โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Podcast EP1 "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก" เรื่องคติจักรพรรดิราช โดยศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์

ศิลปวัฒนธรรม

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2562 เวลา 10.52 น.

ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เข้าใจประวัติศาสตร์ รู้ทันอนาคต สนทนาศิลปะ-วัฒนธรรม กับ “ศิลปวัฒนธรรม Podcast” ใน Season แรกมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” จำนวน 5 ตอน พบกันทุกวันจันทร์ เวลา 19.30 น.

ในตอนแรกประเดิมด้วยประเด็น “คติจักรพรรดิราช” โดย ศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ … “คติจักรพรรดิราช” หมายความว่าอย่างไร เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างไรบ้าง มาร่วมหาคำตอบใน “ศิลปวัฒนธรรม Podcast”

Index

0:45 ที่มาและความหมายของคติจักรพรรดิราช
3:20 หลักฐานที่ค้นพบเกี่ยวกับคติจักรพรรดิราช
3:56 การแสดงสถานะจักรพรรดิราช
8:36 ที่มาของพิธียกสถานะไปสู่พระเจ้าจักรพรรดิ
11:24 พระราชพิธีราชาสูยะกับความสำคัญของการประกอบพิธี
12:01 ความสำคัญของน้ำในพระราชพิธี
13:05 ช่วงแพร่หลายเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาจนถึงไทย
17:50 พัฒนาการของพระราชพิธีราชาภิเษกตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์
20:40 การแสดงออกสถานะจักรพรรดิราชในไทย และข้อสังเกต

ติดตาม Podcast โดย ศิลปวัฒนธรรม ที่

Podbean : https://silpawattanatham.podbean.com
Soundcloud : https://soundcloud.com/silpawattanatham
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCJjOfXgP1CUCc0XtLd-U0xw

ความหมายและที่มาที่ไป

คติเรื่องพระเจ้าจักรพรรดิราช คือคติว่าด้วยการเป็นราชาเหนือราชาทั้งหลาย ความเชื่อเกี่ยวกับราชาเหนือราชาทั้งหลายเป็นความเชื่อสากล ในสังคมวัฒนธรรมที่มีการพัฒนาทางการเมืองจนสลับซับซ้อน มีผู้ปกครองหลายสถานะ บ้านเล็กเมืองน้อย บ้านใหญ่เมืองโต จะมีคติความเชื่อว่าต้องมีพระมหากษัตริย์ที่เหนือกว่ากษัตริย์อื่นๆ ในโลกตะวันตกมีคำว่า Emperor หรือว่าเจงกิสข่าน ก็มีความหมายโดยนัยยะใกล้เคียงพระจักรพรรดิเหมือนกัน

แต่ในคติคำว่าจักรพรรดิที่แพร่หลายในอุษาคเนย์นี้ มีต้นรากมาจากคติศาสนาพราหมณ์ และพุทธศาสนา ถ้าสมมติจะพูดถึงคติที่ยอมรับนับถือและปฏิบัติมา อย่างน้อยตั้งแต่ในยุคสุโขทัยหรืออยุธยาไล่เรียงมา เป็นคติของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทซึ่งเรารับมาจากลังกา

ที่จริงแล้วจะตรงกับคำว่าจักรวาทิน คือผู้ที่หมุนกงล้อ ในที่นี้อาจมีนัยยะว่าเป็นกงล้อแห่งธรรมที่แผ่ผ่านพระธรรมคำสั่งสอนออกไปยังทวีปต่างๆ ซึ่งเป็นทวีปที่มนุษย์อยู่อาศัยซึ่งมี 4 ทวีปด้วยกัน หรืออาจพูดถึงกงล้อซึ่งเป็นกงล้อของราชรถซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนไปเพื่อทำสงคราม ถ้าสมมติในลักษณะนี้จะหมายถึงพระมหากษัตริย์ที่ปกครองเฉพาะชมพูทวีป

เพราะฉะนั้น คำว่าจักรพรรดิ หรือที่มาจากคำว่าจักรวาทินในที่นี้จึงมีรากมาตั้งแต่ศาสนาพราหมณ์ มาถูกขับเน้นในลักษณะของคติทางพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทที่รับมาจากลังกา

หลักฐานการค้นพบแนวคิด

อย่างช้าที่สุด เราเห็นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ทรงประกาศสถานะความเป็นจักรวาทินของพระองค์บนเขาพนมกุเลน หรือมเหนทรบรรพต ครั้งนั้นเป็นหลักฐานที่น่าจะมีร่องรอยมาจากจารึกสด๊กก๊อกธม ซึ่งแสดงการประกาศสถานะของพระองค์เหนือราชาทั้งหลายในกัมพุชประเทศ

