใจปัญหาของตัวเองมากที่สุด ทีมต่างๆ ก็จะทำหน้าที่หาคนเขียนชีทสรุป หาว่าวิชาหรือสิ่งที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ต้องการจริงๆ คืออะไร

 

ตั้งใจให้ปลายทางของ Moresheet เป็นอย่างไร

อดิเทพ: ปลายทางของเราจะไม่จบที่ชีทสรุปแน่นอน ทั้งหมดนี้จะเป็นพื้นฐานให้เรา เราอยากจะพัฒนาไปเป็นพื้นที่ชุมชนของนักศึกษา ที่นักศึกษามาอยู่ด้วยกัน และแบ่งปันความรู้ ที่มันจะไม่ได้มีที่พึ่งแค่ชีทสรุป แต่จะมีสินค้าตัวอื่นๆ เพื่มเสริมเข้ามาด้วย โดยเรามีสิ่งหนึ่งที่อยากแสดงออกไปก็คือ “อยากให้การเรียนเก่ง เป็นสิ่งที่เท่” แล้วเราก็อยากที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่ซัพพอร์ตสิ่งนั้น แต่ในอนาคตเราจะเป็น“พื้นที่แห่งการเรียนรู้”สำหรับนักศึกษา รวมถึงตลาดของเด็กมัธยมด้วยที่เรากำลังพยายามศึกษาอยู่

เมริสา: คติของเราก็คือ “เพื่อนยามยากในทุกการสอบ” เพราะฉะนั้นเราอยากจะเป็นเหมือนเพื่อนในทุกการเรียน เหมือนเพื่อนกันจริงๆ ไม่ว่าจะเรียน จะติว จะเป็นชีท หรือจะรีวิวว่าวิชานี้เป็นยังไง รีวิวอาจารย์ที่สอนหน่อย ควรเรียนดีไหม มันก็คือชุมชนนึงที่พวกเราทุกคนจะช่วยกันได้ในเรื่องของการเรียน เพราะเราอยากให้เขาเรียนด้วย และก็ยังมีเวลาเหลือ แทนที่ทุกคนจะต้องมานั่งเรียน อ่านหนังสือทั้งเล่มตลอดเวลา ก็อ่านแค่ชีทสรุป แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำกิจกรรม ไปฝึกงาน ไปเข้าคอร์ส เวิร์กช็อปอะไรต่างๆ เพื่อที่เขาจะได้ออกไปค้นหาตัวเอง เราไม่อยากให้ทุกคนตั้งใจเรียนเกินไปจนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ กันแน่

 

ความรู้สึกที่มีต่อ “ชีทสรุป” ในวันนี้

เมริสา: เรามองว่ามันมีค่ามาก มันมีค่าสำหรับคนเขียน มีค่าสำหรับคนขาย มันรู้สึกว่าเขาภูมิใจว่า “กูนี่แหละที่เป็นคนสรุปวิชานี้” “กูนี่แหละที่เป็นคนที่แชร์ให้เพื่อนๆ” มันไม่ใช่เงิน แต่มันเป็นความภูมิใจที่เขาได้ทำอะไรแบบนี้ออกมา ส่วนสำหรับคนซื้อมันก็แน่นอนอยู่แล้ว มันช่วยให้เขาผ่านการสอบได้ บางคนทักมาในเพจแล้วขอบคุณเรา ที่ทำให้เขาผ่านเทอมนี้ไปได้ ในฐานะคนกลางเราก็รู้สึกดีใจที่เราได้เชื่อมต่อผู้ขาย และผู้ซื้อมาเจอกัน

อดิเทพ: ทุกครั้งที่เราเห็นชีทสรุปในเว็ปไซต์ ผมจะรู้สึกสุดยอดตลอด บางคนทำสวยมาก มีคุณค่ามาก มันเป็นการสรุปเนื้อหาที่ถ้าไม่ได้แปลงมันออกมาเป็นแบบนี้ หลายคนอาจจะไม่สนใจไปศึกษาด้วยซ้ำ ผมตกใจตลอดเลยว่ามันโคตรดี

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...