โปรโมชั่นผ่อนสินค้าดอกเบี้ย0% ใครได้ประโยชน์?
วันนี้ (30ต.ค.61) หากเคยสงสัยว่าเมื่อเราซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต ที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% มองผ่านๆ ดูเหมือนผู้ซื้อน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด และสถาบันการเงินที่ไม่ได้ดอกเบี้ยน่าจะเป็นผู้เสียประโยชน์ แต่จริงๆ แล้วถือว่าทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากแคมเปญนี้ ลองมาดูรายละเอียดกันว่าทำไมถึงอบกว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์….สมมุติว่าเราอยากซื้อสมาร์ทโฟน ราคา 30,000 บาทโดยสามารถผ่อนจ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วยดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือนในกรณีนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีทั้งหมด 3 ฝ่ายคือ 1.ลูกค้า 2.ร้านค้า 3.สถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต
หากแต่ละฝ่ายจะได้ประโยชน์อะไรในธุรกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สำหรับลูกค้าแน่นอนว่าเขาจะได้สมาร์ทโฟนกลับไปใช้เลยทันทีเมื่อตัดสินใจซื้อ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแต่มีหน้าที่ผ่อนชำระค่าบัตรเครดิตเดือนละ 3,000 บาทให้ครบตามระยะเวลา 10 เดือน
สำหรับร้านค้า จะได้รับเงินค่าขายสินค้าจากสถาบันการเงินทันทีเช่นกัน ส่วนสถาบันการเงินหรือผู้ออกบัตรเครดิต มีหน้าที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าตามระยะเวลาที่ผ่อนคือ 10 เดือน จึงดูเหมือนว่าสถาบันการเงินผู้ออกบัตรดูเหมือนจะเสียเปรียบมากที่สุด เพราะต้องตามเก็บเงินจากลูกค้าซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นหนี้เสียหรือไม่แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีสิ่งที่เราไม่รู้ก็คือ
1. สถาบันการเงินผู้ออกบัตรจะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากร้านค้าตามที่ตกลงกันเช่น ถ้าตกลงกันที่ 2% ร้านค้าก็จะต้องเสียส่วนแบ่งให้กับสถาบันการเงิน 600 บาท เหลือ 29,400 บาทที่ร้านค้าจะได้รับ
2. แม้ว่าสถาบันการเงินจะไม่ได้รับดอกเบี้ย แต่ถ้าในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถผ่อนชำระตามเวลาที่กำหนด สถาบันการเงินจะเริ่มคิดดอกเบี้ย และ ดอกเบี้ยนี้สูงเสียด้วย
3. การผ่อนสินค้าดอกเบี้ย 0% เป็นการทำให้บัตรเครดิตของสถาบันการเงิน มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง มีภาระผูกผันที่จะผ่อนสินค้าไปนานๆ และมีโอกาสที่จะนำบัตรเครดิตนั้นไปซื้อสินค้าชิ้นต่อไป และนั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้ดอกเบี้ยจากลูกค้าที่ผิดนัดผ่อนชำระ
4. ข้อมูลในการซื้อสินค้าของลูกค้าในแต่ละครั้ง สถาบันการเงินสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพื่อขายให้แก่ลูกค้าในอนาคต
ทั้งนี้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมบัตรเครดิตในประเทศไทยจึงเติบโตได้ดี จากจำนวนสถิติจำนวนบัตรเครดิตของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2558 จำนวนบัตรเครดิต 18.9 ล้านใบ ปี 2559 จำนวนบัตรเครดิต 20.1 ล้านใบ ปี 2560 จำนวนบัตรเครดิต 20.3 ล้านใบ
สรุปแล้ว ข้อดีการผ่อน 0% ด้วยบัตรเครดิต ก็คือ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินก้อนในปัจจุบัน โดยให้ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าธรรมเนียมบางส่วน และ สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตรับภาระในการตามเก็บเงิน ถ้าเรามีวินัยในการผ่อนชำระ เรื่องนี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเรา เพราะปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 18% ถ้าคิดง่ายๆว่าเราค้างชำระ 1 ปี จากราคาสินค้า 30,000 บาท ถ้ารวมดอกเบี้ย 18% ต่อปี เข้าไปด้วย ก็จะกลายเป็น 35,400 บาทในทันที จากที่เราจะซื้อของได้ถูกลง กลับกลายเป็นว่าเราต้องจ่ายค่าสินค้านั้นแพงขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ในปี 2560 มีการสำรวจพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคนกรุงเทพฯ พบว่ามีการชำระหนี้บัตรเครดิตตามกำหนดและเต็มจำนวนเพียง 54% หมายความว่าอีก 46% ของผู้ใช้บัตรเครดิตนั้นชำระไม่ครบจำนวนหรือชำระไม่ตรงตามกำหนดเวลา และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สถาบันการเงินพยายามทำโปรโมชันลักษณะนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะยังมีลูกค้าจำนวนมากที่ชำระหนี้ขั้นต่ำหรือล่าช้า ทำให้สถาบันการเงินมีรายได้ดอกเบี้ยบัตรเครดิต