โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผวา ตกงานพุ่ง ธปท.แก้โจทย์ จี้สร้างศก.ภูมิภาคดูดแรงงานคืนถิ่น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2563 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 02.50 น. • Thansettakij

ในงานสัมนาวิชาการประจำของธนาคารแห่งประเทศ ไทย(ธปท.) ท่ามกลางกระแสการระบาดของโควิด-19 จึงเป็นครั้งแรกที่ต้องใช้การสัมนาแบบออนไลน์ ซึ่งนอกจากการกล่าวถึงเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไป ทิศทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิดภิวัฒน์” ซึ่งนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธปท. ระบุถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังไตรมาส 2 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในลักษณะเป็นเครื่องหมายถูก แต่หางยาว คือ ค่อยๆฟื้นตัวขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนหลายด้าน ที่ต้องช่วยกันระวังและจับตาดูแลคือ 1.เศรษฐกิจไทยจะลงลึกว่าเพื่อบ้านในอาเซียน เพราะไทยเป็นเศรษฐกิจเปิด ต้องพึ่งตลาดโลกมาก และ 2.การส่งออกยังต้องอาศัยเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ที่อำนาจซื้อลดลงจากโควิด และ 3.การผลิตสมัยใหม่ยังเป็นห่วงโช่อุปทานข้ามชาติ 

ห่วง“ว่างงาน”

นอกจากนั้นนายวิรไท ยังได้แสดงความเป็นห่วงว่า เศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 จะเผชิญกับปัญหาการว่างงานมากขึ้น เพราะโควิด-19 จะกระทบรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคบริการและภาคการผลิต ที่มีคนตกงานโดยไม่ได้ตั้งตัวจำนวนมาก  แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่หลายคนจะยังไม่สามารถกลับสู่ตลาดแรงงานในโลกใหม่ที่ต่างไปจากเดิมได้ จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น กำลังการผลิตส่วนเกินสูงมากทั้งทั่วโลกจากผลโควิด-19 ที่ทำให้การผลิตเดินเครื่องไม่ได้ หรือมีสินค้า แต่ส่งไม่ได้ 

ขณะที่รูปแบบการผลิตภาตอุตสาหกรรมจะเปลี่ยนไป โดยจะหันไปใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือหุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่วนภาคการท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน จะไม่มีแบบของการเดินทางกรุ๊ปทัวร์หรือกลุ่มใหญ่ๆ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต จากการที่หลายประเทศยังใช้มาตการจำกัดการเดินทาง เพราะยังไม่สามารถออกจากล็อกดาวน์ได้ทำให้แรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่พักงานไป บางส่วนจะไม่สามารถกลับสู่ตำแหน่งงานได้ ถ้าผ่านไป 2-4 ปี อายุแรงงานมากขึ้น ขณะที่ตลาดต้องการทักษะแรงงานแบบใหม่มากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่อยอด เราไม่ทิ้งกัน-เยียวยาเกษตรกร ฉีดเงินกู้ 4 แสนล้าน จ้างงานทั่วประเทศ

ครม.เคาะใช้ "พรก.เงินกู้" ล็อตแรก1.5หมื่นล้าน 4กระทรวง5โปรเจ็กต์

ครม.อนุมัติ 3 โครงการใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจกว่า 4,000 ล้านบาท

เปิดบิ๊กโปรเจ็กต์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นักวิจัยด้านแรงงานประเมินว่า ปี 2563 นี้ประเทศไทยจะมีคนว่างงานประมาณ 3 ล้านคน จากเดิมก่อนโควิด-19 จะมีคนว่างงานที่ระดับ 1 แสนคนเศษ ขณะที่จะมีแรงงานจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานปีละประมาณ 3-4 แสนคน ซึ่งนักศึกษาที่เพิ่งจบปีนี้คาดว่าจะหาตำแหน่งงานได้ยากมาก และหากว่างงานเกิน 2 ปี จะเกิดผลข้างเคียงระยะยาวต่อความสามารถในการหางานและศักยภาพแรงงาน
 

ชู“เศรษฐกิจท้องถิ่น”