การแสดงสถานะ

การแสดงสถานะพระจักรพรรดิราช ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ถ้าเป็นพระจักรพรรดิราชในตำนาน ในจักรวาทินสูตรก็จะพูดถึงพระจักรพรรดิราชที่ปกครองทั้ง 4 ทวีป อันนี้เป็นพระจักรพรรดิราชในอุดมคติ ถ้าสมมติพูดถึงพระจักรพรรดิราชในโลกความเป็นจริงที่อยู่ในการรับรู้ การยอมรับ หรือเป็นต้นแบบเป็นแบบอย่างของพระมหากษัตริย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โบราณก็จะยึดถืออย่างพระเจ้าอโศกเป็นบรรทัดฐาน

การแสดงออกซึ่งความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชของพระมหากษัตริย์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือพม่าจะแสดงออกในฐานะพระเจ้าจักรพรรดิราชที่ปกครองเฉพาะสกลชมพูทวีปซึ่งเป็นพระจักรพรรดิราชที่ใช้กำลังเป็นอุปกรณ์ในการแผ่ขยายพระราชอำนาจ จักรพรรดิในลักษณะนี้บางครั้งจะเรียกว่า พละจักรวาทิน คือจักรพรรดิที่เป็นใหญ่ด้วยกำลัง

การแสดงออกถึงคุณสมบัติ หรือสำแดงให้เห็นความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิของพระมหากษัตริย์ในแต่ละพระองค์ บางครั้งก็แสดงในเชิงสัญลักษณ์ อย่างเช่น พ่อขุนรามคำแหง อาจบอกว่าทรงแผ่ขยายอำนาจถึงฝั่งสมุทรเป็นที่แล้ว คือแผ่ขยายอำนาจจากภูเขา ตีนเขาไปถึงฝั่งสมุทร

การแสดงอำนาจของพระมหากษัตริย์จะแสดงจากตีนเขาหิมาลัย ไปจนถึงฝั่งทะเล อาจไม่ต้องประกาศพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แต่บอกว่าพระองค์นั้นขยายอำนาจอย่างนี้ ลักษณะในทำนองเดียวกันนี้ เราก็เจอในจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

มีบ่อยครั้งที่พระมหากษัตริย์ที่แสดงองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจะใช้นามพระเจ้าจักรพรรดิเลย หรือมิฉะนั้นจะใช้นามบรมราชา เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ทั่วไปหรือราชาธิราชา ราชาธิราช จะเห็นอยู่ในสมัญญานามของพระมหากษัตริย์อยุธยาแทบทุกพระองค์

สำหรับคติการประกาศพระบารมี พระราชอำนาจโดยธรรมมีอยู่ในคติพุทธตั้งแต่เบื้องต้น มีอยู่ในคัมภีร์ อย่างเช่นจักรวาทินสูตร ที่จะพูดเรื่องนี้ ในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างนี้

ภายหลังจากพระมหากษัตริย์ผู้อ้างพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิขยายอำนาจปราบบ้านเมืองต่างๆ ราบคาบแล้วจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซ่อมแซมเจดีย์วิหาร ใส่บาตรพระเท่าอายุของพระองค์ ประพฤตินี้เห็นได้ในกรณีพระเจ้าบุเรงนอง เมื่อพระเจ้าบุเรงนองตีกรุงศรีอยุธยาได้ในปี พ.ศ. 2112 บ้านเมืองก็ยับเยินเป็นผลจากการทำสงคราม พระองค์ก็บูรณะปฏิสังขรณ์ พระราชทานเงินให้ซ่อมแซม แล้วก็ทำบุญเป็นการใหญ่

ตรงนี้เป็นการแสดงบทบาทอย่างหนึ่งของพระเจ้าจักรพรรดิ ในชั้นต้นเป็นพลจักรวาทิน ใช้กำลังก่อน หลังจากนั้นพระองค์ก็แสดงบทบาทในฐานะผู้ที่ค้ำจุนดูแลพระศาสนา

ความสำคัญของน้ำ

พระราชพิธีราชาสูยะ องค์ประกอบที่สำคัญจะต้องเป็นเรื่องการสรงน้ำ ตรงนี้เรียกว่าเป็นการอภิเษก ก็คือสรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถือว่าเป็นหัวใจของการประกอบพิธีซึ่งต่างจากโลกตะวันตก เพราะโลกตะวันตกเมื่อพูดถึง Coronation (ราชาภิเษก) จะเป็นเรื่องการสวมมงกุฏ แต่ของเราจะอาศัยน้ำเป็นสัญลักษณ์ หรือสื่อหลัก

