โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมือปัญหาที่ไม่คาดคิดยังไงดี? ลองจัดการด้วย ‘Serendipity Mindset’ มองวิกฤตเป็นโอกาสป้องกันปัญหาในอนาคต

The MATTER

อัพเดต 17 ก.ย 2563 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2563 เวลา 00.30 น. • Goods Morning

เคยวางแผนงานกันมาเสียดิบดี แต่พอสุดท้ายก็ล้มเลิกไปกลางคัน เวลาตั้งใจกับบางสิ่งบางอย่างมากๆ แล้วมันดันไม่เป็นไปตามที่คาดหวังขึ้นมา เราจะรับมือหรือเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นได้ยังไงบ้างนะ?

หนึ่งในวิธีคิดที่เราอยากหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ คือ Serendipity Mindset ซึ่งเป็นวิธีคิด-กรอบคิด เพื่อรับมือกับบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญหรือไม่ตั้งใจ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ Mindset สำหรับการเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิดนั่นเอง

แนวคิดนี้ถูกพูดถึงอย่างจริงจังผ่านนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอย่าง Christian Busch ซึ่งเคยสอนทั้ง New York University (NYU) และ London School of Economics (LSE) เขาเขียนหนังสือถึงเรื่องนี้โดยตรงซึ่งใช้ชื่อว่า ‘The Serendipity Mindset: The Art and Science of Creating Good Luck’

Busch อธิบายว่า Serendipity Mindset คือวิธีคิดสำหรับการจัดการและรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาโดยเราไม่ทันตั้งตัว ที่ผ่านมา หลายๆ คนอาจจะปล่อยมันไปเพราะมองว่ามันคือปัญหาเฉพาะหน้าที่แก้ไขแล้วก็จบไปเท่านั้น แต่สำหรับเขาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะเรียนรู้อะไรได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยบังเอิญ หรือกระทันหันได้บ้าง?

“ไอเดียของผมคือ การมองหาความหมายต่างๆ จากสิ่งที่เราไม่คาดคิดมาก่อน มากกว่าที่จะมองมันในฐานะสิ่งที่สร้างกระวนกระวายใจเพียงอย่างเดียว” Busch บอกกับ The Guardian

คำถามคือแล้วเราจะรับมือยังไงได้บ้าง? Busch ระบุว่า อันดับแรกเลยเราต้องมองว่าปัญหาต่างๆ ที่เข้ามานั้นมันคือโอกาสสำคัญเสียก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ มองมันลึกลงไปว่า อะไรคือต้นตอทำให้เกิดปัญหาเหล่านั้นบ้าง พูดให้ชัดขึ้นก็คือ มองปัญหาที่เคยขึ้นในฐานะของ ‘โอกาส’ มากกว่า ‘ข้อจำกัด’

นอกจากนี้ การตั้ง ‘เข็มทิศ’ หรือ ‘หลักการ’ สำหรับการทำงานก็จำเป็นด้วยเหมือนกัน แม้ว่าในงานบางโปรเจ็กต์เราจะวางแผนมาอย่างดีแล้วก็ตาม การมีหลักการบางอย่างให้ยึดไว้ในการทำงาน ก็จะช่วยนำทางเรากลับมาจากช่วงวิกฤตได้ไม่น้อยทีเดียว

อย่างไรก็ดี Busch ก็เสนอว่า นอกจากปัญหาแล้ว เรายังสามารถเรียนรู้ที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับการพัฒนาตัวเราเองได้จากเรื่องโชคดี หรือความบังเอิญ (blind luck) ได้อีกด้วยผ่านการวิเคราะห์ว่า เรื่องดีแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วเกิดจากปัจจัยเงื่อนไขอะไรบ้าง

เพื่อให้เรื่องโชคดีแบบนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากความสามารถของเราเองจริงโดยไม่ต้องพึ่งโชคอีกต่อไป

อ้างอิงจาก

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2020/sep/13/how-to-make-your-own-luck-and-turn-a-mistake-into-the-best-thing-ever

https://heleo.com/serendipity-mindset-art-science-creating-good-luck/24530/

#GoodsMorning #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...