โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ยอดมวย 3 พ.ศ.หนึ่งเดียวของประเทศไทย เปิดใจได้ดีวันนี้เพราะมีพ่อ!

Khaosod

อัพเดต 15 มิ.ย. 2562 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2562 เวลา 14.32 น.

พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ยอดมวย 3 พ.ศ.หนึ่งเดียวของประเทศไทย เปิดใจได้ดีวันนี้เพราะมีพ่อ (15 มิ.ย.62) เนื่องด้วยวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนของทุกปีถือเป็น “วันพ่อสากล” ของหลายประเทศในยุโรป อเมริกา รวมถึงเอเชียในบางประเทศ โดยปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 ซึ่งจะเป็นอะไรไปเล่าถ้าพวกเราคนไทยจะร่วมฉลอง “วันพ่อสากล” นี้ไปพร้อมๆ กับอีกหลายประเทศทั่วโลก เพื่อร่วมกันแสดงความรักที่เรามีต่อ “พ่อ”

โอกาสนี้จึงอยากนำเสนอเรื่องราวของนักกีฬามวยไทยคนหนึ่งซึ่งประสบความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพเพราะมี “พ่อ” อยู่เบื้องหลังและช่วยผลักดันมาโดยตลอด

เขาคนนั้นคือ “ยอดมวย 3 พ.ศ.” พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ เจ้าของรางวัลอันสูงส่งซึ่งเป็นที่หมายปองของนักกีฬามวยไทยทุกคนนั่นคือ “นักมวยไทยยอดเยี่ยม” ของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อน (พ.ศ.2556-2558) โดยรับรางวัลเป็นถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (อันเป็นพระราชอิสริยยศในสมัยนั้น) ตั้งแต่วัยเพียง 17 ปี ซึ่งรางวัลนี้กว่าจะได้มาต้องผ่านการคัดกรองอย่างพิถีพิถัน ต้องมีคุณสมบัติเป็นนักมวยไทยอาชีพที่มีฟอร์มการชกดีเยี่ยมต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงมีความประพฤติดี ไม่เป็นที่เสื่อมเสีย และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับบุคคลในสังคมได้

นอกจากการเป็นนักมวยไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ถึง 3 ครั้ง “พันธ์พยัคฆ์” ยังคว้าแชมป์จากสนามมวยเวทีราชดำเนิน รุ่น 105, 108 ปอนด์, แชมป์สนามมวยเวทีลุมพินี รุ่น 118, 126 ปอนด์ อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการว่าเป็น “นักมวยฝีมือ” ที่มีความเก่งกาจจนหาคู่ชกในรุ่นเดียวกันที่เหมาะสมยากจริงๆ

เบื้องหลังความสำเร็จบนจุดสูงสุดของ “พันธ์พยัคฆ์” เจ้าตัวยอมรับว่าส่วนสำคัญนั้นมาจากพ่อ “นายสุเทพ แสงเงิน” ปัจจุบันอายุ 71 ปีที่เป็นผู้ปลูกฝัง “ความรักมวยไทย” ให้เขามาตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งนี้ คุณพ่อสุเทพ ได้เปิดเผยให้ฟังว่า

“ผมปลูกฝังเรื่องมวยไทยให้ลูกๆ ทุกคนมาตั้งแต่เด็ก สมัยพันธ์พยัคฆ์ก็เริ่มมาตั้งแต่เขาอายุ 3-4 ขวบ ผมชอบดูมวยตามชนบทที่ใช้ผ้าล้อมชก ผมไปดูก็เอาลูกไปด้วยทุกครั้ง จนเขาซึมซับและกลายเป็นความชอบ พอมาหัดมวยจึงทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้น และพันธ์พยัคฆ์เขามีพี่ชายต่างแม่ (คมพยัคฆ์) ซึ่งเป็นนักมวยก็ยิ่งทำให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง”

“ครอบครัวเราจนมาก ผมจึงต้องพยายามสอนให้ลูกทำงานในสิ่งที่เขาทำได้เพื่อมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งการฝึกมวยมันไม่ต้องลงทุนมาก ไม่เหมือนว่ายน้ำ ยิงปืน ตีกอล์ฟ ซึ่งค่าใช้จ่ายสูง แต่การฝึกมวยอาศัยแค่ตัวกับหัวใจก็ซ้อมได้แล้ว ผมหุ้นกับเพื่อนคนละสามร้อย ห้าร้อย เอาไปซื้ออุปกรณ์มาให้ลูก แล้วผมเอาประสบการณ์ตัวเองที่ดูมวยจากทีวีเป็นประจำมาสอนลูก โดยให้แม่เขาเป็นคนล่อเป้า”

“แรกๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะเก่ง แต่มันเป็นพรสวรรค์บวกกับความมีระเบียบวินัย จึงทำให้เขาพัฒนาและอยู่ในขั้นที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ สำหรับลูกผมทุกคนทั้ง คมพยัคฆ์ พยัคฆ์น้อย พันธ์พยัคฆ์ และเขี้ยวพยัคฆ์ สิ่งที่ผมสอนเขาคือ แม้เราจะเหนื่อยแต่ต้องอดทน เพราะมวยสามารถเปลี่ยนชีวิตและอนาคตของเราได้ ให้ดูนักมวยรุ่นเก่าๆ เป็นตัวอย่างเช่น สมรักษ์, สามารถ, แสนศักดิ์, พุฒิ ล้อเหล็ก พวกเขาก็มาจากครอบครัวที่ลำบากแต่สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพนักมวยได้”

“เคยมีคนสบประมาทว่าเราจะไปสู้ค่ายใหญ่ได้ยังไง เขามีอุปกรณ์ มีเทรนเนอร์ แต่ตอนนั้นผมคิดว่าผมยังไม่อยากให้ลูกไปอยู่กับค่ายไหน เพราะผมอยากอยู่กับลูก ไม่อยากห่างกัน เลยตัดสินใจที่จะซ้อมกันเอง จนได้มาอยู่ที่ค่ายจิตรเมืองนนท์ ซึ่งทางพี่อ้วนและเจ๊เอ (สุรเนตร ด่านประภา-สุนทรี โลหะพืช) ให้ผมและภรรยามาทำงานที่นี่ จึงได้อยู่กับลูกๆ”

“สำหรับผม ลูกไม่ต้องแสดงความรักกับพ่อหรอก ขอให้เขาตั้งใจทำในสิ่งที่พ่อรัก (มวยไทย) บางทีมีเมื่อยล้า ขี้เกียจ ขออย่าได้ทำ ลูกแพ้พ่อก็แพ้ด้วย ลูกชนะพ่อก็ชนะด้วย ขอให้เขาขยันซ้อมมวย ผมก็ดีใจแล้ว ทุกวันนี้ผมภูมิใจในตัวลูกมากที่เขาไม่ไปเที่ยวในที่อโคจร ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และเป็นลูกที่มีความกตัญญู”

ด้านพันธ์พยัคฆ์เล่าเสริมว่า “พ่อสอนผมเสมอให้เป็นคนรู้จักอ่อนน้อมแต่ไม่อ่อนแอ ต้องมีระเบียบวินัย ขยัน และอดทนให้มาก สมัยเด็กๆ ผมต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อออกมาวิ่ง จากนั้นก็ล่อเป้าจนถึง 6 โมงเช้า อาบน้ำกินข้าวแล้วถึงได้ไปโรงเรียนแบบนี้เป็นประจำทุกวัน บางครั้งผมก็มีเหนื่อย มีขี้เกียจ มีอู้บ้าง แต่ผมกลัวพ่อเพราะพ่อดุมาก ผมก็ทำตามที่พ่อบอก พอผมโตขึ้นความกลัวมันก็ลดน้อยลงแต่ยังคงมีความเกรงใจ และที่สำคัญคือผมได้เห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่พ่อพร่ำสอนและเข้มงวดนั้น มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้ดีจนประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ถ้าพ่อผมไม่เป็นแบบนี้ผมก็อาจเป็นแค่เด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง”

สิ่งหนึ่งที่ “ยอดมวย 3 พ.ศ.” อยากบอกกับพ่อเนื่องใน “วันพ่อสากล” มีเพียงประโยคสั้นๆ ว่า “ขอให้พ่อมีความสุข” แม้จะสั้นแต่มันก็ได้ใจความ และเราเชื่อว่าความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกแค่มองตาก็รู้ใจ

ที่สำคัญทุกวันนี้แม้พันธ์พยัคฆ์ในวัย 23 ปี เขายังคงนอนห้องเดียวกับพ่อ นอนกอดพ่ออยู่เป็นประจำทุกคืน ซึ่งการกระทำย่อมสำคัญกว่าคำพูด เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่า “พ่อ-ลูก” คู่นี้เขามีความรักและปรารถนาดีต่อกันมากแค่ไหน

สำหรับ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” อนาคตบนสังเวียนผืนผ้าใบของเขายังอีกยาวไกล และปัจจุบันเขาได้เป็นนักกีฬาในสังกัดของ “วัน แชมเปี้ยนชิพ” ซึ่งเป็นเวทีดวงดาวอันเป็นความใฝ่ฝันของนักกีฬาการต่อสู้ทั่วโลก เมื่อ “พันธ์พยัคฆ์” มีโอกาสแล้ว บวกกับมีพ่อผู้เป็นแรงผลักดัน เชื่อว่าการที่จะก้าวสู่จุดสูงสุดบนเวทีระดับโลกจะไม่ไกลเกินกว่าที่เขาจะไขว่คว้าอย่างแน่นอน ติดตาม “ยอดมวย 3 พ.ศ.” หนึ่งเดียวของประเทศไทยได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Panpayak Jitmuangnon และโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของ ONE Championship

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...