นายวิรไทเสนอว่า แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดงานในเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางกลับสู่ชนบท จากเดิมที่ภาคเกษตรไทย จะมีเพียงแรงงานสูงวัย อยู่ในภาวะอ่อนแอ ไม่สามารถปรับตัวรับกับทักษะและเทคโนโลยีใหม่ได้ทัน ทำให้ผลิตภาพภาคการเกษตรด้อยลงในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสสำหรับคนกลุ่มคนที่ตกงานจากเมืองสามารถนำประสบการณ์ไปต่อยอดสร้างงาน สร้างอาชีพในท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืนขึ้นมาได้ เช่น การยกระดับการผลิต-การแปรรูปให้ตรงความต้องการตลาด การใช้ออนไลน์ช่วยขายสินค้า 

“เรากำลังพูดถึงคนหลายล้านคน ถ้าเขาสามารถทำงานมีตำแหน่งงาน จะสร้างเศรษฐกิจในภูมิภาคในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ระยะสั้นและระยะยาวของประเทศได้ ถือเป็นวาระแห่งชาติ (Agenda) ที่ต้องทำให้คนฝากชีวิตกับต่างจังหวัดได้ โดยไม่ต้องเข้ามาทำงานภาคอุตสาหกรรมในเมืองอีก”

ผู้ว่าธปท.ยํ้าอีกว่า โจทย์นี้เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ เป็นหน้าที่ของทุกคนทุกส่วนงาน ต้องช่วยกันใช้กลไกที่มีอยู่ในท้องถิ่นเข้ามาร่วมกัน เพราะแต่ละพื้นที่มีภูมิสังคมแตกต่างกัน คนมีความต้องการต่างกัน ระดับเศรษฐกิจต่างกัน ต้องระดมกำลังใช้กลไกทั้งระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับจังหวัด สถาบันการศึกษาในพื้นที่ กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มองค์กรต่างๆ รวมถึงโครงสร้างที่รัฐลงทุนไว้ให้ เช่น อินเตอร์เนตหมู่บ้านเข้ามาใช้ประโยชน์ ให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพที่ตอบโจทย์ของเศรษฐกิจโลกใหม่ที่ต้องการหลากหลายมิติ

ไทยแกร่งแต่โลกทรุด

อย่างไรก็ตาม วิกฤติโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก จนฉุดเศรษฐกิจเข้าสู่วิกฤตินั้น ต่างจากวิกฤติที่เกิดขึ้นใน 2540 ที่เกิดจากไทยและลามสู่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ระบบการเงินไม่เข้มแข็ง ทำให้เกิดสภาพสถาบันการเงินล้มจนฉุดภาคเศรษฐกิจจริง แต่เศรษฐกิจโลกไม่มีปัญหา เมื่อบาทอ่อนค่ารุนแรง แต่สินค้าเกษตรขายได้เพิ่ม เกษตรกรมีรายได้ดี แล้วจึงค่อยสร้างความเข้มแข็งระบบสถาบันการเงิน ส่วนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เกิดในสหรัฐฯและประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ กระทบไทยทำให้ส่งออกลดลง แต่ทางการจีนดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐจีนขยายตัวและดึงให้กลับมายืนได้

ครั้งนี้เป็นวิกฤติสาธารณสุขที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการผลิต ขณะที่ระบบการเงินไทยและโลกยังเข้มแข็ง จากบทเรียนวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา มีกลไกการกำกับดูแลสถาบันกรเงินที่เข้มแข็งมากขึ้น ขณะที่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจมหภาคไทยก็แข็งแรง มีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง การกู้ยืมต่างประเทศ ตํ่าแต่การระบาดของเชื้อโรคเบรกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การผลิตสินค้าหยุดชะงัก คนขาดรายได้ขาดกำลังซื้อ

“หากเทียบกับปี 2540 ภาคเศรษฐกิจจริงกระทบแรงไม่แพ้กัน แต่ในภาคการเงินภาคเศรษฐกิจมหภาคต่างกันมาก ถึงวันนี้สมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่มี 195 ประเทศได้ขอรับความช่วยเหลือแล้ว 102 ประเทศ แต่คราวนี้ไทยไม่ต้องพึ่งไอเอ็มเอฟ และการมีกันชนที่ดีทำให้ประเทศไทยจึงสามารถใช้นโยบายดอกเบี้ยตํ่าเป็นประวัติการณ์ที่ 0.50% มาใช้ เพื่อลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินให้สามารถไปดูแลลูกหนี้ได้”

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,594 วันที่ 23 - 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...