ปลดล็อก “กระจายการลงทุน” สร้างผลตอบแทนทั่วโลกกับ...“K-GA” !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 00.34 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 17.15 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดาการลดความเสี่ยงการลงทุน ด้วยการ “กระจายเงินลงทุน” ไปยังหลากหลายสินทรัพย์ถือเป็นคำแนะนำอันดับต้นๆ ที่เรามักจะได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ
ซึ่งการจะแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการรับความเสี่ยงของแต่ละตัวบุคคล แต่ก็ควรจะมีการลงทุนทั้งใน “สินทรัพย์เสี่ยง” และ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ไว้ในพอร์ตลงทุนมาทำหน้าที่คอยสร้างบาลานซ์ให้แก่พอร์ต
แต่ก็ยังมีนักลงทุนอีกน้อยที่ยังมองว่าวิธีดังกล่าว ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษาพอสมควรเพื่อให้เข้าใจถึงหน้าที่ของสินทรัพย์และให้เข้ามามีบทบาทอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เพื่อเป็นการเบาแรงของนักลงทุนในปัจจุบันก็จะมี “กองทุนผสม” ที่ผู้จัดการกองทุนจะคอยทำหน้าที่บริหารจัดการเงินลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนทั้งในยามที่ภาวะตลาดปกติและภาวะตลาดผันผวน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสในการนำเสนอข้อมูล “กองทุนรวมผสมทั่วโลก” ที่น่าสนใจ ด้วยการได้รับการันตีด้วย “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ลงทุน
“K-GA” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 19 ปีกว่า 4.60% ต่อปี
“การกระจายการลงทุน” ที่นักลงทุนคุ้นเคย คือ กระจายไปในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการกระจายการลงทุนไปในระดับสินทรัพย์อีกด้วย เช่น ในหุ้นก็ยังสามารถกระจายไปในหุ้นที่หลากหลายได้อีกเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านี้ การกระจายการลงทุนในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ในประเทศเท่านั้น แต่โอกาสยังเปิดออกไปยัง “ต่างประเทศ” ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนเองด้วย
เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า…โอกาสการลงทุนในตลาดโลกนั้น มีมากกว่าและหลากกว่าในไทยเพียงอย่างเดียวจริงๆ
โดยกองทุนที่เราหยิบขึ้นมาในครั้งนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA)” ของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ ที่ตั้งกองดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2545 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์กว่า 17,890,135,572 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 13.00บาทต่อหน่วย
“ด้านรายละเอียดของกองถูกจัดให้เป็น ‘กองทุนผสม’ที่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fundหรือลงในกองทุนหลักเพียงแค่ 1 กองทุนเท่านั้น โดยการลงทุนของ ‘K-GA’ ได้มุ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘BGF Global Allocation Fund A2 USD’ พร้อมกับป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ”
ในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น มุ่งลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และตราสารระยะสั้นทั่วโลกทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารและจัดการโดย “Blackrock” โดยใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุกหรือมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active management)ณ วันที 29 ต.ค. 64 ‘K-GA’ มีการลงทุนในกองทุนหลักอยู่ 101.50%, เงินฝาก 2.08% และอื่นๆ -3.58%
ณ วันที่ 29 ต.ค. กองทุนหลักได้แบ่งเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากประเภท ประกอบไปด้วย
-หุ้น 66.76%
-ตราสารหนี้ 17.95%
-สินค้าโภคภัณฑ์ 0.16%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด15.13%
อื่นๆ 0.03%
หากแบ่งตามภูมิภาค จะประกอบด้วย
-North America Equity 44.23%
-Europe Equity 15.31%
-North America Fixed Income 7.48%
-Emerging Market Equity 5.57%
Emerging Market Fixed Income 4.94%
“หลายๆ คนเมื่ออ่านถึงตรงนี้ อาจจะเริ่มสนใจหรือตั้งข้อสงสัยว่า กอง ‘K-GA’ด้วยรูปแบบกองทุนผสมจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค. 64) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.60% ต่อปีในขณะที่ดัชนีเทียบวัดอยู่ที่ 5.66% ต่อปีส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 9.63% ต่อปีในขณะที่ดัชนีเทียบวัดอยู่ที่ 9.36% ต่อปีแต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -22.04%”
แต่ความน่าสนใจของกองทุนก็ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะกองทุนยังมีนโยบายการ “จ่ายเงินปันผล” เข้าช่วยสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยจะจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้งรอบการพิจารณาปันผลจะเกิดขึ้นทุกสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และ พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาได้จ่ายเงินปันผลทั้งหมด 22 ครั้ง รวมเป็นเงิน 7.00 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี
โดยใครที่สนใจจะลงทุนในกอง “K-GA”นั้น ก็มีเงื่อนไขในการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 500 บาท พร้อมกับการตั้งมูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนอยู่ที่ 500 บาทเช่นกัน โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำรายการขาย (T+4)
ส่วนช่องทางการซื้อขายของกองนั้น สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆหรือในช่องทางออนไลน์ที่มีอย่างหลากหลายภายในระบบโมบายแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ K PLUS
“การลดความเสี่ยงการลงทุนด้วยการ ‘กระจายเงินลงทุน’ ในหลากหลายสินทรัพย์และในหลากประเทศทั่วโลก ก็ถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่ผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านเครื่องมืออย่าง ‘กองทุน’ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้ลงทุนโดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวหรือนั่งศึกษาข้อมูลเอกสารกองเท่าภูเขาให้เสียเวลา”