เพราะว่าน้ำจะเข้ามาสัมพันธ์โดยเบื้องต้นเกี่ยวกับการ Purify หรือการทำให้สะอาด การทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีนัยยะว่าพระองค์ที่จะได้รับยกย่องขึ้นมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิต้องผ่านการสรงน้ำที่เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ คำว่าอภิเษกคือการสรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุประการนี้จึงต้องมีการเอาน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อย่างเช่น ปัญจมหานที เพื่อนำมาสรง พอสรงแล้วก็มีความศักดิ์สิทธิ์เพราะผ่านการสรงน้ำที่เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เท่ากับยกสถานะของพระองค์ขึ้นเป็นราชาเหนือราชาทั้งหลาย

แพร่หลายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาจนถึงไทย

พิธีนี้เข้ามาแพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเชื่อว่า แหล่งหนึ่งที่รับพิธีนี้คืออาณาจักรพระนครหลวงสมัยโบราณ เพราะฉะนั้น จะมีการพูดถึงเครื่องราชเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำคัญอย่างเช่น พระขรรค์ชัยศรี ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ การรับพระขรรค์ชัยศรีจะรับในพิธี ถ้ามาแปลงอยู่ในบ้านเราคือราชาสูยะ หรือพิธีราชาภิเษกนี้เอง เชื่อว่า คติของเราที่เห็นร่องรอยของการรับพิธีกรรมนี้จากเขมร ต้องย้อนกลับไปดูศิลาจารึกหลักที่ 2 ของวัดศรีชุม ซึ่งพ่อขุนผาเมืองอภิเษก ใช้คำว่าอภิเษก พ่อขุนบางกลางท่าวขึ้นเป็นกษัตริย์สุโขทัย นอกจากจะมีการอภิเษกซึ่งอันนี้เป็นคำที่มีรากมาตั้งแต่ทางอินเดียแล้ว แต่ครั้งนี้เรารับมาโดยผ่านทางเขมรเข้ามา มีการมอบพระขรรค์ชัยศรี ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่สำคัญ จะว่าที่สุดก็ได้ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ให้กับพ่อขุนบางกลางหาว ตรงนี้คิดว่าโดยส่วนหนึ่งมีร่องรอยที่รับมาจากเขมร

สิ่งที่จะตั้งข้อสังเกตไว้คือ พระมหากษัตริย์ไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือของพม่าก็ดีนอกจากมีการส่งผ่านวัฒนธรรมมาจากบ้านเมือง ซึ่งอาจมีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่เก่าก่อน ยังมีความพยายามที่จะสืบหาค้นคว้าความรู้หรือการพระราชพิธีให้ถูกต้องที่สุด ตรงนี้มีการรับมาจากตำราของทางอินเดียเลยทีเดียว มีคล้ายๆ กับหมู่นักปราชญ์ราชบัณฑิตแปลมาเป็นภาษาของตน มีหลักฐานแน่ชัดในสมัยของพระเจ้าปดุง หรือโบดอพญา ของพม่า พระองค์จัดพระราชพิธีราชาภิเษกถึง 2 ครั้งเป็นปีติดกัน

ในการจัดพระราชพิธีราชาภิเษกนี้ ทางพม่าจะเรียกว่ามุรธาภิเษก ซึ่งเราก็มีการสรงน้ำมุรธาภิเษก ก่อนที่จะเสด็จเข้าไปในหมู่พระมหามณเฑียร แต่ของพม่ามีพระราชพิธีนี้และเล่าว่า การจัดการในพระราชพิธีนี้นำเอาจากตำราอินเดียมาเลย มอบหมายให้พระภิกษุสงฆ์ที่มีความสามารถและรู้ภาษาสันสกฤตแปลออกมา

ความเปลี่ยนแปลงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีราชาภิเษกของเราที่เห็นมาตั้งแต่ในช่วงรัชกาลสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ก็จะมีพระราชนิยมที่บางครั้งแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตอนพระองค์สรงพระมุรธาภิเษกหันพระพักตร์ไปทางทิศบูรพา ตามความเชื่อถ้าหันไปทางทิศนั้นถือว่าพระองค์ทรงประสงค์ให้เกิดประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฏร์

