โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลือสนั่น! เฟซบุ๊กจะจับ Instagram-WhatsApp-Facebook Messenger มารวมกัน...ถ้าจริง จะเกิดอะไรขึ้น

Brandbuffet

อัพเดต 27 ม.ค. 2562 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2562 เวลา 08.27 น. • Digital

ทุกวันนี้ หากเอ่ยชื่อ Instagram, WhatsApp และ Facebook Messenger ปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากการเป็นแพลตฟอร์มแชทในเครือของ Facebook(เฟซบุ๊ก) แล้ว ทั้งหมดยังเป็นคู่แข่งกันกลาย ๆ ด้วย เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า แต่ละแพลตฟอร์มต่างพยายามเสนอบริการต่าง ๆ เพื่อแย่งชิงผู้ใช้งานตลอดมา

แต่ไอเดียใหม่ของผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กอย่าง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก อาจต้องการยุติการแข่งขันครั้งนี้แล้ว ด้วยการนำทั้ง 3 แพลตฟอร์มรวมเข้าด้วยกัน ซึ่ง (คาดว่า) จะส่งผลดีต่อเฟซบุ๊กในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่

1. ข้อความสามารถส่งผ่านถึงกันได้

ที่ผ่านมา ทั้ง Instagram, WhatsApp และ Facebook Messenger ต่างแยกกันให้บริการมาโดยตลอด ทำให้ข้อมูลของแต่ละแพลตฟอร์มต่างถูกเก็บแยกกันด้วย หากบริษัททำการควบรวมทั้ง 3 แพลตฟอร์มเข้าด้วยกันสำเร็จ ก็จะทำให้ผู้ใช้งานจาก Facebook Messenger สามารถส่งข้อความไปยัง WhatsApp ได้โดยตรง ซึ่งถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกในการสื่อสารได้อย่างมาก

2. เพิ่มเวลาในการอยู่บนแพลตฟอร์ม

นโยบายของเฟซบุ๊กคือการทำให้ผู้ใช้บริการอยู่บนแพลตฟอร์มของตนเองให้นานที่สุด เฟซบุ๊กจึงพยายามใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ ลงมาในแพลตฟอร์มที่อยู่ในเครือตลอดเวลา และฟีเจอร์เหล่านี้ก็ได้ผล สามารถดึงให้ผู้ใช้บริการอยู่บนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้นานยิ่งขึ้น การควบรวมทั้ง 3 แอปพลิเคชันแชทก็เช่นกัน เมื่อสามารถแชทกันได้สะดวกขึ้นก็เป็นไปได้ว่า ผู้ใช้งานจะหนีออกจากโลกของเฟซบุ๊กได้ยากมากขึ้นด้วย

3. เพิ่มประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้น

เวลาเฟซบุ๊กได้แรงบันดาลใจจากแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์กรายอื่น ๆ แล้วนำมาปรับใช้กับบริการของตัวเอง เช่น บริการ Stories จะพบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากแต่ละแพลตฟอร์มกลับแตกต่างกันไป ดังนั้น หากรวมทั้งหมดเข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน ก็จะสามารถควบคุมประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานได้รับให้ดีขึ้นด้วย

4. ช่วยในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายด้านโฆษณา

แน่นอนว่า การรวมทั้ง 3 แพลตฟอร์มจะทำให้เฟซบุ๊กมีข้อมูลมากขึ้น และถูกคาดหมายว่าจะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการลงโฆษณาได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี การแชร์ข้อมูลเช่นนี้ก็อาจทำไม่ได้ง่ายนัก เพราะคณะกรรมการด้านข้อมูลข่าวสารในอังกฤษก็เริ่มแสดงความกังวล รวมถึงลงมาตรวจสอบแล้วว่า ข้อมูลอะไรบ้างที่ถูกแชร์ระหว่าง WhatsApp และ Facebook

โดยรายงานจาก BBC พบว่า สิ่งที่แชร์ระหว่างสองแพลตฟอร์มนั้นมีตั้งแต่เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลการเข้าใช้งานระบบ แต่ WhatsApp ให้ความเห็นต่อสิ่งนี้ว่า ยิ่งมีข้อมูลมากก็ยิ่งช่วยให้ระบบเสนอข้อมูลข่าวสารที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น ส่วนผู้ใช้งานรายใดที่ไม่เห็นด้วย ก็สามารถปฏิเสธการแชร์ข้อมูลนี้ได้เช่นกัน

"เราต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ผู้ใช้งานต้องการส่งข้อความอย่างรวดเร็ว, ง่าย, น่าเชื่อถือ และมีความเป็นส่วนตัว" โฆษกของเฟซบุ๊กกล่าวในแถลงการณ์ เขายังอธิบายต่ออีกว่า การส่งข้อความของ WhatsApp ต้องเป็นไปในรูปแบบ End-To-End Encyption (เวลาที่เราส่งข้อความไป ข้อความจะถูกแปลงเป็นเป็นรหัสลับจนคนที่ดักอ่านอยู่กลางทางอ่านไม่ออก แต่เมื่อถึงผู้รับรหัสนั้นจะถูกแปลงออกมาเป็นตัวหนังสือ) ซึ่งในส่วนนี้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าจุดเด่นในข้อนี้กลับจะเป็นปัญหาเมื่อ WhatApp จะถูกนำไปรวมร่างกับแอปพลิเคชันอื่น ความสามารถในเรื่องนี้อาจถูกลดทอนลด หรือว่า Facebook มีแนวทางแก้ปัญหานี้ทางอื่น ตอนนี้อาจจะยังไม่แน่ชัดนัก

Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...