'แม่ครูร้านนวด' แจงใช้น้ำมันลูบเท้า แต่สาวท้องขอนวดต่อ
ความคืบหน้ากรณีสาวท้อง 6 เดือนช็อกคาร้านนวด จนโคม่า-แท้งลูกนั้น ล่าสุดแม่ครูร้านนวด ยืนยันสาวท้อง 6 เดือนช็อกหมดสติหลังนวดเท้าแล้ว และมีการเผยคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านนวดของชมรมผู้สูงอายุอำเภอดอยสะเก็ด ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งใน อ.มือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะ น.ส.วิราวรรณ เกษเกษี อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานพีจี เข้ามาใช้บริการนวดเท้าที่ร้านดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา
โดย น.ส.วิราวรรณเดินทางมาถึงร้านในเวลาประมาณ 11.18 น. ก่อนจะเข้ามาติดต่อที่เคาน์เตอร์ และเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นจึงเดินไปนอนที่เตียงนวดเท้า ต่อมาหลังนวดเท้าไปประมาณ 1 ชั่วโมง จึงย้ายเข้าไปรอหมอนวดในห้องนวด เพื่อนวดบ่าหลังไหล่ต่อ ก่อนจะเกิดอาการช็อกจนหมดสติ กระทั่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
— ตร.บุกตรวจร้านนวดกลางเมืองเชียงใหม่ จ่อสอบดูใบอนุญาต ล่าสุดสาวท้องยังโคม่า
— คนท้องระวัง! เตือนอายุครรภ์ห้ามนวด! สธ.เผยเคสนวดเชียงใหม่ลูกดับในท้อง แม่โคม่า!!
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นางอิ่นแก้ว ชัยศรี อายุ 81 ปี ประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอดอยสะเก็ด หรือที่บรรดาหมอนวดเรียกว่าแม่ครู ซึ่งดูแลร้านนวดของชมรมผู้สูงอายุอำเภอดอยสะเก็ด ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโดยเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุที่ น.ส.วิราวรรณ เดินทางมาใช้บริการว่า เมื่อลูกค้ามาถึงก็แจ้งกับทางร้านว่าต้องการนวดเท้า จึงเรียกหมอนวดมารับตัว ขณะ น.ส.วิราวรรณได้บอกหมอนวดว่า ตนเองตั้งครรภ์ 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของร้านที่ติดไว้หน้าเคาน์เตอร์ว่าต้องแจ้งประวัติสุขภาพทุกครั้งก่อนรับบริการ เมื่อหมอนวดทราบว่าลูกค้ารายนี้ท้อง ก็นวดเท้าโดยการใช้น้ำมันและพยายามลูบเท่านั้น ไม่ได้กดจุด หรือคลึง เพราะหมอนวดทุกคนทราบดีว่า การนวดหญิงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วง 1- 3 เดือนแรก และ 6- 9 เดือนหลัง เพราะอาจมีส่งผลให้แท้งลูกได้
“หลังนวดไปประมาณ 1 ชั่วโมง ลูกค้ารายนี้ก็แจ้งว่า จะขอนวดบ่าหลังไหล่ต่ออีก 1 ชั่วโมง หมอนวดจึงแจ้งให้ย้ายจากเตียงนวดเข้าไปรอในห้องนวดแทน จากนั้นจึงไปล้างมือ แต่เมื่อเดินกลับมาพบว่าลูกค้ารายนี้ เกิดอาการช็อกและหมดสติไป พนักงานนวดและลูกค้ารายอื่น รวมทั้งพยาบาลที่มารับประทานอาหารในศูนย์การค้าได้เข้ามาช่วยเหลือปั๊มหัวใจ ก่อนจะแจ้งรถกู้ภัยมารับตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่” นางอิ่นแก้ว กล่าว
นางอิ่นแก้ว ยืนยืนว่า ตลอดระยะเวลาที่ น.ส.วิราวรรณ พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้เดินทางไปเยี่ยม 4 – 5 ครั้ง แต่ไม่พบกับญาติของ น.ส.วิราวรรณ ซึ่งเรื่องนี้มีพยาบาลประจำห้องผู้ป่วยยืนยันได้ ต่อมาจึงมีญาติของ น.ส.วิราวรรณติดต่อมาพูดคุย ซึ่งตนเองก็พยายามเจรจาและนัดหมายกันหลายครั้งแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถนัดหมายเพื่อเจรจากันได้ กระทั่งมีข่าวออกมาว่าทางร้านบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเจรจา
นางอิ่นแก้ว กล่าวว่า ชมรมผู้สูงอายุอำเภอดอยสะเก็ด ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ และชาวบ้านทั่วไปให้มีงานทำ รวมทั้งนำเงินช่วยทำบุญสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะต่างๆ จึงยินดีให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอยู่แล้ว และหากทางร้านผิดก็ยินดีจะช่วยเหลือ หรือแม้จะไม่ผิดก็ยินดีจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งตั้งใจว่าจะกลับไปเยี่ยมและซื้อแพมเพิร์สไปมอบให้ น.ส.วิราวรรณ อีกครั้งด้วย
“ตั้งใจว่าจะยังไม่ออกมาพูดอะไร ขอรอทางโรงพยาบาลออกมาแถลงอาการของ น.ส.วิราวรรณว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมทั้งรอตำรวจติดต่อนัดหมายให้พูดคุยกับคู่กรณี แต่เมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้จึงต้องออกมาพูดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง” นางอิ่นแก้วและว่า ร้านนวดของชมรมฯ ได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานสาธารณสุข มีใบอนุญาตเปิดดำเนินการถูกต้องตามกฏหมาย ขณะหมอนวดทุกคนก็ผ่านการอบรมและได้ใบรับรองอย่างถูกต้องเช่นกัน และทางร้านก็เน้นนวดเพื่อผ่อนคลาย ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบาย ไม่ได้เน้นนวดเพื่อรักษา หรือนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดตามร่างกายแต่อย่างใด