โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดิสนีย์ ปล่อยเจ้าหญิงองค์ใหม่ "รายา" ผสมผสานกลิ่นอายเอเชียอาคเนย์ แบบจัดเต็ม

Khaosod

อัพเดต 22 ต.ค. 2563 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2563 เวลา 10.39 น.

ดิสนีย์เปิดตัวเจ้าหญิงสายบู๊คนใหม่ ผสมผสานวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างลงตัวเตรียมลงจอยักษ์ มีนาคม 2021 นี้!

Raya And The Last Dragon หรือ "รายาและมังกรตัวสุดท้าย" เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอาณาจักร"กูมันตรา" ที่แบ่งออกเป็น 5 ชนเผ่า ที่แห่งนี้เป็นดินแดนมหัจรรย์ ที่ถูกขนานามว่า "ดินแดนมังกร" ในหนังเรื่องนี้จะเล่าเรื่องการผจญภัยของ "รายา" นักรบสาวที่ต้องออกตามหามังกรตัวสุดท้ายของโลก เพื่อนำแสงสว่าง และความรุ่งโรจน์กลับมาอีกครั้ง

เรื่องราวใน "รายาและมังกรตัวสุดท้าย" ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ที่ทางดิสนีย์ได้ส่งทีมรีเสิร์ชข้อมูลด้วยตัวเอง และเรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคสไตล์การ์ตูนของดิสนีย์ กับเรื่องราวการต่อสู้อย่างสนุกสนานสนุกสนาน

จึงอาจกล่าวได้ว่านี่คือหนังดิสนีย์เรื่องแรก ที่มีการนำบริบท และสัญลักษณ์ของทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มามาตีความใหม่ และทำออกมาในรูปแบบของดิสนีย์อย่างเป็นทางการ

หนังเรื่องนี้ยังมีคนไทยร่วมทำงานด้วยอย่าง ฝน ประสานสุข วีระสุนทร ทีมงานสร้างสรรค์ผลงานแอนิเมชั่นดิสนีย์ ทำหน้าที่เป็น head of story ผู้ออกแบบ และเป็นแนวคิดหลักให้กับหนังเรื่องนี้ หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์จากหนังดังๆ มาหลายเรื่อง เช่น Moana, Frozen หรือ Zootopia

เธอได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Animation ว่า "ฉันตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้นำวัฒนธรรมที่สวยงามของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเป็นตัวชูโรง และฉันก็ตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้วาดตัวละครวัยรุ่นหญิงที่มีความเป็นนักรบ มีความแข็งแรงอย่างเปิดเผยชัดเจนและยอดเยี่ยม ฉันแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะให้ทุกคนได้ดูสิ่งที่เรากำลังทำกัน"

 

เรามาดูกันดีกว่าว่าในทีเซอร์ที่ทางดิสนีย์ปล่อยออกมานั้น เราเห็นวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรากฏ อย่างไรบ้าง

มาดูที่นางเอกก่อนเลย นางเอกชื่อว่า"รายา" น่าจะมาจากคำว่า รยา ในภาษาไทย แปลว่า กระแสน้ำ การแต่งกายชั้นในคล้ายกับตะเบงมาน หมวกสานที่พบได้หลายประเทศแถบนี้อาจเกิดจากการผสมผสาน และผ้าปิดปากมีลายไทย อย่างลายประจำยาม เธอมีอาวุธคู่ใจเป็นกระบองไม้ ซึ่งศิลปะป้องกันตัวอย่าง Arnis ของฟิลิปปินส์ ส่วนดาบที่เธอถือเป็นลายพญานาคสองหัว

อย่าง มังกรซิซู ที่เห็นภายในเรื่องคาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจากพญานาค สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่พบเห็นได้ตามตำนาน และความเชื่อในหลายประเทศ ที่ถือว่าเป็นวัฒนธรรมร่วมของทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็มีชาวเน็ตบางส่วนเห็นแย้งว่า ซิซู น่าจะได้แรงบันดาลมาจากตัวเหรา (นาคผสมจระเข้) มากกว่า

แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ก็ต้องมีสัตว์เลี้ยงคู่กาย ในเรื่องนี้ รายา มี น้องตุ๊กตุ๊ก ตัว Pill Bear ที่ ฝน ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่พาทีมงานนั่งตุ๊กๆ ขณะรีเสิร์ชที่เมืองไทย

เรื่องพื้นหลังของสถานที่ รวมถึงการของตกแต่งต่างๆ ก็ถูกหยิบมาวางไว้ในเรื่องอย่างหลากหลายอย่างหลังคาที่รายากระโดดใส่ก็มีลักษณะเหมือนหลังคาวัด ทั้งยังปรากฏโบราณสถานที่ถูกปกคลุมไปด้วยรากไม้ คาดว่าน่าจะได้ไอเดียมาจากปราสาทตาพรหม ในกัมพูชา หน้ากากยักษ์สีเขียว แรงบันดาลใจจากทศกัณฐ์ และหน้ากากไม้ Barong  ของชวา/บาหลี

ส่วนเผ่าที่มีสีสันแตกต่างกันนั้น น่าจะเป็นการแบ่งของสัญชาติต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากสังเกตคร่าวๆ สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้ สีเหลือง-กลุ่มชนชาติแถบอินโดนีเซีย สังเกตได้จากอาวุธเคียว ,สีม่วง-เครื่องแต่งกาย และผ้าโพกหัวมาจากมอญ หรือเขมร แต่อาวุธที่ถือมาจากอินโด - มาเลย์

สีเขียว-เครื่องแต่งกายจากพม่า ซึ่งมักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดตัวเอง และมีช้างไว้ยามออกศึกและสีขาว-มาจากไทย สังเกตจากหอก และการแต่งกายของผู้หญิงที่มีลักษะเหมือนการห่มสไบ

บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ได้ผสานหลายวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างดี แฝงวัฒนธรรม และรายละเอียดต่างๆ เอาไว้อย่างมากมาย ใครแฟนดิสนีย์ หรืออยากจะดูแล้วก็ต้องอดใจรอกันหน่อยนะ ซึ่งตอนนี้ทางดิสนีย์ก็เพิ่งออก ตัวอย่างหนัง ของหนังการ์ตูนเรื่องนี้ไปเมื่อวาน บอกเลยว่าน่าติดตามมาก และเชื่อเลยว่าต้องมีหลายคนที่โดน น้องตุ๊กตุ๊ก ตกแล้วแน่เลย

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...