ปกติแล้วพระมหากษัตริย์บางพระองค์หันพระพักตร์ไปทางทิศที่ตรงกับวันเกิดของพระองค์เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ แต่ถ้าหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกถือว่าให้ความสำคัญกับอาณาประชาราษฏร์เป็นหลัก เพราะฉะนั้น รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้า พระองค์มีอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามาไม่น้อย เนื่องจากทรงเสด็จฯไปศึกษาในตะวันตก มีการแทรกธรรมเนียมตะวันตกเข้ามาในพระราชพิธีราชาภิเษก เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ต้นฉบับเป็นอย่างไร เป็นอย่างหนึ่ง ส่วนเราเมื่อรับต้นฉบับมาแล้วเอามาดัดแปลงแก้ไขอย่างไร นั่นก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เราอาจรู้ว่าในสมัยอยุธยาทรงกระทำอย่างนี้ แต่ในสมัยของพระองค์ก็ขึ้นกับความเหมาะสมของสถานการณ์

ในสมัยของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีการประกอบราชพิธีราชาภิเษกแบบสังเขป เพราะมีสงครามกับพม่าอยู่ จะมาจัดโดยละเอียดยาก หลังจากเสร็จสิ้นสงครามแล้วก็จัดพระราชพิธีราชาภิเษกแบบพิสดาร ในที่นี้หมายความว่าลงในรายละเอียดเลย ดังนี้เป็นต้น

คติเรื่องพระเจ้าจักรพรรดิราช การแสดงออกหรือสำแดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นเป็นจักรพรรดิ กระทำได้อย่างน้อยที่สุด 2 ประการด้วยกัน ประการสำคัญประการหนึ่งกระทำผ่านพิธีกรรม ในการกระทำผ่านพิธีกรรมอาจไม่ได้หมายความว่า และในทางปฏิบัติในโลกความเป็นจริง พระองค์แผ่พระราชอำนาจไปได้อย่างกว้างไกล กระทำพิธีกรรมซึ่งแสดงสัญลักษณ์ อย่างสรงน้ำมุรธาภิเษกเป็นต้น ในทางปฏิบัติ ถ้าพระองค์จะแสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์จะต้องใช้กองทัพ ใช้กำลัง ผ่านพระราชอำนาจไปยังอาณาบริเวณหรือปริมณฑลที่พระองค์เห็นว่าอยู่ในพระราชอำนาจของพระองค์

ในทางคติความเชื่อ ถึงแม้ว่าพระมหากษัตริย์ของไทยเอง หรือของบ้านเมืองใกล้เคียง เช่นกรณีพม่าจะอ้างพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่เป็นพระจักรวาทินและปกครองเฉพาะชมพูทวีป แต่ในการรับรู้และความเข้าใจรวมทั้งคัมภีร์ทางศาสนาต่างๆ ก็จะบอกว่าชมพูทวีปมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก เป็นไปไม่ได้ที่พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวจะปกครองไปทั้งชมพูทวีป สิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงเพราะพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์จะกำหนดปริมณฑลทางอำนาจของพระองค์ขึ้นมา

สิ่งนี้นักวิชาการจะเรียกว่า Mandala หรือ Ring of Power คือขอบเขตของพระราชอำนาจ อย่างเช่น พระมหากษัตริย์อยุธยาอาจนับประมาณว่าเชียงใหม่ เขมร เลยนครศรีธรรมราชลงมา หรือทวาย มะริด ตะนาวศรี ดังนี้เป็นต้น อยู่ในขอบเขตพระราชอำนาจ หรือ Mandala ของพระองค์ ถ้าพระองค์พิสูจน์ได้ว่าในปริมณฑลที่พระองค์อ้างความเป็นใหญ่นี้ พระองค์เป็นราชาที่เหนือราชาทั้งหลายจริงๆ พระมหากษัตริย์ใหญ่น้อยต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาที่ราชสำนักของพระองค์เป็นประจำ อาจทุกปี หรือ 3 ปี ก็ถือว่าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชได้

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก ศิลปวัฒนธรรม

ไฉน “หลิวปัง” ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้นำแบบ “ร่วมทุกข์ได้ ร่วมสุขไม่ได้”

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมเด็จพระพันวัสสา ทรงมีพระนามมาก ถึงกับรับสั่งว่า “จนจะจำชื่อตัวเองไม่ได้”

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุใด จอมพล ป. หนุนการสร้าง “พระบรมรูปรัชกาลที่ 6” ที่สวนลุมพินี?

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เออิอีดอู๊ด! เสียงไก่ขัน มีหลายแบบ? สำรวจเสียงไก่ในชาติต่างๆ โดย เสฐียรโกเศศ

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...